[Fic - KhunWoo] Blue Bell: Chapter 4

posted on 11 Sep 2015 21:54 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

Title : BLUE BELL

Chapter : 4

Genre : Romantic 

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 11-09-2015

 

มันเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ที่ไม่อาจก่อเกี่ยวสายสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างเขากับหนุ่มไฮโซจากกรุงโซลได้ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น นิชคุณก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่คิดไว้ ทั้งยามที่ต้องอยู่ใกล้และเมื่อต้องแยกกับจางอูยอง

ความรู้สึกแปลกปร่าทับซ้อนกับความกระอักกระอ่วนยามต้องอยู่ใกล้ชิดกันเป็นสิ่งแปลกประหลาด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน  นิชคุณคิดอย่างใคร่ครวญขณะเดินย้อนกลับไปด้านหลังของหมู่บ้านที่เขาจอดรถไว้ว่ามันจะดีแค่ไหน หากคนที่ดั้นด้นมาพบเขาและลูก ๆ จะเป็นภรรยาในอนาคตอย่างที่เขาวางแผนไว้ ถ้าจางอูยองเป็นผู้หญิงก็คงจะดี...

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหัวของเขา หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่มีความกระตือรือร้นอยากจะรู้จักไร่ และชีวิตของเขาและลูก ๆ คำว่าเสียดาย ผุดขึ้นในใจชายหนุ่มเล็กน้อย แต่ก็ถูกเขาเหยียบจนจมด้วยคำว่าทิฐิ และความคิดที่ผุดพรายราวกับดอกเห็ดว่า จางอูยองเป็นผู้ชาย ที่ไม่สามารถจะมาเป็นภรรยาของเขาได้ แม้จะทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวไปบ้างก็ไม่ใช่ประเด็นที่เขาจะเอามาตัดสินใจจะว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับหนุ่มไฮโซเมืองหลวงเช่นคนนี้

ก็แค่เจอของแปลก ...นิชคุณนิ่งคิดในใจ

เขาจะคิดเสียเพียงว่า วันนี้เป็นวันพักผ่อนจากการทำงานในไร่ที่ทุกนาทีจะมีค่ากว่ามาเดินเสียเวลาเตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้าน และเริ่มคิดวางแผนใหม่ว่า ถ้าหากเขาไม่ได้ภรรยาตามที่กำหนดไว้จะทำยังไง

“คุณ!!”

นิชคุณหันกลับไปตามเสียงเรียก ซ่อนความรู้สึกแปลกประหลายภายใต้ใบหน้าเย็นชาเสียยิ่งกว่าเย็นชา มองเด็กหนุ่มที่ควรจะกลับโซลไปแล้วด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งรำคาญปนแปลกใจ นิชคุณยืนกอดอดมองอูยองก้มหน้าหอบตัวโยนอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่ปริปากพูดอะไร

“ทำไมยังไม่กลับ”

“ผมจะไปกับคุณ”

“ไปทำไม ก็บอกแล้วว่า..” หนุ่มบ้านไร่กำลังจะพูดต่อ ก็ชะงักค้างเมื่อจางอูยองยกมือห้าม พูดเสียงรัว

“ผมขอโอกาส คุณจะทดสอบผม หรืออะไรก็ได้ ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองบ้าง ไม่ใช่คุณมาตัดสินใจว่าผมเป็นแค่ผู้ชาย เป็นคนเมือง คุณเลยจะตัดโอกาสผม

“คุณบอกว่า คุณตอบจดหมายผมเพราะเด็ก ๆ ก็แสดงว่าเด็ก ๆ เลือกผม ใช่ไหม แต่ผมยังไม่ได้เจอเด็ก ๆ เลย คุณจะมาตัดสิทธิ์ผมได้ยังไง “

เมื่ออูยองเห็นว่านิชคุณยืนบื้อพูดไม่ออก เขาก็พูดใส่เต็มที่ ยกเหตุผลขึ้นมาอ้างสุดกำลัง ”สมัยนี้ผู้ชายแต่งงานกันเยอะแยะ ในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้บอกว่าอยากได้เมียเป็นผู้หญิง ผมก็ยังมีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ”

