LongFiction

[Fic - KhunWoo] Heart Dragon Chapter 3

posted on 14 Sep 2015 22:20 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

Title : Heart Dragon [ดวงใจมังกรเพลิง]

Chapter : 3
Genre :  

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 14-09-2015

 

 

 

 

นรกเป็นยังไง

ล้อมกรอบด้วยกำแพงตึกสูงเสียดฟ้าอย่างที่นี่หรือเปล่า  บานกระจกใสบานใหญ่แทนกำแพงห้องหนากั้นวิวทิวทัศน์รอบเมืองใหญ่อย่างที่เขามองเห็นในเวลานี้มั๊ย แสงอาทิตย์ยามสนธยาทอแสงมัวหม่นผ่านหมู่เมฆสีเทาไม่งดงามดั่งวันวาน  ความอาดูรสูญสิ้นครอบครองหัวใจภายใต้เขตแห่งขุมนรก  แสงสุดท้ายกำลังหาลับหากแต่มันกลับถูกกระชากปิดด้วยผ้าม่านผืนใหญ่คล้ายจบฉากละครแห่งชีวิตของเขาจนชั่วนิรันดร์

 

เสียงฝีเท้าของผู้กระชากทั้งจิตวิญญาณและอิสรภาพแห่งความเป็นมนุษย์เหลือเพียงเสียงสะท้อนไกลห่างออกไปทุกขณะ ทิ้งไว้เพียงผลแห่งการกระทำอันน่ารังเกียจไม่มีแล้วถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางให้ต้องอับอาย ไม่เหลือทุกสิ่งแม้แต่ความเป็นคนที่เขามีมาตลอดชีวิต  ประตูชั้นในยังถูกเปิดค้างไว้ราวกับประจานให้คนที่ถูกทิ้งรอยบาปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับประจานให้ต้องอับอายอยู่อย่างนั้นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นคนได้

 

ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างบอบบางยังคงนอนคว่ำอยู่บนพื้นปูด้วยพรมเปอร์เซียผืนเก่าแก่  ซีกหน้าหนึ่งสัมผัสกับขนสัตว์ซึ่งถูกถักทออย่างปราณีตลวดลายสอดรับงดงาม  แต่ในเวลานี้พื้นพรมอันสูงค่าได้กลายเป็นเพียงผืนผ้ารองรับหยดน้ำตาแห่งความอัปยศ  แม้ว่าผืนพรมจะเป็นเพียงผ้าเก่าแก่หากแต่คุณค่าของมันกลับสูงค่าขึ้นตามกาลเวลา  ต่างจากชีวิตมนุษย์เช่นเขาผู้มีเลือดเนื้อและจิตวิญญาณแต่กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่าเหมือนเป็นเพียงฝุ่นธุลีดินติดใต้ฝ่าเท้า

 

 ‘ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกนะอีซึงรี’


ซึงรีหลับตาลงช้า ๆ เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยซ้ำ ยังปล่อยให้ร่างกายเปลือยเปล่าประกาศความพ่ายแพ้อย่างสิ้นสภาพ

 

เวลาในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมามันมากพอสำหรับการถูกหมิ่นศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขา  ซึงรีคลานไปตามพื้นพรมตะเกียกตะกายหยิบเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดซึ่งถูกกระชากอย่างไม่ปราณีกระจัดกระจายบนพื้นห้อง  เขาขดตัวขึ้นกอดเสื้อผ้าขาดวิ่นซุกหน้าลงบนเข่าทั้งสองข้าง เสียงสะอื้นดังสะท้านในอกเจ็บเจียนตายยิ่งกว่าบาดแผลบนร่างกายเป็นร้อยเป็นพัน หัวใจบอบบางกำลังแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีด้วยหัวใจฝีมือของผู้ชายคนนั้น

 

เขาอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปซะดีกว่าต้องทนทรมานอยู่ทั้ง ๆ ที่ยังมีลมหายใจ  เขาทำอะไรผิดทำไมซึงฮยอนต้องทำกับเขาอย่างนี้ 

