[Fic - KhunWoo] Heart Dragon Chapter 1

posted on 11 Sep 2015 22:41 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

Title : Heart Dragon [ดวงใจมังกรเพลิง]

Chapter : 1

Genre :  

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 11-09-2015

 

 

 

 

 

 

 

“ชาน..อ๊ะ~”

“ตรงนี้...นะ”

“อือ~...”

“ชาน...ไม่ไหวแล้ว ~...”

บรรยากาศในห้องเล็กคงร้อนระอุเกินร้อยองศา  ดั่งไฟพิศวาสแผดเผาความต้องการในร่างกายมนุษย์ให้มอดไหม้ แต่สำหรับซึงรีแล้ว มันเหมือนน้ำมันสาดลงในกองไฟที่เหลือแต่ซาก ความหฤหรรษ์ของคนในห้องเป็นเหมือนมีดคมกรีดลงบนแผลสดให้ซึงรีต้องเจ็บปวดทวีขึ้น เขากัดนิ้วตัวเองจนเลือดไหลย้อยคละกับหยาดน้ำตาอาบบนร่องแก้มตามจังหวะรักของคนในห้อง แต่แทนที่ซึงรีจะเดินผ่านไปจากตรงนั้นตั้งแต่คราวแรกที่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  เขาก็ยังฝืนทนฟังเสียงครางดังแจ่มชัดเหลือเกินอยู่ข้างกำแพงห้อง เสียงที่คอยตอกย้ำความเจ็บปวดในค่ำคืนนั้น เสียงที่คอยเตือนให้เขาระลึกถึงความอัปยศในชีวิต ให้คอยระลึกถึงคนที่ตีตราบาปบนร่างกายเขา

“เด็กน้อย ฉันจะเสร็จล่ะนะ...”

“อ๊า~...ชาน... ฉันรักนายนะ...”

“ฉันก็รักนาย...จุนโฮ”

ซึงรียืนพิงประตูห้องฟังเสียงกระซิบเอ่ยคำรักหวานรัญจวนใจเนิ่นนาน  ก้อนเนื้อในอกเต้นระรัวจนนึกชิงชัง กล้ำกลืนความเจ็บให้จมหายลงในอกอย่างยากเย็น  เขาหุนหันเดินกลับห้องพักในฝั่งตะวันตก  กระชากบานประตูห้องพักทำด้วยไม้ทาสีขาวให้เปิดออกแล้วเหวี่ยงปิดด้วยแรงมหาศาลเกินจำเป็น  เสียงกระแทกคงดังสะเทือนไปถึงห้องฝั่งตรงข้าม แต่เขากลับไม่แยแส สองคนนั่นมีความสุขมากเกินพอแล้ว

รักอย่างนั้นเหรอ ทำไมมันไม่เกิดขึ้นกับเขาบ้าง     

สีขาวบนกรอบหน้าต่างหลุดร่อนร่วงกราวลงบนพื้นทุกครั้งที่เขาสัมผัส ซึงรีมองออกไปนอกหน้าต่างเอาหน้าแนบหน้าต่างลูบดวงอาทิตย์ผ่านบานกระจกใส ดวงหน้าเหม่อมองไปไกลแสนไกล ความเดียวดายเข้าครอบครองเหมือนดั่งเป็นเงาอีกคราหนึ่ง ซึงรีกางแขนออกแล้วล้มหงายลงบนผืนเตียงกว้าง ปล่อยให้เลือดข้นบนบาดแผลไหลซึมลงบนผ้าปูที่นอนรูปดาวสีน้ำเงินเปรอะเปื้อนเป็นดวงหากเขากลับมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า

ดวงอาทิตย์ยามสนธยาคล้อยต่ำลงทีละน้อยผ่านแนวอาคารสูงเสียดฟ้า  แสงสีส้มบนเส้นขอบฟ้าเริ่มลับหายจนดับแสงลง ความกลัวบั่นทอนกำลังกายและใจจนเกือบหมดความเป็นตัวของตัวเอง  ซึงรีเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟบนหัวเตียง  แสงไฟหลากสีทอแสงประชันจนแสบตา  เขามองไฟดวงเล็กส่องแสงวิบวับนับสิบดวงไม่ต่างจากอัญมณีล้ำค่า  นับตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้นเขากลายเป็นพวกหวาดระแวง  ไม่ชอบอยู่ในที่มืดไร้แสงไฟ