...เออจริง..เฮ้ย ไม่ใช่

 อูยองพูดต่ออย่างไม่ยอมแพ้

“ผมขับรถมาตั้งไกล  เพื่อหวังที่เราจะได้รู้จักกัน หรืออย่างน้อยก็ได้มีเวลาคุยกันมากกว่านี้ แต่พอมาถึงคุณก็บอกว่าคุณไม่ต้องการผม ทั้งที่เรายังคุยกันไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ คุณก็ตัดสินผมแล้ว ถ้าคิดจะตัดผมออกแต่แรก ทำไมไม่เขียนจดหมายปฎิเสธล่ะ”

หนุ่มจากเมืองกรุงส่งสายตาตัดพ้อ อ้อนวอน วิงวอน แทบจะลงไปคุกเข่า ...เอาวะ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว จะกลับไปตัวเปล่าโดยไม่ลงมือทำอะไร ก็ดูจะไม่ใช่ไฮโซไอดอลอย่างเขานัก นาทีนี้เขาคิดแต่เพียงว่า กลเม็ดเด็ดพรายเม็ดไหนเด็ด เม็ดไหนจะนำพาให้เขาโดน เขาจัดเอามันมันทุกเม็ดล่ะ

“ผมขอโอกาสแค่ครั้งเดียว ให้ผมได้เจอเด็ก ๆ นะ ถ้าพวกแกไม่ชอบผมจริง ๆ ผมจะไม่ตื้อคุณอีกเลย นะ”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องนั้น”

“แล้วเรื่องอะไรอีกล่ะ” อูยองชักฉุน เขาชักจะรู้สึกว่า หนุ่มบ้านนอกคนนี้เรือ่งมากจริง ๆ แต่จางอูยองก็ยังดราม่ารางวัลม้าทองคำ งัดลูกอ้อนออกมาใช้ต่อ

“ถ้าเรื่องงานในไร่ คุณก็สอนผมได้นี่ ผมหัวไว ไม่นานผมคงทำได้ คนเราก็ต้องเรียนรู้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ”

อูยองยิ้ม เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ้อนวอน หงุงหงิง พลางเขย่าแขนล่ำสันเบา ๆ จนเขาชักรู้สึกใจสั่น

“ให้ผมไปไร่กับคุณนะ สัญญาว่าจะทำตัวดี ๆ ไม่วีน ไม่งอแง ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญเลย อีกอย่างนึงนะ ผมก็มีของมาฝากลูก ๆ คุณตั้งเยอะแยะ ผมตั้งใจเอามาฝากเด็ก ๆ คุณจะให้ผมแบกมาเสียเที่ยวเหรอ” จางอูยองลากเสียงคำสุดท้ายซะหวานจ๋อย จนนิชคุณเผลอจ้องมองดวงตารีเรียวคู่นั้น แววตากลมโตอ่อนแสงลง...จนเห็นเงาของธงขาวพัดโบกไสวในดวงตา

อูยองมองเห็นโอกาสทองเขารีบคว้าไว้ก่อนที่ทองจะทันตั้งตัว โดยการคล้องแขนชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ

“จะไปไหน”

“อ๊าว ก็ไปไร่ไง เร็ว ๆ สิ เดี๋ยวก็เย็นหรอก ต้องไปรับเด็ก ๆ ไม่ใช่หรือไง”

“เดี๋ยว”

“อะไรอีกเล่า”

“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้คุณไปด้วย”

“คุณไม่บอกผมก็รู้แหละ ไปเถอะอย่าช้า”

“เดี๋ยว”

“อะไรอีกล่ะ”

 “ทิ้งรถคุณไว้นี่แหละ”

“ห๊ะ..” จางอูยองลังเล

“จะไปก็ต้องทำตามกฎผม รถไม่หายหรอก ใครจะเอาไปทำอะไร ไถนาก็ไม่ได้”

อูยองลังเลไม่ถึงห้าวินาที ก็ หันหลังจะวิ่งไปที่รถ แต่ก่อนจะทำอย่างนั้น เขาก็หันมามองหนุ่มบ้านไร่ แล้วคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น

“จะทำอะไร”

“ก็ถ้าคุณเกิดเปลี่ยนใจหนีขึ้นมาจะทำไงล่ะ”

