[Fic - KhunWoo] Blue Bell: Chapter 3

posted on 27 Aug 2014 21:14 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

 

 

Title : BLUE BELL

Chapter : 3

Genre : Romantic 

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 27-08-2014 

 

 

อูยองขับรถมาถึงหมู่บ้านกูร์เยเร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย เขาพินิจพิเคราะห์ผู้คนที่ยืนคราคร่ำอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านผ่านแว่นตากันแดดขณะนั่งมองอยู่ในรถอย่างระมัดระวัง แต่เขาก็ไม่เห็นใครหน้าตาเหมือนกับหนุ่มชาวไร่คนที่ลงประกาศหาภรรยาเลย อูยองนั่งทำใจในรถสปอร์ตอยู่นาน หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อลดความตื่นเต้นที่ไม่คาดคิดให้ผ่อนคลายลง เมื่ออาการตื่นเต้นลดน้อยลง เขาจึงเปิดประตูรถสปอร์ตแบบปีกนกขึ้นด้านบน 

หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ขณะก้าวลงมาจากรถทรงปราดเปรียวที่ดูเฉี่ยวสวยแปลกตา ไม่ได้สนใจว่ากำลังเป็นจุดสนใจของใคร  เขายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวั่กไขว่ มองโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างลังเลขณะยืนพิงรถสปอร์ต พลางคิดในใจว่าจะโทรหาชายหนุ่มที่นัดหมายกันไว้ดีหรือไม่  ปกติเขาเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก และพอใจที่จะพบเจอกับความตื่นเต้น แต่พอมาถึงที่นี่ อูยองกลับรู้สึกอยากจะขับรถกลับโซล

 เขากวาดตามองไปรอบ ๆ เมืองการเกษตรเล็ก ๆ ที่งดงามซึ่งตั้งอยู่ระหว่างภูเขาจีรีซานและแม่น้ำซอมจิน แต่งแต้มด้วยดอกซานซูยูที่ออกดอกสีเหลืองอร่ามงดงามไปทั่วทั้งต้น ขึ้นเรียงรายไปทั่วทั้งเมือง หากเป็นสถานการณ์อื่นเขาคงอิ่มเอมใจไปกับการดื่มด่ำบรรยากาศของหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ

พลันในสายตาเขาก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขาด้วยท่าทางสบาย ๆ  ภายใต้แสงทองอร่ามของดวงอาทิตย์ ชายหนุ่มที่ปลุกเร้าให้หัวใจอันเฉี่อยชาของเขาตื่นขึ้นและดิ้นรนมาไกลจากกรุงโซล

อูยองถอดแว่นตากันแดดออก ยืดตัวขึ้น มองชายหนุ่มคนนั้นจนเต็มตา ยืนนิ่งงัน และก็ตระหนักในวินาทีนั้นว่า หนุ่มชาวไร่ที่ประกาศหาภรรยาในหนังสือพิมพ์นั้น หล่อจนชวนตะลึง ไม่สิ ต้องใช้คำว่า หล่อมากกกกกกก หล่อจนเขาแทบลืมหายใจ

หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้น การหายใจของเขาถี่กระชั้นและยากลำบาก เขายืนตัวแข็ง ไม่สามารถก้าวเดินไปไหนได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาประสบกับความรู้สึกนี้ สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน การสูญเสียการควบคุมตัว รู้สึกมึนงงราวกับถูกฟาดที่ศีรษะอย่างแรง พวงกุญแจรถเลื่อนหลุดออกจากมือเขาดังแกร้งเบา ๆ

เมื่อหนุ่มชาวไร่เดินมาหยุดตรงหน้า อูยองยังอยู่ในอาการตกตะลึง พินิจมองชายหนุ่มราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ เขาไม่ได้เป็นคนหล่อเหลาที่สุดที่อูยองเคยเห็นมา ในสังคมที่เขาอาศัยอยู่เต็มไปด้วยผู้ชายหล่อมากมาย หุ่นดีรูปร่างดีด้วยกันทั้งนั้น แต่คนเหล่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับเสน่ห์ทางเพศที่แผ่ออกมาจากผู้ชายคนนี้ ทุกอริยาบถที่เคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เพศชายซึ่งทำให้เขาเผลอคิดถึงร่างชุ่มเหงื่อเปล่าเปลือยบนผืนเตียงยับยุ่น

