[Fic - KhunWoo] Heart Dragon Chapter 2

posted on 13 Sep 2015 21:48 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title : Heart Dragon [ดวงใจมังกรเพลิง]

Chapter : 2

Genre :  

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 13-09-2015

 

 

 

 

 

 

สภาพอู่ซ่อมรถของฮวางชานซองไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิดนัก ตึกแถวสามชั้นสีลอกหลุดตามกาลเวลาถูกดัดแปลงเป็นที่พักและเป็นอู่ซ่อมรถในส่วนชั้นล่างสุดด้วย  ชั้นสองเป็นห้องเก็บของและให้ลูกน้องบางคนของชานซองพักอาศัย ส่วนเขาและจุนโฮพักอยู่บนชั้นสาม ซึงรีไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงต้องรีบย้ายออกจากอพาร์ทเมนท์กระทันหันหลังจากผับของเชวซึงฮยอนระเบิด และไม่ว่าจุนโฮจะมีปฎิกริยาต่อสิ่งปลูกสร้างเก่าคร่ำคร่านี่ยังไง เขาก็ชอบมันมากกว่าอพาร์ทเมนท์ที่เคยอยู่ซะอีก อาจเป็นเพราะรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

 

และแม้ว่าอู่ซ่อมซ่อของชานซองจะเหมือนสุสานอะไหล่รถมอเตอร์ไซต์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกยันยุคโลกไซเบอร์ แต่ซึงรีก็เชื่อว่าอีกไม่นานมันจะเป็นระเบียบเสียจนชานซองต้องบ่นอุบเลยแหละ เพราะไม่ว่าชานซองจะมองว่ามันเป็นของมีค่ามากขนาดไหนจุนโฮก็มองว่ามันเป็นขยะวันยังค่ำ

 

ซึงรีลงจากห้องพักในช่วงสายของวันเพราะว่าเขาจะข่มตาหลับได้อีกครั้งก็เกือบจะฟ้าสางแล้ว  ขณะที่เขาเดินสำรวจบริเวณชั้นล่างโดยรอบเขาเหลือบเห็นจุนโฮกำลังรื้อของจากชั้นวางของเอามากองรวมกันเป็นภูเขาลูกย่อม ๆ ฝุ่นตลบคลุ้งเหมือนไม่มีใครพักอาศัยมาแรมเดือน ปากก็บ่นขมุบขมิบไม่เลิก 

 

เขาหยุดยืนมองคนตัวเล็กในชุดหมีสีส้มเลอะไปด้วยคราบน้ำยืนอยู่บนบันไดสองขาตะเกียกตะกายตัวอยู่ข้างตู้เก็บเครื่องมือ เขารีบวิ่งเข้าไปประคองบันไดให้เมื่อมันกำลังเอียงตัวโยกเยกจวนล้มรอให้ชายตัวเล็กปีนลงมาจนเหยียบถึงพื้นได้สำเร็จเขาจึงปล่อยมือออก  เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาเรียวเล็กอย่างกับลูกแมวคลุกฝุ่นจ้องมองเขาตาเป็นประกายอย่างกับเห็นลูกหนูตัวกระจ้อย

 

“ขอบคุณนะ ที่ช่วย ผมชื่อ ยูคยอม เป็นลูกน้องเฮียชานซอง”

พูดพลางป้ายมือข้างหนึ่งซึ่งเปื้อนคราบน้ำมันลงบนชุดหมีสีส้มสุดแสนจะเขลอะแล้วยื่นออกมา ซึงรีก้มดูมือมอม ๆ ซอกเล็บเต็มไปด้วยคราบดำสกปรก เขามองอย่างลังเลก่อนจะยื่นมือสัมผัสเพียงปลายนิ้วตามมารยาทแล้วชักกลับ ยูคยอมไหวไหล่ไม่นึกหยี่หระ  การถูกมองอย่างรังเกียจเป็นเรื่องที่เขาชาชินจนด้านชาไปแล้ว ยูคยอมสะบัดผมสีทองอร่ามเดินตัวปลิวไปทางหน้าร้านแม้จะต้องแบกแบตเตอรี่ลูกใหญ่อยู่เต็มอ้อมแขนก็ตาม