“ผมยังเปลี่ยนใจได้” นิชคุณทำเสียงสูง

“ไม่ได้” อูยองพูดพลางฉีกยิ้มหวาน นิชคุณส่ายหน้าระอา

อูยองรีบวิ่งกลับไปที่รถพร้อมลากหนุ่มชาวไร่ไปด้วย ไม่สนใจสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองอย่างสนใจ เขาคว้ากระเป๋าเป้ และของจำเป็นยัดลงไปในกระเป๋า ลากกระเป๋าใบใหญ่อีกใบออกมาด้วย

“รถคุณจอดที่ไหน”

“ด้านโน้น” อูยองเขย่งปลายเท้ามองตามสายตาของชายหนุ่ม

“อ้าวแล้วเราจะไปยังไง”

“เดิน”

“ห๊ะ”

นิชคุณทำเป็นไม่ได้ยิน พูดเรื่อย ๆ ต่อไปว่า “ถนนอีกด้านของหมู่บ้านชำรุด รถขับผ่านไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะกลับไปไร่คือทางนี้ เราต้องเดินเท้าเข้าไป”

 “อย่าบอกนะว่าเมื่อเช้าคุณเดินมา”

นิชคุณยักไหล่กว้าง เขาไม่พูดความจริงทั้งหมดหรอกว่า เขาเดินออกมาแค่นิดเดียว แล้วเขาก็อาศัยรถของคนในหมู่บ้านออกมาอีกที

“ขับรถผมไปก็ได้นี่”

“ไม่ได้ ทางมันแย่มากเกิดรถมันดับกลางทาง หรือพังขึ้นมา ผมไม่มีปัญญาซ่อมให้คุณหรอกนะ”

“แต่ว่า..”

“แล้วแต่ละกัน จะเปลี่ยนใจไม่ไปก็ได้”

อูยองสวนทันควัน “ไม่!!”

เอาวะ ในเมื่ออีกฝ่ายยังเดินทางไกลเพื่อมารับเขาได้ แล้วจะเป็นไรไปถ้าเขาจะเดินไปที่ไร่ ลองดูซักตั้ง ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างจางอูยองจะเดินแค่นี้ไม่ได้  อูยองชูมือไฟว์ติ้งเบา ๆ ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้สีฟ้าอ่อนไว้ด้านหลัง กระเป๋าเดินใบเล็ก แต่ไม่เล็กในความคิดของนิชคุณถูกถือด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เสนอตัวช่วยหิ้วสัมภารกใด ๆ ของคนข้างหลังทั้งสิ้น ทำตัวแล้งน้ำใจยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ในชีวิต

 เขาเดินก้าวไปข้างหน้านำอูยองไปบนถนนที่ปูด้วยไม้หมอนเก่า ๆ ที่ทอดตัวไปข้างหน้าจนสุดลูกหูลูกตาขนาบด้วยนาข้าวอย่างทุลักทุเล อูยองเอียงซ้ายทีขวาที เพราะไม่ชำนาญทาง แล้วไหนจะกระเป๋าอีกใบที่เขานำติดตัวมาก็หนักเกินกว่าจะหิ้วเป็นระยะเวลานาน อูยองเดินตามนิชคุณต๊อก ๆ บ่นงึมงำเบา ๆ  

...หน้าตาก็ดี แต่แมร่มโคตรแล้งน้ำใจ...

..ก็เป็นอย่างนี้ล่ะสิ ถึงได้โดนเมียทิ้ง...

...โอ๊ย บ้านนอกของแท้เล๊ย...

นิชคุณแอบชำเลืองมอง ก่อนยิ้มมุมปากน้อย ๆ เมื่อแว่วเสียงบ่นงึมงำจากปากอูยองใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่อยากรู้ถึงจิตใจของอูยองว่าตั้งใจจะเดินทางไปไร่ของเขาโดยไม่ล้มเลิกกลางคันหรือเปล่า

ทั้งสองคนเดินทางโดยไม่หยุดพัก จนอูยองเริ่มรู้สึกว่าเขาคงไม่ได้เดินทางไปบ้านไร่ แต่กำลังเดินทางไกลไปดาวอังคาร และเพราะอูยองมัวแต่รีบเดิน เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเดินไม่รอ ด้วยความรีบ จางอูยองจึงไม่ทันระวังตัว เขาสะดุดตอไม้ผุ ๆระหว่างทางเข้าอย่างจัง

