[Fic - KhunWoo] Blue Bell: Chapter 2

posted on 22 Jul 2014 23:09 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

Title : BLUE BELL

Chapter : 2

Genre : Romantic 

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 22-07-2014 

 

 

 

 

นิชคุณนิ่วหน้าขณะอ่านจดหมายตอบกลับจากคังนัม สลับกับมองภาพถ่ายผู้สมัครในมืออีกข้างหนึ่ง คิ้วหนาขมวดแน่นขึ้นเมื่ออ่านชื่อเจ้าของจดหมาย ….จางอูยอง

ล้อเล่นหรือไงเนี่ย นิชคุณหัวเสียขึ้นมาทันที นึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าผู้หญิงอะไรชื่อจางอูยอง เขาทำท่าจะเขวี้ยงมันลงถังขยะ ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเก่าโทรมภายในบ้าน เขาต้องเสียเวลาทำไร่ เสียเวลาเดินทางเข้ามาในเมือง เสียค่าพี่เลี้ยง เพียงเพื่อมาเอาจดหมายไร้สาระ แล้วยังต้องมาเสียเวลาที่ต้องอ่านมันอีก 

ทีแรกเขาออกอาการพอใจด้วยซ้ำที่มีคนสนใจส่งจดหมายมาถึงสี่ฉบับ แต่เมื่อเขาได้อ่านผ่านไปแล้วสามฉบับก็พบว่ามันไม่มีอะไรน่าสนใจอยู่เลย ผู้หญิงสามคนที่ตอบกลับมาในวันนี้ เป็นผู้หญิงหน้าตาไม่เลว หนึ่งในสามคนอยู่ในวัยยี่สิบกว่า ๆ ยังไม่เคยทำงานมาก่อนเนื่องจากเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย

คนหนึ่งหน้าตาเรียบ ๆ อายุใกล้เคียงกับเขา หม้ายสามีตาย ผู้หญิงคนสุดท้ายอายุสามสิบห้าปีแล้ว และยังไม่เคยแต่งงาน เคยเป็นครูอยู่ในโรงเรียนประถมมาก่อน

เขาถอนใจหงุดหงิด จะมีผู้หญิงสักกี่คนบนโลกนี้ที่หวังจะใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ในเมืองเกร์ยู  เมืองเกษตรกรรมเล็ก ๆ ในจังหวัดช็อลลาใต้กันล่ะ ดูท่าเขาจะหวังอะไรจากจดหมายพวกนี้ไม่ได้เสียแล้ว เขาเคาะนิ้วลงบนหน้าขาสองสามที หยิบรูปถ่ายของจางอูยองขึ้นมา

ผู้ชายอะไร...ยังกะทอม นิชคุณคิดขณะพิจารณารูปถ่ายเป็นเวลานาน

ริมฝีปากบางได้รูป แก้มกลม ดวงตาเรียวเล็กสีน้ำตาลเข้มเหมือนถั่วพีแคน ขนตาดำยาวตรง มีจมูกโด่งเป็นสันสวย  เสื้อยืดสีขาวแนบไปกับรูปร่างผอมบางสวมทับด้วยสูทดำลำลองทันสมัย ซึ่งเขาแน่ใจว่าจะไม่มีวันเสียเงินไปกับเสื้อผ้าที่ไม่สามารถใส่ไปทำงานในไร่ไม่ได้เด็ดขาด แล้วไหนจะกางเกงสแลคสีดำแนบไปกับเรียวขาเล็กคู่นั้นอีก

เขาคาดคะเนจากการโพสต์ท่าถ่ายรูปน่าจะสูงไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร จะเคยผ่านการทำงานหนักมาบ้างหรือเปล่านี่ นิชคุณเพ่งพิศ ถ้าเป็นในสถานการณ์อื่น เขาคงจะไม่ใส่ใจนัก แต่สำหรับครั้งนี้มันเป็นเรื่องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดเพราะที่นี่มีงานหนักให้ทำมากมายตลอดวัน ผอมอย่างนี้แล้วจะทำงานไหวได้อย่างไร

แล้วไหนจะ...นิชคุณพินิจมองทรงผมสั้นตัดตามแบบแฟชั่นย้อมผมด้วยสีบรอนซ์ทอง เขาส่ายหน้าช้า ๆ รำพึงในใจ ..ไม่ไหวมั้ง...