 

สรรพสิ่งรอบตัวแลดูเงียบเชียบผิดปกติ แสงแดดยามสายทอประกายจ้าจนแสบผิว ซึงรีรู้สึกไม่สบายตัวเขาสูดเอาฝุ่นควันเข้าไปเต็มปอดจนแสบคอไปหมด  เขาคงเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่จุนโฮว่า

 

แต่จะยังไงก็ช่าง  นาทีนี้เขาไม่ไหวแล้ว กลุ่มฝุ่นควันคลุ้งรวมกับอากาศร้อนยังกับเตาอบนี่ทำเอาเขาแทบลมจับ  และคงเป็นเพราะช่วงนี้เขาแทบไมได้นอนเลยด้วยซ้ำ หนังใต้บวมเป่งจนขึ้นสีคล้ำเพราะการอดนอนติดต่อกันมาหลายวัน  ซึงรีจงใจเดินกลับขึ้นชั้นบนทิ้งไม้กวาดในมือกระแทกพื้นอย่างน่าสงสาร แต่ก็ยังไม่ทันก้าวพ้นจุดเดิมซักมีเสียงเอะอะโวยวายดังอยู่หน้าร้านเรียกความสนใจของเขา แล้วร่างเล็กๆ ของยูคยอมก็ลอยละลิ่วกระแทกเข้ากับตู้เครื่องมืออย่างจัง

 

ยูคยอมตะกายตัวลุกขึ้นปลายคางเลือดไหลโชกจากแรงกระแทกแขนคดขอผิดรูป  ปากตะโกนบอกจุนโฮซึ่งวิ่งออกมาจากหลังร้านพร้อมปืนสั้นในมือ

 

“หนีไป!!”

 

ท่ามกลางเหตุการณ์ไม่คาดคิด เขาไม่รู้ว่าคนที่ทำร้ายยูคยอมเป็นใครและทำไมถึงจ้องเล่นงานพวกเขา ซึงรีกำลังจะวิ่งไปดูอาการของยูคยอมแต่ถูกจุนโฮดึงเอาไว้ เขาหันไปมองหน้าพี่ชายที่ยืนหน้าเครียด ยังไม่ทันได้พูดอะไร จุนโฮก็ดึงให้เขาหมอบลงเมื่อชายแปลกหน้าสองคนกระชากประตูเหล็กก่อนยิงถล่มใส่พวกเขาจนข้าวของแตกกระจาย จุนโฮยิงชายสวมสูทดำสองคนลงไปนอนกองกับพื้นก่อนที่พวกเขาจะโดนฆ่าเสียก่อน  เสียงปืนดังสนั่นจนซึงรีต้องเอามือปิดหู จุนโฮหมอบลงกับพื้นแล้วฉวยกุญแจรถหลังตู้เก็บของข้างฝาผนังแล้วโยนกลางอากาศ ซึงรีตะครุบมันได้ทันเขาหันมามองจุนโฮที่ตะโกนสั่ง 

 

“วิ่ง!!” 

ซึงรียืนทำอะไรไม่ถูก  เขาเห็นยูคยอมตะกายตัวขึ้นแล้วกระโดดหนีไปทางหน้าต่าง  จุนโฮเห็นท่าไม่ดีเขาคว้าข้อมือซึงรีวิ่งไปทางด้านหลังบ้านออกแรงยกประตูม้วนขึ้นพอให้เขามุดลอดออกมาได้ แล้วดึงมันลงปิดลั่นกุญแจตัวใหญ่กั้นไม่ให้กลุ่มชายชุดดำตามพวกเขาได้ 

 

จุนโฮพาซึงรีวิ่งลัดเลาะออกทางด้านหลังตึกแถว ร่องน้ำขังชื้นแฉะถูกพวกเขาวิ่งเหยียบจนน้ำแตกกระจาย  จุนโฮลากซึงรีเข้าไปในตรอกแคบ ๆ ข้างตึกซอมซ่อหลังหนึ่ง เดินดิ่งตรงไปกระชากผืนผ้าใบสีเทาออกเผยให้เห็นรถมอเตอร์ไซต์วิบากคันสีเขียว จุนโฮโยนหมวกกันน็อกสีดำให้ซึงรีสวมใบหนึ่ง  เขารีบนั่งคร่อมบนอานมอเตอร์ไซต์โดยซึงรีรีบขึ้นตามไปด้วย จุนโฮรีบสวมหมวกกันน็อคแล้วเสียบลูกกุญแจมือบิดเร่งความเร็ว ออกจากตรอกแคบ ๆ อย่างรวดเร็ว  ซึงรีร้องตะโกนถาม