อูยองหน้าแดงก่ำ..โอย... ทำไมเขาถึงคิดเรื่องบ้าบอในสถานการณ์นี้ด้วย

เขาจดจ่ออยู่กับรายละเอียดทุกอย่างที่เห็นเกี่ยวกับหนุ่มชาวไร่คนนี้ เขาสูงอย่างน้อย180เซนติเมตร เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง แผงอกกำยำจนแทบจะทะลุออกมาจากเสื้อเชิ้ตเก่าซีด ผิวคล้ำแดดเพราะทำงานหนัก รูปร่างดีและแข็งแรงกว่าที่เห็นในประกาศหนังสือพิมพ์อยู่มาก เส้นผมซึ่งเขาเห็นภายใต้หมวกแก๊บเป็นสีน้ำตาลเกือบสีดำ รูปหน้าเรียวสวย ริมฝีปากบางเล็ก นัยน์ตากลมโต ใสซื่อ ทว่านิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึก

เขาสวมเสื้อเชิ้ตยีนส์พับแขนลวก ๆ กับกางเกงยีนส์เก่า ๆ มีรอยขาดตรงบริเวณหัวเข่าและต้นขา เขาเห็นผิวขาวในร่มผ้าที่ไม่ได้สัมผัสการโดนแดด  รองเท้าบู๊ตมีรอยถลอกบ่งบอกถึงสภาพการใช้งานอย่างหนัก อูยองตระหนักได้ทันทีว่า หนุ่มชาวไร่ไม่ได้แต่งตัวมาเป็นพิเศษเพื่อการพบกันในวันนี้เลย แต่มันจะสำคัญอะไรล่ะ...

อูยองพยายามจะควบคุมอารมณ์ที่กำลังตื่นตะลึงจนไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้ งุนงง และพูดอะไรไม่ออก เมื่อนิชคุณก้มตัวลงตรงหน้าเขาและหยิบพวงกุญแจรถที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ยืดตัวขึ้นตรงหน้าเขา ก้าวเข้าหา จับมือของเขาหงายขึ้นแล้ววางพวงกุญแจสีเงินแวววาวบนฝ่ามือของเขา

“กุญแจของคุณ...”

การสัมผัสของเขาทำเอาอูยองตัวสั่น การใกล้ชิดกันนำเอาความร้อนจากร่างกายและกลิ่นของหนุ่มชาวไร่พัดโชยสู่ห้วงลมหายใจของเขา  ความตื่นตระหนกวนเวียนอยู่ในตัวอูยอง เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะรู้สึกเช่นนี้กับคนที่เพิ่งพบเจอกันครั้งแรก  

ทั้งสองยืนมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ ลืมผู้คนที่เดินไปเดินมารอบตัว อูยองยืนนิ่ง  ขณะที่นิชคุณมองขึ้นลงด้วยสายตาประเมินตัวเขา ค่อย ๆ เพ่งพินิจอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกว่าสายตาของชายผู้นั้นจับจ้องมายังเขาจนแทบจะหลอมละลายหนุ่มชาวไร่ซ่อนความคิดเกี่ยวกับตัวของเขาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงออกว่าพึงพอใจ แต่อย่างน้อยก็คงไม่รังเกียจ สังเกตจากดวงตาที่ทอแสงเป็นประกายตามแบบผู้ชายอย่างที่อูยองรู้สึกและเริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมาอีกหน

ฉับพลันในตอนนั้นเองเขาก็ตื่นตระหนกกับความคิดที่ว่า

..เขากำลังตกหลุมรักหนุ่มชาวไร่คนนี้เสียแล้ว...

.............