นิชคุณนั่งนิ่งเป็นเวลานานอย่างตัดสินใจก่อนหยิบจดหมายตอบกลับจากคังนัมขึ้นมาอ่านอีกรอบ  ถึงแม้ว่าจดหมายฉบับนี้ทำให้เขากระอักกระอ่วนไปบ้างก็ตาม

อูยองอายุยี่สิบห้าปี อาศัยอยู่แถบคังนัมในกรุงโซล ยังไม่เคยแต่งงาน สุขภาพดีและอยากทำงาน  เคยทำงานร่วมกับเด็กวัยสามขวบถึงห้าขวบเป็นระยะเวลาหนึ่ง

งานอะไรกัน รึว่าจะเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กมาก่อน แต่หน้าอย่างนี้นี่นะ...ชายหนุ่มส่ายหัว คนที่อาศัยอยู่ในคังนัมจะมารู้อะไรเกี่ยวกับไร่ เขานึกอย่างหัวเสีย ข้อดีอย่างเดียวที่เขามองเห็นคือ จางอูยองคนนี้น่าจะเข้ากับเด็กได้ แต่ก็นั่นแหละ  มันยังไม่ได้เป็นเหตุผลที่มากพอที่จะทำให้เขาตัดสินใจเลือกจางอูยองเป็นภรรยา

ความสนใจของเขาสะดุดอยู่ที่ย่อหน้าสุดท้าย

เนื่องจากคุณประกาศรับสมัครภรรยาแต่ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้น ผมจึงเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกจากคุณเช่นผู้สมัครคนอื่น ๆ

หวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณในเร็ววันนี้

จางอูยอง

ชายหนุ่มกุมขมับ เขาลืมเงื่อนไขสำคัญนี้ไปได้อย่างไร แต่จะให้ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของเขาก็ใช่เรื่อง  นิชคุณนั่งมองจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะอีกสามฉบับอย่างใช้ความคิด มันจะไปยากอะไร เขาก็แค่ทำเรื่องง่าย ๆ โดยการทิ้งจดหมายจากคังนัมลงถังขยะไปซะ

แต่ก็ใช่ว่าฉบับนี้จะแย่ไปกว่าหลายฉบับที่ผ่านมา ทุกฉบับจะซักถามทั้งฐานะ การศึกษา และนิสัยของลูก ๆ เขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก ถึงการมีภรรยาของเขาจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่นิชคุณจะไม่มีวันเลือกผู้หญิงที่ไม่มีความรักให้กับลูก ๆ ทั้งห้าของเขาเด็ดขาด

วันนี้เขาต้องเลือกตอบจดหมายแค่คนเดียว แต่หลังจากนั้นเขาจะเลือกใครเป็นภรรยาก็อีกเรื่องหนึ่ง อันที่จริง..หญิงสาวที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เป็นที่สนใจของเขามากนัก เรื่องนี้ใช้เวลามากกว่าที่คิด และเขาไม่เคยคิดว่าจะนำเรื่องยุ่งยากใจมาให้เขามากมายขนาดนี้ เขาหวังว่าเรื่องนี้จะจบในเร็ววันนี้

ขณะที่นิชคุณนั่งใคร่ครวญกับปัญหาอยู่นั่นเอง เด็กชายตัวเล็ก ๆ ห้าคนก็เดินเข้ามาหาเขา แต่ละคนปีนขึ้นมาบนโซฟาและพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ตัวเองอยู่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด

นิชคุณยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายตัวเองและยกฝ่ามือตีมือพวกแกทีละคนอย่างรักใคร่  เขาปล่อยให้จุนโฮขึ้นมานั่งบนขาซ้ายเอาหน้าซบกับอกของเขา จินฮวานแฝดคนที่สองก็ทำแบบเดียวกันในตำแหน่งขาข้างขวา ส่วนยูคยอมและยองแจ เด็กแฝดคนที่สามและคนที่าห้าอ้าแขนให้เขาแบกขึ้นตักแทรกพี่ชายทั้งสองคน นิชคุณเรียกชื่อฮันบินเด็กแฝดคนที่สี่ซึ่งปีนโซฟามากอดคอเขาจากด้านหลังและโยกตัวเบา ๆ เสียงเรียกป๊ะป๋าดังแข่งกันจนแสบหู กระนั้นแต่เขากลับมีความสุขดั่งเสียงระฆังใบจิ๋วดังเหง่งหง่างไปทั่วบ้าน