 

“พี่จุนโฮแล้วยูคยอมล่ะ”

 

“เอาตัวเองให้รอดก่อน ไอ้หมอนั่นไม่ตายง่าย ๆ หรอก” 

 

จุนโฮตวาดใส่แข่งกับเสียงลมดังก้อง ซึงรีจำต้องเงียบเสียงลง เป็นครั้งแรกที่ต้องหนีการไล่ล่าแบบนี้ ต่างกับจุนโฮที่นิ่งจนน่ากลัว  จุนโฮบิดแฮนด์เร่งความเร็วขึ้นปาดซ้ายแซงขวาไปตามถนนใหญ่จนซึงรีนึกกลัว อีจุนโฮยังขี่รถด้วยความเร็วไปตามเส้นทางการจราจรคับคั่ง  โดยที่ไม่ซึงรีก็ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องหนีไปที่ไหน จุนโฮบิดมอเตอร์ไซค์ยกหน้าขึ้น ล้อหน้าหมุนอยู่กลางอากาศพร้อมออกตัวแรงท่ามกลางความตกใจของผู้คนสองข้างถนน ซึงรีตกใจจนเกาะเอวพี่ชายไว้แน่น

 

ถ้าเกิดอะไรขึ้น ...นายต้องติดต่อสารวัตรแทคยอน


เขาไม่มีเวลาสักนาทีจะติดต่อสารวัตรแทคยอนผ่านการสื่อสารไม่ว่าทางใดก็ตาม  อย่างเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือหนีให้พ้นพวกมันเท่านั้น

 

ทุกอย่างเป็นไปตามที่ชานซองคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด  ช้าหรือเร็วเชวซึงฮยอนก็ต้องบุกมาหาพวกเขา แต่เป้าหมายไม่ใช่เขาหรือชานซองแต่เป็นจางอูยอง

 

แผนการคุ้มครองจางอูยองถูกเปลี่ยนกระทันหันจากนิชคุณ เพราะชายหนุ่มเชื่อว่าการที่ซึลองจะลงมือวางระเบิด Eurus ในเขตชั้นในเพียงคนเดียวมันเกือบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่า ซึลองจะรู้จัก Eurus ทุกซอกทุกมุมก็ตาม แต่ก็อย่าลืมว่าลูกน้องของเชวซึงฮยอนก็รู้จักซึลองเช่นเดียวกัน และการดูแลอย่างแน่นหนาจากคนของเชวซึงฮยอนยิ่งมีเปอร์เซ็นต์เท่ากับศูนย์ในการที่ซึลองจะแอบเข้าไปได้ นอกเสียจากว่ามีหนอนบ่อนไส้คอยช่วยเหลือ

 

ยังไม่รวมกับที่อูยองหลุดรอดสายตาออกไปจาก Eurus โดยไม่มีผู้ติดตามไปแม้สักคนเดียว เพราะถึงอูยองจะไม่ยินยอม แต่ในที่สุดก็ต้องมีคนคุ้มครองอย่างน้อยหนึ่งถึงสองคนเสมอ ถ้าคืนนั้นชานซองไม่ติดภารกิจของ “หัวหน้าพรรค” ชานซองคงไม่มีวันปล่อยให้อูยองต้องตกในสภาพอย่างนั้นเด็ดขาด

 

จากการสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกนิชคุณลงมือสร้างแผนลวงขึ้นเพื่อตบตาการจู่โจมจากศัตรูที่เราไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นใครหรือฝ่ายไหน  โดยที่ผู้เฒ่าแห่งตระกูลเชวห็นด้วยกับแผนการนั้น 

 