“เหวออออ”

นิชคุณหันขวับไปตามเสียง แต่ก็ไม่เห็นนายไฮโซเดินตามหลังเขาเสียแล้ว เพราะ เพราะเจ้าตัวหงายหลังลงไปนอนแอ้งแม้งในนาข้าวที่มีแต่โคลนหมดสภาพหนุ่มเมืองกรุง อยากจะขำก็ขำไม่ออก ใจหนึ่งก็สงสาร อีกใจก็คิดหาเรื่องเอง  ช่วยไม่ได้

ทีแรกว่าจะยื่นมือช่วยแต่เห็นท่าทางหนุ่มเมืองกรุงแล้วหมั่นไส้ เขาเลยเลือกที่จะเพิกเฉยแล้วปล่อยให้ตะเกียกตะกายขึ้นมาเอง กางเกงสีขาวกลายสภาพเป็นสีดำ รองเท้าจมอยู่ในโคลนที่ลึกเกินตาตุ่ม อูยองยั๊วจัด เขามองนิชคุณที่ไม่มีทีท่าจะช่วยเหลือ

“คุณช่วยดึงผมหน่อยสิ”

“ลงไปเอง ก็ขึ้นมาเองสิ”

“ด๊ายยยยย”

จางอูยองถลึงตาใส่ เขาพยายามยันตัวขึ้น ถอดกระเป๋าเป้ข้างหลังเหวี่ยงขึ้นไปบนฝั่งกระแทกกับร่างบึกบนขาวไร่อย่างตั้งใจ เสื้อเชิ้ตสีเก่าเปื้อนโคลนวงใหญ่ทันตาเห็น อูยองทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สีหน้าหนุ่มหน้าตอไม้ที่บึ้งตึงใส่เขา พยายามดิ้นรนด้วยตัวเองจนสำเร็จ เขาชูกระเป๋าใหญ่ไว้เหนือศีรษะอย่างทะนุถนอม นิชคุณแค่นยิ้ม นี่คงกลัวกระเป๋าแบรนด์เนมเปื้อนสิท่า

“ถ้าไม่ไหวจะกลับก็ได้นะ”

อูยองหันขวับ “ไม่!!”

“ดี งั้นไปกันต่อ”

จางอูยองอยากจะเอาโคลนปาหน้าหนุ่มขี้เก๊กตรงหน้า แต่ก็ทำได้แต่เพียงตั้งหน้าตั้งตาเดินตามนิชคุณไปอย่างไม่ลดละ ฝ่ายนั้นก็ดูจะไม่เหน็ดเหนื่อย  แขนสองข้างล้าจากการหิ้วของหนักเป็นเวลานาน แต่อูยองก็ไม่ปริปากบ่น 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงพ้นเขตแนวหินสีน้ำตาลแดงและพบทิวไม้ยาวตรงทั้งซ้ายและขวาคล้ายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนอย่างตามธรรมชาติ เดินต่อไปไม่เท่าไหร่ ก็พบรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ นิชคุณรู้สึกอับอายขึ้นมาฉับพลัน  เขาเคยมีรถยนต์ที่สภาพดีกว่านี้ มีรถกระบะที่ใช้ขนของในไร่ แต่ก็ต้องขายเพื่อใช้หนี้ให้กับกาอิน เขาไม่อยากให้อูยองเห็นรถของเขาในสภาพแบบนี้เพราะมันอาจส่งผลถึงการเห็นสภาพบ้านของเขาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แม้จะไม่ได้พึงพอใจในตัวเด็กหนุ่ม แต่นิชคุณก็ไม่อยากให้ใครมาดูถูกเขาอีก

อูยองเห็นสถาพรถ แต่ก็ไม่ได้สนใจ มันก็แค่รถคันหนึ่งที่สามารถพาพวกเขาไปถึงที่หมายโดยไม่ต้องเดินด้วยสองขาที่กำลังหมดแรงของเขาก็พอ

“ผมต้องไปรับเด็ก ๆ ก่อน”