“ป๊ะป๋าทำอะไร” เสียงจินฮวานชิงถามแทรกเสียงยูคยอมกับยองแจที่แย่งกันพูด

“พี่จินฮวานแย่งพูดอีกแล้ว” ยูคยอมน้องชายคนเล็กพูดขึ้น หน้าง้ำที่ถูกแย่งผู้พี่แย่งคำถามไปชั่ววินาที จินฮวานแลบลิ้นใส่ ส่ายหัวด๊อกแด๊กล้อเลียน

“พ่อกำลังเลือก...” นิชคุณชะงัก เขาลังเลว่าควรจะบอกเด็ก ๆ เลยไหม

“พ่อกำลังเลือกแม่ใหม่ให้พวกเราใช่ไหมฮะ” จุนโฮถามประสาซื่อ นิชคุณอึ้ง

“จุนโฮรู้ได้ยังไงครับ”

“ป้าริบอก” นิชคุณคำรามในลำคอกับปากอยู่ไม่สุขของฮโยริ  หรือป้าริของเด็ก ๆ ผู้หญิงที่ส่งสารเชิญชวนให้เขาอย่างชัดเจนและพยายามใกล้ชิดเด็ก ๆ ป้อนข้อมูลผิด ๆ ให้พวกแกเวลาที่เขาไม่อยู่

“พ่อจะหาแม่ใหม่ให้พวกเราจริง ๆ เหรอฮะ” ฮันบินถามเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่มองเขาแฝงแววใคร่รู้

“เด็ก ๆ ไม่อยากมีแม่ใหม่เหรอครับ” สายตาที่นิชคุณมองฝาแฝดทั้งห้าฉายแววอ่อนโยน พลางลุ้นว่าเด็ก ๆ จะตอบกลับเขาว่าอย่างไร เด็กชายทั้งห้ามองหน้ากันเพื่อส่งคำตอบไร้เสียงให้แก่กัน

 “แม่ใหม่จะเล่นกับเราไหมฮะ” จุนโฮถามขึ้น

นิชคุณยิ้ม “เล่นสิครับ”

“แล้วจะอาบน้ำให้พวกเราไหม” จินฮวานเขย่าแขนถาม

“จะอยู่กับเราตอนป๊ะป๋าไม่อยู่ป่ะฮะ” ยองแจถามเสียงใส

“จะช่วยเราเลี้ยงเจ้าจินยองด้วยใช่ไหมฮะ” ยูคยอมยกมือรัวถามภารกิจเลี้ยงล่อแก่ที่เขาเลี้ยงไว้ในฟาร์ม

“แล้วจะเล่านิทานให้พวกเราฟังไหมฮะ” เด็กชายทั้งสี่หันขวับไปมองฮันบิน แล้วต่างพยักหน้าเห็นด้วย

นิชคุณยิ้มเอ็นดู เด็กทั้งห้าคงไม่เข้าใจความหมายของคำว่าแม่มากนัก ในความคิดของพวกแก แม่ก็คงไม่ต่างจากพี่เลี้ยงเด็ก นิชคุณตอบเด็ก ๆ ด้วยเสียงด้วยเสียงอ่อนโยน

“แม่ใหม่จะทำทุกอย่างที่เด็ก ๆ ต้องการ”

“เย้!!” เด็กทั้งห้าชูกำปั้นกางอากาศต่างโห่ร้องดีใจเสียงดังลั่น

จู่ ๆ เขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ นิชคุณก้มตัวลงหยิบรูปถ่ายของคนทีเหลือออกมา รวมกับของผู้สมัครที่ส่งมาให้เขาในวันนี้

“วันนี้ป๊าป๋ามีคนส่งจดหมายมา เด็ก ๆ อยากเลือกไหมครับ”