ซึงรีผล็อยหลับด้วยความอ่อนเพลียไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้  เขาสะดุ้งตัวตื่นอีกทีเมื่อตอนได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากชั้นล่าง เขาลนลานหยิบไม้เบสบอลซึ่งพิงอยู่ข้างเตียงกุมไว้ในมือแน่น  ค่อย ๆ ย่องลงมาจากบันไดชั้นสามด้วยความระวัง เหงื่อแตกชุ่มในอุ้งมือจนไม้เบสบอลลื่นจนจับเกือบไม่อยู่ เขาออกแรงบีบให้แน่นขึ้น แล้วย่องลงไปอย่างเงียบ ๆ ซึงรีเพ่งมองเงาตะคุ่มของคนสองคนภายใต้โคมไฟสีส้มบนเพดาน  และเมื่อสายตาปรับแสงได้เขาก็พบว่าร่างที่ยืนกอดกันในมุมมืดนั่นเป็นใคร  ซึงรีคลายมือที่กำรอบไม้ลงทิ้งน้ำหนักลงข้างตัวถอนใจโล่ง  เสียงนุ่มทุ้มคุ้นเคยดังลอยเข้าโสตประสาทฟังแล้วมันเจ็บแปลบหัวใจชอบกล

“ฉันไม่อยู่นายต้องดูแลตัวเองดี ๆ เข้าใจมั๊ย”  ถึงจะฟังเหมือนเป็นคำสั่งกลาย ๆ แต่เขาก็รู้ดีว่าจุนโฮเข้าใจเป็นอย่างดีว่าชานซองรักและห่วงใยตนมากเพียงไร ขนาดคนนอกอย่างเขายังรับรู้ได้เป็นอย่างดี

“อือ..นายไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”  ซึงรีเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อชานซองดึงไหล่จุนโฮเข้ามาใกล้โน้มใบหน้าคมดั่งรูปสลักเข้ามาประชิด  จุนโฮปิดเปลือกตาลงเผยอรับริมฝีปากอุ่น ชานซองดูดดึงกลีบปากอิ่มเนิบช้านุ่มนวล จุนโฮเอียงหน้ารับเคลิบเคลิ้มกับรสจูบลึกล้ำ  วาดวงแขนโอบรอบคอชานซองไว้แน่นแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น ชานซองดึงร่างอวบอิ่มแนบติดกำแพง  ต่างผลัดกันป้อนจูบจนร้อนระอุแทบไฟลุก 

ซึงรีอยากจะเดินออกไปให้พ้น ๆ แต่ขากลับไม่ยอมก้าวเดินออกไป  คล้ายกับว่าสมองส่วนหนึ่งของเขาสั่งให้ตนต้องฝืนยืนอยู่ตรงนั้น เฝ้ามองดูการกระทำของคนทั้งคู่  โดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร

ซึงรีมองคนรักพี่ชายเปิดผ้าคลุมรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องออก เป็นเพราะเขาไม่อยากให้ทั้งสองคนรู้ตัวว่าแอบมองอยู่ ซึงรีจึงไม่ขยับตัวออกจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่จึงมองเห็นไม่ชัดว่ามันเป็นรุ่นหรือสีอะไร 

จุนโฮหันไปหยิบหมวกกันน็อคสีดำยื่นให้ชานซองพร้อมช่วยสะพายเป้ใบใหญ่ขึ้นหลัง ซึ่งเขาคาดว่ามันคงจะบรรจุของจนหนักอึ้งแน่ ๆ จุนโฮหมุนตัวจะไปเปิดประตูเหล็กดัดบานเลื่อนเมื่อเห็นว่าชานซองรูดซิปแจคเกตหนังขึ้น

จุนโฮชะงักมือที่ถือกุญแจเตรียมไขประตูออกเมื่อชานซองรั้งโอบรอบเอวของเขาจากด้านหลังวางคางลงบนบ่าจมูกโด่งคมสันเคลี้ยข้างแก้ม มือที่ถือกุญแจไว้ถูกแทนด้วยปืนสั้นแทน  ชานซองยกมือจุนโฮขึ้นในระดับอก กุมมือจุนโฮให้กระชับด้ามปืนให้มั่นแล้วเล็งเป้าหมายในความมืด เสียงกระซิบดังลอยมา

 “นายใช้มันคล่องขึ้นแล้วใช่มั๊ย”

“อือ...”