นิชคุณพูด ขณะมองอูยองที่กำลังเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่ง หนุ่มเมืองกรุงชะงัก แล้วเปลื่ยนใจเดินดุ่ม ๆ ปีนขึ้นไปนั่งกระบะหลังโดยไม่เถียงอะไรกับเขาซักคำ จนชายหนุ่มชักสงสาร

“มานั่งข้างหน้าก็ได้”

ทีแรกนิชคุณคาดว่าจางอูยองจะเถียงอะไรกับเขาสักสองสามคำ แต่ไม่มีเสียงตอบโต้ มีแต่เสียงโยนกระเป๋าไว้หลังกระบะดังปุก แล้วเดินกลับมาเปิดประตูด้านข้างก่อนพิงหน้าต่างรถหลับตาลงในชั่วเวลาไม่กี่นาที จางอูยองในตอนนี้เหมือนของเล่นถ่านหมด นิชคุณลอบยิ้มมอง

นิชคุณมองศีรษะคลุมด้วยผมสั้นเส้นละเอียดนุ่มแต่หยุ่งเหยิงต่างจากเมื่อเช้า แสงแดดยามเย็นทอดผ่านกระจกหน้าต่างรถมาทอบทาบบนผิวหน้า แม้ว่ามอมแมมไปด้วยเหงื่อและดินโคลน แต่ก็ยังมองเห็นผิวใสละเอียดเหมือนนาทีแรกที่เขาเห็นอูยองก้าวลงมาจากรถสปอร์ตหรูหราที่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยมีเงินมากมายที่สามารถซื้อรถแบบนั้นได้

เขาทำเกินไปหรือเปล่า..นิชคุณคิดขณะเหลือบไปมองอูยองนั่งหลับโงกเงกอยู่ที่เบาะข้าง ๆ

จางอูยองกระพริบตาปริบ ๆ ผ่านกระจกรถเมื่อลืมตามาเห็นนัยน์ตาตี่ ๆ หกคู่กำลังจ้องมองเขาตาปริบ ๆ อยู่เช่นกัน  เขาค่อย ๆ ไขกระจกลงช้า ๆ ยื่นศีรษะที่เต็มไปด้วยโคลนเกรอะกรังและเหงื่อโชยออกไป มองเด็ก ๆ หกคนที่ยืนเบียดกระจกมองเขาเหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาดจากต่างดาว ทว่าอูยองกลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขาเปิดประตูออกไป ย่อตัวตรงหน้าเด็กชายตัวน้อย

“สวัสดีครับ” อูยองยื่นมือออกไปข้างหน้าอย่างไม่เจาะจงว่าจับมือกับเด็กคนไหน  รอคอยการตอบสนองอย่างใจเย็น โดยไม่สนใจสายตาจับจ้องของนิชคุณที่ยืนอยู่ข้างหลังเด็ก ๆ ขณะที่เด็กชายที่ยืนอยู่ข้างหน้ากำลังยื่นมือมาจับมือกับเขาอยู่นั้น ก็มีมืออีกสี่ข้างปัดมือนั้นออก แล้วก็เหมือนมหกรรมแย่งของฟรี เด็ก ๆ ทุกคนพยายามแย่งกันจับมือเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จางอูยองตะลึงอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนหัวเราะร่าออกมา

ในนาทีสั้น ๆ นั้น เขาตอบกับตัวเองได้แล้วว่าเพราะอะไรเขาถึงดั้นด้นมาไกลถึงกรูย์เย

 

 

 

 

 

 

To be continue

 

 

talk>>> talingping

 

 

 

ฮัลโหลลลลลลลลลลลลล สวัสดีค่า ไม่ได้เจอกันนานเลยย จากตอนก่อนมาถึงตอนนี้ ปีนึง โอววมายยยยยย ไม่อยากจิเมาส์ไรมากมาย ที่หายหัว เอ้ย หายหน้าคือทำงานค่าาาา ดราม่ามากจนไม่มีเวลาทำอะไร แม้กระทั่งตามปู้จาย ขออภัยนะคะ

 

จริง ๆ แล้วตอนนี้ยาวกว่านี่อีกอ่ะนะ แต่ว่า ปิงตัดมาแค่นี้ 5555555555 หนุ่มไฮโซจากเมืองกรุงได้เจอเด็กน้อยแล้วจะเป็นยังไงต่อนะ ต้องติดตามค่ะ จะไม่พยายามไม่ต่อปีหน้านะ กร๊ากกกกกกกกกก