เด็กแฝดทั้งห้าสุมหัวอุตลุดเหนือรูปถ่ายสี่ใบ ยูคยอมพยายามดึงยองแจและผลักจินฮวานที่กำลังดึงแขนจุนโฮและถีบยองแจออก ฮันบินผลักหัวยูคยอมแล้วแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางได้สำเร็จ

ระหว่างนั้นนิชคุณนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้หยิบรูปของผู้สมัครจากคังนัมออก พลันมือเล็ก ๆ ทั้งห้าก็ตะครุบภาพถ่ายใบนั้นพร้อมกันจนกลายเป็นยื้อแย่ง

“คนนี้!!” เด็กทั้งห้าตะโกนพร้อมกัน ตาประกายใสแจ๋วจ้องมองผู้เป็นพ่อ

“ห๊ะ ว..คนนี้เหรอ” นิชคุณทำหน้าบอกไม่ถูก

“คนนี้ฮะ”

“แต่ว่า..” นิชคุณกำลังจะค้าน เด็ก ๆ ส่งสายตาเป็นประกายที่ใครเห็นก็ยากจะปฎิเสธ  เขาจึงพยักหน้ารับอย่างฝืน ๆ เด็กทั้งห้าร้องดีใจแล้วก็เริ่มร้องเพลงที่พี่เลี้ยงจำเป็นคนใดคนหนึ่งเคยสอนไว้

เขามองรูปผู้ถูกเลือกอย่างชั่งใจ ก่อนจะเดินเอาไปเก็บในลิ้นชักโต๊ะรวมกับคนที่เขาเลือกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในต้นเดือนฤดูใบไม้ผลิตามที่เขาวางแผนการไว้ และตอนนี้มันปลายฤดูหนาวแล้วไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องหาภรรยาก่อนเทศกาลดอกซานซูเยบานให้ได้ ซึ่งหมายความว่าจะต้องได้ภรรยาในอีกหนึ่งเดือน

 

………………….

 

อูยองมองที่อยู่จากเมืองกูร์เย บนซองจดหมายสีขาวด้วยความสงสัยว่า มันเป็นจดหมายจากเพื่อนหรือญาติคนไหนของเขากัน  เขาโยนจดหมายจากชนบทอันห่างไกลลงบนโต๊ะรับประทานอาหารทำด้วยหินอ่อน พลันดวงตาเรียวเล็กก็เบิกกว้างแล้วรีบหันกลับไปคว้าจดหมายฉบับนั้นที่ยังลอยคว้างกลางอากาศและเปลี่ยนพิกัดมาอยู่บนมือของเขาแทน  อูยองเกือบทำจดหมายหลุดมือขณะใช้กรรไกรสีเงินแวววาวตัดเปิดซองจดหมาย มีกระดาษเพียงแผ่นเดียวอยู่ข้างใน

คุณจางอูยอง

ผมชื่อนิชคุณ หรเวชกุล อายุยี่สิบเจ็ดปี หย่าแล้ว มีลูกชายฝาแฝดอายุห้าขวบ จำนวนห้าคน ผมเป็นเจ้าของไร่ในเมืองเกร์ยู จังหวัดช็อลลาใต้ ไร่ของผมอยู่ในหุบเขาด้านหนึ่งของหมู่บ้าน

ถ้าหากจดหมายที่คุณส่งมานั้นจริงจังกับเรื่องนี้และยังสนใจประกาศของผม ผมจะพบกับคุณได้ในวันอาทิตย์หน้า โปรดตอบกลับมา และผมจะส่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับคุณ

เนื้อหาของจดหมายสั้นได้ใจความ ไม่มีคำลงท้าย มีเพียงลายมือชื่อของเขา นิชคุณ ลายมือของเขาไม่ได้สวยงาม แต่อ่านง่าย และไม่มีคำไหนสะกดผิด

เป็นเวลากว่าเจ็ดวันที่เขารอจดหมายตอบกลับจากหนุ่มบ้านไร่คนนั้น แม้เขาจะพยายามทำเป็นลืมไปบ้าง แต่ในส่วนลึกแล้ว เขาก็รอมันอย่างกระวนกระวาย จนในบางครั้ง ถึงกับคิดไปไกลว่า...ถ้าพ่อหนุ่มนัยน์ตาซื่อไม่ตอบกลับมา เขาอาจจะขับรถไปที่นั่นเพื่