ซึงรี คิดตามคำพูดของชานซอง  เขาลืมไปเสียสนิทว่าชานซองต้องไปคุ้มครองอูยองในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลจาง  อดที่จะอิจฉาอูยองไม่ได้ที่ใคร ๆ ต่างพากันดูแลทนุถนอม ต่างจากเขาที่ไม่มีใครสนใจว่าจะเป็นจะตายยังไง  ซึงรียืนพิงกำแพงข้างบันไดเหม่อมองไปยังความมืดรอบนอก แสร้งทำตัวเป็นอากาศ ไร้อารมณ์กับบทรักร้อนของคนในมุมมืด  เสียงเฉื่อยเนือยของก้อนเนื้อในอกเต้นช้าลงเรื่อย ๆ กลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิต แต่ไร้ความรู้สึกลงทุกนาที

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เขาถึงได้หลุดจากภวังค์เพราะเสียงเครื่องยนต์สี่สูบดังกระหึ่มก่อนลับหายไปจากอู่ซ่อมรถแห่งนี้ เขายังยืนที่เดิมในตอนที่จุนโฮเดินคอตกย้อนกลับขึ้นชั้นบน

“อ้าว ซึงรี มายืนทำอะไร ทำไมไม่นอน”

เขาควรจะบอกดีมั๊ยว่าแทนที่จะได้นอนหลับสบายแต่หลายต่อหลายครั้งต้องหวาดผวาเพราะการร่วมรักของพี่ชายตัวเอง แต่ซึงรีเลือกที่จะหุบปาก หยุดบทสนทนาที่รังแต่จะทำให้เขาย่ำแย่ลงทุกขณะ

“พักนี้นายแปลกไปนะ มีอะไรเล่าให้พี่ฟังได้นะ” คำขอบคุณคงมีค่ามากขึ้นหากอีจุนโฮจะไม่คิดยุ่งเรื่องของเขา

“ผมไม่ได้เป็นอะไร” ถ้านั่นเป็นประโยคตัดความรำคาญ ก็ถือว่าแย่เต็มที เพราะนอกจากเขาจะสลัดจุนโฮออกไปไม่ได้แล้ว ยิ่งทำให้จุนโฮสงสัยมากเดิมซะอีก

ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่ไม่รู้ว่าเล่าไปแล้วจะช่วยอะไรเขาได้ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว เขาพยายามทำทุกอย่างให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามทำตัวให้เคยชินกับความเจ็บที่เป็นดั่งเพื่อนแสนดีไม่เคยทิ้งเขาแม้สักวินาทีเดียว

เขาหวังแต่เพียงว่าซักวันเขาจะลืมความปวดร้าวในครั้งนั้นที่มันวนเวียนเข้าออกอย่างกับเป็นลมหายใจตัวเอง เขาคงต้องทำใจกับความเจ็บในครั้งนี้และปล่อยให้มันชินไปเอง

 

 

 

To be continue

 

เอามาแปะไว้ เห็นบล็อคมันว่าง ๆ #หือออออ

เคยมีคนบอกอยากอ่านDream ภาคต่อ ก็เลยจัดให้ Heart Dragon หรือ ดวงใจมังกรเพลิง เป็นเรื่องที่เขียนไว้นานละ ทีแรกตั้งใจว่าจะเป็นตอนพิเศษด้วยซ้ำ แต่มันยาวไป ก็เลยเอามาเขียนภาคต่อดีกว่า แต่ก็นะ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ได้เขียน

อย่าคาดหวังอะไรมากนะ ปิงติส เพราะงั้น มันก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่หลายคนอยากหวัง ภาคนี้จะไม่ได้มีแต่ คุณอู ชานนูนอก็มาเต็ม เพราะจริง ๆ แล้ว ต้นเรื่อง Dream ก็มาจากชานนูนอ นั่นเอง ถ้าหลายคนอ่าน Dream ในส่วนของสองคนนี้คงจะพอนึกออก เพราะงั้นภาคนี้จึงเป็นบทสรุปความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ และการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่แท้จริง ของนายน้อยตระกูลจาง กับมาเฟียอย่างนิชคุณ และโศกนาฎกรรมของอีซึงรี

อย่างที่บอก อย่าคาดหวัง เพราะปิงดองเค็มไว้หลายเรื่อง...เครนะ #วิ่งงงงงงงงงง

.