 

ร่างกายสะบักสะบอมไปด้วยบาดแผลจากอุบัติเหตุในช่วงเช้า  บาดแผลทางกายยังเยียวยาให้หายได้ แต่บาดแผลทางใจที่เกิดขึ้นกับเขาล่ะเมื่อไหร่จะหาย  ซึงรีปล่อยให้ความอ่อนแอเข้าครอบงำจิตใจ มือบางกอบกุมอวัยวะส่วนกลางลำตัวที่ได้สร้างความอับอายให้แก่เขา

 

คราบน้ำขาวขุ่นยังทิ้งคราบบนต้นขาและปลายส่วนนั้น  น้ำตาแห่งความอับอายหลั่งรินไม่ขาดสาย เขาเลื่อนประตูกระจกทึบออก  คลานไปตามพื้นกระเบื้องสากสีขาวสลับดำ  เขาอยากล้างตัวเอาสิ่งน่ารังเกียจออกไปให้หมด เอาความสกปรกในตัวทุกหนแห่งที่ซึงฮยอนสัมผัสบนตัวเขาออกไป  อ่างอาบน้ำเนื้อกระเบื้องสีขาวตั้งอยู่ริมระเบียงกระใสมองทะลุเห็นวิวโดยรอบ  เขาเกลียดกระจก เกลียดทุกอย่างที่ผู้ชายคนนั้นทำหรือเป็นเจ้าของ เกลียดแม้กระทั่งตัวเอง

 

ซึงรียันตัวขึ้นก้าวขาลงอ่างที่ละข้าง  เขาค่อย ๆ ดันตัวลงแช่น้ำแค่แผลบนร่างกายเขาโดนน้ำเท่านั้น ความเจ็บแสบก็แล่นริ้วไปทั่วร่าง  ซึงรีกัดฟันวักน้ำออกลูบตามเรียวแขนและท่อนขา เขาออกแรงถูให้คราบสกปรกหลุดออกให้หมด  ซึงรีชะงักมือเมื่อเขาคลำลงไปถึงส่วนกลางลำตัว  เขากลั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บที่มันดังก้องอยู่ในหัวใจสะท้อนผ่านร่างกายที่เริ่มสั่นท้านตามแรงสะอื้น  ซึงรีลูบส่วนนั้นแรง ๆ ให้คราบอันน่ารังเกียจหลุดออกไป  สีหน้าเต็มแห่งชัยชนะของซึงฮยอนเป็นเงาหลอกหลอนเขาอยู่ตลอดเวลา  ชัยชนะที่แลกมากับความอับอายขายหน้า


‘จำไว้ที่นายต้องเป็นอย่างนี้เพราะนิชคุณ’


แล้วเขามาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมต้องมาตกอยู่ในสภาพเบี้ยล่างแบบนี้ ทำไม!!

 ‘ร้องสิ..ซึงรี ร้องออกมา... อ้อนวอนฉัน’


ผู้ถูกกระทำทั้งเจ็บทั้งอายแต่ความต้องการในร่างกายไม่อาจหักห้ามได้ ซึงรีปล่อยให้ซึงฮยอนสาวรูดแก่นเนื้อสีเข้มด้วยมือหยาบกระด้างไม่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน  มีแต่การกระทำหยาบโลนให้เขาต้องขายหน้า  ประตูห้องนอนเปิดกว้างจงใจให้ลูกน้องของมาเฟียหนุ่มได้เห็นและได้ยินกิจกรรมที่เกิดขึ้นในห้อง  เสียงกรีดร้องอ้อนวอนให้คนบนร่างเห็นใจปล่อยเขาไปซะยิ่งกระตุ้นให้ซึงฮยอนเร่งจังหวะรุนแรงรุกเร้า 


  

‘อย่า...ปล่อย..ผม..ได้โปรด อ๊า’


เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซึงรีเกลียดความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เกลียดความต้องการภายในที่สอดรับกับไออุ่นของมือหนา ร่างกายบิดเร่าจนเผลอแอ่นกายเข้าหาคล้ายยั่วยวนให้ซึงฮยอนลำพองใจ ค้อมตัวต่ำลงริมฝีปากบดขยี้ริมปากอิ่มบีบบังคับให้คนใต้ร่างเผยอรับลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าในโพรงปาก เสียงหอบครางกระชั้นถี่แม้ไม่ได้ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น แต่ไม่อาจหักห้ามอารมณ์ในก้นบึ้งกิเลสได้ 


ความทุกข์ทรมานภายในจิตแต่ละวินาทีตีรวนจนยากเกินจะเข้าใจได้  ซึงรีสะบัดตัวหนีแม้ความต้องการภายในพุ่งสูงขึ้นจนปริ่มจะขาดใจ เขาพยายานคลานหนีชายร่างสูงที่นั่งชันเข่าดูแคลนก่อนรวบข้อเท้าแล้วออกแรงลากกลับมาตามพื้น


  

‘อย่า...ทำผม..ได้โปรด...’ ต่อให้ต้องกราบเท้าวิงวอนซึงรีก็พร้อมจะทำ เพราะสายตาพร่าพรายด้วยม่านน้ำตา หรือเพราะเขาคิดเข้าข้างตนเอง ดวงตาคมเข้มอ่อนแสงลง มือข้างหนึ่งลูบลงบนเรือนผมนุ่มราวเส้นไหมมืออีกข้างลูบไล้ไปตามลำตัว  ซึงรีสั่นสะท้านไปตามรอยนิ้วมือที่ลากไล้ไปทั่วร่าง 


แขนข้างที่ซึงฮยอนบาดเจ็บกดหัวไหล่เขาไว้ มืออีกข้างลูบบนแก่นกายซึงรีแล้วสาวเปิดส่วนปลายอีกครั้งพร้อมเร่งจังหวะเร้าอารมณ์หากแต่ไม่รุนแรงเอาแต่ใจเหมือนคราวแรก หยดน้ำตาคล้ายสายฝนร่วงพรูอาบแก้ม ซึงรีสะบัดหน้าเชิดขึ้นเปล่งเสียงร้องในนาทีสุดท้ายเมื่อความต้องการถูกมวลอณูไหลถูกปลดปล่อยจนเต็มกอบกำมือซึงฮยอน ชายร่างสูงค้อมตัวต่ำลง เสียงทุ้มห้าวดังก้องเต็มสองหู มองคนใต้ร่างนอนหอบหายใจรวยริน  ซึงฮยอนแตะพวงแก้มอาบไล้ด้วยหยาดน้ำตาแต่ซึงรีสะบัดหน้าหนีความอับอาย


  

‘เป็นยังไง มีความสุขมั๊ย’                                                                                                                 

ซึงรีเบนสายตากลับจ้องมองผู้ชายร้ายกาจผู้กุมชัยชนะในเกมนี้แล้วทิ้งให้เขาต้องแพ้พ่ายอย่างหมดรูป  ยันกายขึ้นทำท่าจะคลานหนีอีกครั้งแต่ถ้าทำได้เขาอยากมุดแทรกแผ่นดินหนี  ไม่ต้องการรับรู้กับสายตาเยอะเย้ยของคนตรงหน้าอีก  ซึงฮยอนบีบปลายคางร่างเล็กพร้อมชูมือเปรอะคราบน้ำขาวขุ่นไหลย้อยบนฝ่ามือ ซึงฮยอนยิ้มชื่นชมกับหลักฐานชวนขายหน้า 


‘นี่ขนาดเกลียดกัน นายยังปล่อยมาขนาดนี้ ถ้านาย...หึหึ จะขนาดไหนนะ’