นิชคุณต้องการพาอูยองไปรักษาตัวอย่างลับ ๆ โดยปกปิดสถานที่ซึ่งแม้แต่จุนโฮเองก็ไม่รู้หรือบางทีแม้แต่ประธานเชวเองก็ไม่รู้  เขาไม่แน่ใจว่าทำไมประธานเชวถึงไว้ใจนิชคุณถึงขนาดปล่อยให้หลานชายอยู่ในความคุ้มครองของนิชคุณโดยมีชานซองเป็นการ์ดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่นิชคุณไว้ใจ 

 

จุนโฮเริ่มไม่มั่นใจว่าคุณลุงเชวของอูยองล่วงรู้ความลับของว่าที่หลานเขยตนอย่างที่เขาเพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานนี้หรือไม่   ความลับที่ครั้งหนึ่งเขาต้องตกตะลึงมาแล้ว

 

สถานการณ์กำลังยุ่งยากเข้าไปทุกที  ศึกภายนอกที่เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต  ถ้าหากอูยองสืบทอดตำแหน่งทายาทแห่งตระกูลจาง  สิทธิ์อันชอบธรรม  หากความโลภและริษยากันเองภายในตระกูลเป็นตัวทำลายล้างความสุขสงบของตระกูลเก่าแก่หนึ่งในไม่กี่วงศ์สกุลของเกาหลีใต้   แต่ตอนนี้ศึกภายในกำลังจะเกิดขึ้นจากน้ำมือของพี่ชายอูยองเอง 

 

เขาคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องมาถึงวันนี้เข้าซักวันหนึ่ง เพียงแต่ไม่คาดว่ามันจะมาเร็วถึงเพียงนี้  คงเป็นเพราะนิชคุณที่ทำให้เชวซึงฮยอนตระหนักว่า  หัวใจที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาโดยตลอดได้ถูกผู้ชายที่เชวซึงฮยอนดูหมิ่นดูแคลนได้กลายเป็นเจ้าของหัวใจและร่างกายอูยองไปเสียแล้ว

 

   เส้นทางชีวิตของคนรอบข้างอูยองแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงโดยที่จุนโฮก็ไม่แน่ใจนักอูยองจะรู้หรือไม่  พี่ชายที่แสนดีกลับกลายเป็นคนโหดร้ายไป ไม่ต่างจากนิชคุณผู้เพียบพร้อมไปด้วยความดีงามทั้งกายและใจจะผันตัวไปอยู่ในเส้นทางดำมืดแสนอันตรายได้

 

‘ถ้าไม่ใช่เพราะอูยอง พี่ชายฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นเด็ดขาด’


ขนาดเขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านิชคุณจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แล้วเชวซึงฮยอนจะเป็นยังไงถ้ารู้ว่าหนูตัวกระจ้อยร่อยในอดีตได้กลายเป็นพญาราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว

 

 จุนโฮบิดคันเร่งเร็วขึ้นเขาเอี้ยวใบหน้าไปด้านหลังตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์และลมที่ตีพัดด้วยความเร็ว

 

“อดทนหน่อย”

 

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับกอดรอบเอวให้แน่นขึ้นเพ่งมองไปข้างหน้า  และซึงรีก็รู้ว่าจุนโฮกำลังจะพาเขาไปที่ไหน  ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ตั้งอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงสองแยกไฟแดงเท่านั้น

 

รถมอเตอร์ไซต์พุ่งทะยานทันทีเมื่อไฟจราจรกระพริบเป็นสีเขียว  จุนโฮบิดคันเร่งเร็วขึ้นเพื่อให้ข้ามพ้นสี่แยกนี่ แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีรถแวนสีดำคันใหญ่วิ่งฝ่าไฟแดงจากอีกฟากตรงข้ามพุ่งเข้าใส่รถมอเตอร์ไซต์ของจุนโฮด้วยความเร็วสูง จุนโฮตกใจหักหลบทันที 

 

มอเตอร์ไซต์หมุนคว้างร่างของคนทั้งคู่ไถลไปตามพื้นถนนครูดเป็นทางยาวห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุหลายสิบเมตร  ซึงรีกระเด็นไปอีกฝากหนึ่ง  เขาพ