.

.

.

edit @ 13 Sep 2015 21:47:12 by talingping

Comment

Comment:

Tweet

ซึงรีน่าสงสารไปอีกกกกกกกกก ชีวิตทำไมรันทด โฮววววว

ชานโฮก็สวีทกันไป แต่ซึงรีนี่สิ โอ้ยยยย เปิดมาก็ดราม่าเลยค่าาา

#6 By khunwoo (202.28.78.248) on 2015-09-21 23:13

คือยังไงค่ะ พอดีไปอ่านคอมเม้นด้านค่ะ   มันคือเป็นภาคต่อของดรีมหรอคะ จริงหรอค่ะเนี่ย ดีใจอ่ะ เพราะอ่านดรีมมาแล้ว สนุกมากค่ะ แต่ต้องกลับอ่านตอนหลังๆของดรีมอีกครั้ง พราะอ่านจบนานแล้ว อาจลืมไปบ้าง ต้องกลับไปอีกนิดหน่อย แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะค่ะ ที่มีภาคต่อ  จะรอติดตามค่ะlaughing

#5 By ์Namwaan (183.89.29.171) on 2015-09-16 14:56

หลังจากที่ไปอ่านดรีมมา
ดรีมมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นทั้งหมด แต่ดวงใจมังกรเพลิงจะเป็นบทสรุปของทั้งคู่ ว่าจะอยู่ด้วยกันได้ไหม อูยองกำลังจะเจอกับนรกแท้จริงหรือป่าว หรือมังกรแดงจะสนับสนุน แต่ถ้ารวมกันเมื่อไหร่ คงเป็นมาเฟียที่น่ากลัวที่สุด พญามังกรกับหงส์ คงสง่ามากๆเลยฮะ จะรอติดตามตอนต่อไปนะฮะ

#4 By anty LOVE taec Two on 2015-09-13 17:49

กรี๊ดดดดดดด มีภาคต่อ รอไม่อดใจท้อค่ะcry

#3 By khundong on 2015-09-13 17:28

ชื่อเรื่องน่าอ่านมากๆ
แต่เพราะยังไม่ได้อ่านเรื่อง Dream หรืออ่านแล้วแต่จำไม่ได้ คงต้องไปรื้อฟื้นความจำหน่อยแล้ว ^^
เปิดก็ฮือฮาเลยฮะ พาเรียกเลือดเบาๆ 
ยังไงจะเป็นกำลังใจให้นะคะ

#2 By anty LOVE taec Two on 2015-09-12 20:32

พี่ปิงเปิดเรื่องใหม่??? กรี๊ดดดดดดดด ถ้าแปลเป็นชื่อไทย หัวใจเจ้ามังกร.. นายน้อยตระกูลจางคือพี่ด้ง ชานเป็นแฟนนุ้งโฮ แล้วซึงรีแอบชอบชาน ฮื้อออออ เ้ขาใจความรู้สึกของซึงรีนะคะ ต้องทนดูคนเขารักกันทั้งที่ตัวเองรักเขา อีกคนก็มีแต่คนรุมรักแล้วตัวเขาล่ะ? ไม่มีใครรักใครสรใจ ความรู้สึกที่ไม่เป็นที่ต้องการแบบนี้มันสามารถทำให้คนเราเปลี่ยนแลงเป็นคนละคนกันได้ ภาวนาอย่าให้ซึงรีคิดทำอะไรที่ทำให้คนอื่นต้องทรมานและตัวเองต้องเจ็บปวด นายน้อยตระกูลจางจะต้องเจอกับอะไร พี่คุณจะเป็นใคร? งื้ออออ อดใจรอค่าาาา พี่ปิงสู้ๆ หนูเป็นกำลังใจให้ค่ะ เลิฟฟฟฟ

#1 By khunwoodong (1.20.198.243|1.20.198.243) on 2015-09-12 11:29