ความคิดแรกของนิชคุณเมื่อพบผู้สมัครเป็นภรรยาของเขาจากคังนัม คือ ..น่ารัก มีเสน่ห์ และหุ่นดีกว่าที่คิด แต่คุณสมบัติดังกล่าวยังไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะเลือกอูยองมาเป็นภรรยา ไม่สิ..มันต้องใช้คำว่าไม่มีวัน

ไม่ใช่แค่เพราะอูยองเป็นผู้ชาย แต่เพราะคนนี้เป็นทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ คนจากเมืองใหญ่ที่ทันสมัย ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับทำไร่ และเป็นที่สะดุดตาของใครต่อใครมากเกินไป รสนิยมของเขาสองคนก็ดูจะต่างกัน เห็นได้ชัดจากตั้งแต่รถสปอร์ตดีไซน์หรู ไปจนถึงการแต่งตัวที่ดูสบาย ๆ แต่ราคาแพง

เขาเห็นรถคันนี้มาจอดตรงลานจอดรถนานแล้ว ก่อนที่เขาจะมาส่ง เบซูจี ผู้ถูกเลือกคนที่สามที่เขาเลือกไว้ขึ้นรถบัสเสียอีก เขาตัดสินใจไม่เลือกซูจี เพราะเหตุผลที่เธอมาสมัครเพียงเพราะเขาหน้าตาดี

ถึงซูจีจะเข้ากับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเคยทำงานพิเศษเป็นพี่เลี้ยงเด็กสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่พอเห็นสภาพบ้านและความเป็นอยู่ เธอก็มองออกอย่างชัดเจนว่า เธอคงไม่เหมาะกับชีวิตอันยากลำบากในไร่ที่ห่างความเจริญ และเด็กทั้งห้าก็สร้างภาระให้มากเกินกว่าเธอจะรับได้

เมื่อต้นสัปดาห์แขกผู้มาเยือนคนแรกของเขาคือ ฮยอนอา เธอเป็นหญิงหม้ายหน้าตาดี มีเสน่ห์ ซึ่งเขาคิดว่าคงเหมาะสมกับเขาในด้านสถานะ ความรู้สึกของการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เขาคิดผิด ฮยอนอาไม่ชอบเด็ก และแสดงความรำคาญลูก ๆ ของเขาอย่างชัดเจน เมื่อโดนรบเร้าให้เธอทำสารพัดสิ่งที่พวกเขาต้องการ สุดท้าย...เธอตวาดเด็กทั้งห้า บททดสอบการเป็นภรรยาของเขาจึงเป็นอันสิ้นสุดลง  

ซึ่งตรงกันข้ามกับซอนมี เธอเป็นครูสอนหนังสือ หน้าตาพอใช้ได้ และยินดีเป็นภรรยาชาวไร่อย่างไม่เกี่ยงงอน แต่เขาไม่สามารถทำใจให้เลือกเธอได้ เพราะถึงเธอจะสามารถดูแลบ้าน ทำงานในไร่ได้   แต่ปัญหาหากเขากับเธอต้องแต่งงานกันคือเด็ก ๆ ทีแรกเขาคิดว่าเธอเป็นคนรักเด็กเพราะเคยเป็นครูสอนหนังสือเด็กประถมมาก่อน

แต่ทุกอย่างตรงกันข้าม เธอเป็นปฎิปักษ์กับเด็ก ๆ ในช่วงสิบนาทีแรกที่ทั้งสองฝ่ายพบกัน ซอนมีเป็นคนเข้มงวดตามประสาครู เธอลงโทษยูคยอมที่ทำช้อนหล่นลงพื้นระหว่างรับประทานของว่างด้วยกันด้วยการตีและดุกล่าวอย่างแรง 

ทันทีที่แฝดคนเล็กโดนลงโทษ แฝดผู้พี่ทั้งสี่มีปฎิกริยาทันทีก่อนที่เขาจะทันทำอะไรด้วยซ้ำ จินฮวานผลักเธอตกจากเก้าอี้ ในขณะที่ยองแจพยายามดึงยูคยอมให้พ้นจากการตี ฮันบินกระโดดกัดแขนเธอเมื่อเธอหันมาตีจินฮวานด้วย ส่วนจุนโฮใช้ตัวเองกำบังน้องไว้

ทั้งหกคนตะลุมบอนกัน เขารีบคว้ายูคยอมที่ร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ ไปยืนรวมกับยองแจที่พยายามช่วยพี่ ๆ  เขารีบง้างปากฮันบินออกจากแขนของเธอที่มีรอยฟันของเด็กห้าขวบประทับตราอยู่บนนั้น จินฮวานรัวกำปั้นเล็ก ๆ ใส่เธอด้วยความโกรธ ทั้งเตะ ทั้งต่อยพัลวัน ส่วนเธอตอนนี้ลงไปนอนร้องให้เขาช่วยอยู่บนพื้นแล้ว