แววตาหยอกล้อคู่นั้นยิ่งทำให้เขานึกชิงชังผู้ชายคนนี้ทวีขึ้น  ซึงรีปัดมือนิ้วมือหยาบกระด้างซึ้งไล้โครงหน้าและสันกรามระเรื่อยจนถึงซอกคอ กดปลายจมูกโด่งลงบนผิวเนื้อข้างแก้มแรง ๆ ผู้แพ้พ่ายเบือนหน้าหนีไม่รับรู้สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขแววตาคมส่องประกายวิบวับ


‘นายใหญ่ครับ...นายท่านรออยู่ในสายครับ’


ซึงฮยอนคว้าเสื้อสูทผ้าไหมสีดำซึ่งเขาเหวี่ยงทิ้งบนพื้นคลุมร่างซึงรีใบหน้าหล่อคมเอี้ยวหันมามองเพียงเสี้ยว แต่ถึงอย่างนั้นลูกน้องคนสนิทก็รู้แล้วว่าเขาไม่ควรก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในเวลานี้เด็ดขาด  ถึงประตูจะถูกเปิดเต็มความกว้าง แต่ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเสนอหน้ามองแม้สักคนเดียว


  

ซึงฮยอนโบกมือไล่ลูกน้องออกไปก่อน  ตาคู่คมมองร่างเล็กนอนสะอื้นบนพื้นน้ำตาร่วงไร้เรี่ยวแรงจะแผลงฤทธิ์อีก  ไม่มีกำลังแม้แต่จะปัดมือหนาไล่เลื้อยไปทั่วผิวเนียนปกคลุมไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์  ซึงรีซุกตัวหนีไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้แค่เสี้ยวนาทีก็ไม่ต้องการ


‘หมดเวลาเล่นกับนายแล้ว...’ 


  

‘ถ้านายยังดื้อด้านอีก ฉันจะทำให้นายต้องอายยิ่งกว่านี่ จำไว้’

 

ถึงจะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแค่ไม่กี่นาที แต่มันกลับทุกข์ทรมานเหมือนผ่านมาแล้วชั่วกัปชั่วกัลป์  เขาควรจะมีชีวิตอยู่เพื่อให้ใครบางคนได้สาแก่ใจอย่างนั้นหรือ  ชีวิตของอีซึงรีมีค่าเพียงเท่านั้นเหรอ  ซึงรีหลับตาลงกลั้นลมหายใจที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตอันโสมมไร้ศักดิ์ศรีไถลตัวลงในอ่างน้ำจมหายสู่พื้นน้ำเต็มปริ่มจนล้นขอบอ่าง  เสียงน้ำซ่าสาดลงกระทบพื้นกระเบื้องดังไม่ขาดสาย  ซึงรีทรมานกับสภาพไร้อากาศแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ยินดีที่จะเผชิญกับความตายดีกว่าอยู่อย่างไร้ค่าบนนรกลอยฟ้าแห่งนี้

 

ลมหายใจในปอดเริ่มถดถอยลงช้า ๆ มือสองข้ามกำขอบอ่างไว้แน่น แต่ก็ไม่ยอมลุกขึ้นจากน้ำ ร่างกายอันบอบช้ำกระตุกเกร็งลมหายใจห้วงสุดท้ายหมดลง ท่อนแขนทั้งสองข้างจมดิ่งลงก้นอ่างศีรษะลู่ต่ำลง พรายน้ำผุดพรายออกจากริมฝีปาก หมดโอกาสรับรู้สรรพสิ่งรอบกาย ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงตะโกนแผดก้องเหนือผืนน้ำเงาทะมึนพาดทับแสงสีขาวเจิดจ้า  ซึงรีไม่รับรู้สิ่งใดในโลกนี้อีกแล้ว จบสิ้นชีวิตน่าสมเพชเสียที

 

˜™˜™˜™

 

ถ้าจะให้สารภาพกันตามตรงล่ะก็ ‘เชวซึงฮยอน’ ไม่คิดว่าเด็กผ