Comment

Comment:

Tweet

รออยู่น้า ^^ มาต่อเร็วๆนะคะ

#6 By kapow (161.200.134.3) on 2015-11-28 09:40

คิดถึงอูยองกะพี่คุณและเด็ก ๆ แร้วค่ะ

ไรท์..มาต่อด้วยนะคะ

#5 By wonder (122.154.112.146) on 2015-10-27 17:53

ในที่สุดไรท์ก็มาต่อแล้ว
หนุ่มชาวไร่เล่นตัวนะคะ สนใจหนุ่มกรุงโซลแต่ยังมีทิฐิฟอร์มจัดอยู่
ดีนะที่หนุ่มโซลเค้าก็ออกตัวแรง ไม่ยอมถอยง่ายๆ มีกลเม็ดอะไรก็งัดออกมาใช้หมด จนได้มาเจอเด็กๆจนได้ double wink แล้วดูท่าเด็กๆจะชอบน้องยองมากด้วย คิคิ
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

#4 By khundong on 2015-09-13 17:22

ฮว้ากกกกกกกกก ดีใจกลับมาต่อซะที 5555
สงสารอูยองจัง พี่คุณก็ใจแข็งชะมัด
แต่เด็กๆ ดูท่าจะชอบอูยองนะ

#3 By khunwoo (202.28.78.248|202.28.78.248) on 2015-09-12 14:59

เอาแล้ววววว จางอูยองม่ละทิ้งความพยายาม หนูกลับไปวนอ่านตั้งแต่ตอนแรกมาอีกรอบ จางอูยองเรื่องนี้นำเนหน๋อตัวให้พี่คุณมากค่าาาา มีลุกแฮ่ด ชอบพี่ด้งลุคนี้มากเลยค่ะ
คือพี่คุณก็นะทดสอบพี่ด้งนี่คือโหดสำหรับหนูแต่ว่าสำหรับพี่คุณคือสบายมากและคิดว่าพี่ด้งก็คงคิดแบบหนูว่ามันโหด แล้วอะไรคือเดินตกโคลน ฮ่าๆๆๆๆ พี่คุณก็ไม่ช่วยอีก จะทดสอบอะไรเค้าอีกกกกก เดี๋ยวรู้เลยจางอููยองเด็กน้อยของเรา เขาไม่ละความพยายามและตั้งใจหรอก เปื้อนโคลนก็เปื้อนเหนื่อยก็เหนื่อย หนูคิดว่ามันต้องมีซัมติงเกิดขึ้นกับพี่คุณแน่ๆ ใจที่ปิดตายนั้นต้องเปิดให้อูยองแน่ๆ เลย ดูท่าพวกเด็้กๆ จะชอบพี่ด้งมากแย่งกับจับมือใหญ่เลย และพี่ด้งก็ดูจะรักเด็ก น่าจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับบรรดาลูกๆ ของพี่คุณ นี่เป็นห่งเรื่องงานไร่งานสวนของพี่ด้งม่ก นางจะทำได้ไหมแต่เชื่อว่าจางอูยองไม่ละความพยายามแน่นอน ขอให้เป็นครอบครัวสุขสันต์ทีเถิดดดด อยากเห็นพี่ด้งโดนพี่คุณแกล้งเยอะๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ
ขอบคุณพี่ปิงที่ยังไม่ทิ้ฟิคเรื่องนี้นะคะ ในใจนี่รอมาปีหนึ่งเลย ฮือออออ รอไปถึงรวมเล่มแล้วค่ะ คิดถึงผลงานพี่ปิงก็หยิบรวมเล่มมาอ่าน ขบคุณพี่ปิงจริงๆ นะคะ เลิฟฟฟฟ

#2 By khunwoodong (110.77.234.191|110.77.234.191) on 2015-09-12 11:26

น่ารักมากๆเลยฮะ หนุ่มไฮโซจะไหวไหมนะ ^^ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะฮะ ไฮโซอูยอง

#1 By anty LOVE taec Two on 2015-09-11 23:27