นิชคุณตัดสินใจให้เธอกลับไปในทันทีโดยไม่ฟังเสียงโอดครวญของเธอเกี่ยวกับมารยาทของเด็กทั้งห้า

เพราะไม่ว่าลูก ๆ ของเขาจะแก่นแสบแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาลงโทษลูก ๆ ของเขาโดยมีเหตุผลแบบนี้เป็นอันขาด

เมื่อผ่านการพบหน้าผู้ถูกเลือกทั้งสามคนแล้ว เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อพบว่า เรื่องทั้งหมดที่เขาทำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องเสียเวลา และเสียเงินเปล่า ผู้สมัครสามคนเป็นคนที่เขาเลือกเอง แต่ทั้งหมดสนใจแค่เพียงตัวเขา ไม่ได้ต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่ในไร่ หรือต้องการลูกของเขาซักคน

เหลืออีกแค่คนเดียว....

เอาเข้าจริง ๆ เขาไม่ได้อยากได้จางอูยองมาเป็นภรรยา แต่หลายวันที่ผ่านมา เด็ก ๆ ทั้งห้ารบเร้าอยากจะเจออูยองเหลือเกิน เด็ก ๆ มักแอบหยิบรูปถ่ายใบนั้นมานั่งดู แล้วก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน เขาคิดเอาเองว่าเดี๋ยวเด็ก ๆ ก็ลืม ยิ่งมาเจอเหตุการณ์แย่ ๆ ไปเมื่อวานก่อนคงลืมไปได้ง่าย ๆ แต่เขาคิดผิด...

 นิชคุณคิดอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ติดใจอะไรนักหนา เด็กห้าขวบบางทีก็เข้าใจยากเกินไป เขาถอนใจหนัก พยายามปลอบใจตัวเองว่า แค่เจอหน้า แล้วคุยกันให้จบ ๆ วันก็พอ ยังไงซะเขาก็ไม่มีทางเลือกอูยองอยู่แล้ว 

เขายกนาฬิกาขึ้นดูเวลา ขณะกวาดตามองคนที่นัดหมายไว้ด้วยความมั่นใจ ว่าจะต้องต่างจากนักท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปแน่นอน เขาสะดุดตากับรถสปอร์ตสีบรอนซ์เงินดีไซน์เฉี่ยว แล้วเขาก็พบ....

มีข้อแตกต่างจากในรูปถ่ายเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าใช่อูยองหรือไม่ คือเส้นผมสีบรอนด์ทองซึ่งกลายเป็นเส้นผมสีดำตามธรรมชาติ ตัดอย่างเรียบร้อยเป็นผมซอยสั้นไว้ผมหน้าม้า สวมกางเกงรัดรูปสีขาว เสื้อกล้ามสีดำคอลึกลวดลายตัวอักษรแปลกตา เผยให้เห็นช่วงอก ไหล่กว้าง ท่อนแขนเปลือยมีกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะแต่ก็น้อยไปกว่ากล้ามเนื้อบนร่างกายเขา สวมรองเท้ากีฬาสีเหลืองสดบาดตา

เพียงแค่เห็นร่างกายที่รอดพ้นจากเสื้อกล้ามพอดีตัว นิชคุณก็รู้สึกปั่นป่วนพยายามอย่างหนักที่จะหยุดสายตาอยู่แค่ดวงตาคู่เรียวเล็กเหมือนเมล็ดถั่วของอูยอง ที่กำลังเบิกกว้างเล็กน้อยราวกับตกใจบางอย่าง  ยืนนิ่ง และทำกุญแจหลุดจากมือ นิชคุณถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบขณะเผชิญหน้ากัน 

“..ไม่เป็นไรใช่ไหม”

อูยองสั่นศีรษะเบา ๆ “ไม่เป็นไร”

“งั้นเราก็ไปกันได้แล้ว”

“ไปไหนครับ”

นิชคุณยักไหล่กว้าง “ก็เดินเที่ยวไง”

ทั้งที่ทำใจไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านแล้วว่าต้องตั้งสติเมื่อเจอจางอูยอง แต่พอเอาเข้าจริง เขากลับกระอักกระอ่วน แปลก ๆ เขาจึงต้องทำตัวผ่อนคลายลงด้