[Fic - KhunWoo] Blue Bell: Chapter 1

posted on 06 Jul 2014 22:55 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction

 

Title : Blue Bell 

Chapter : 1

Genre : Romantic 

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 06-07-2014 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิชคุณ หรเวชกุล ยืนอยู่บนเนินเขามองทุ่งหญ้าสีเขียวขจีทางเบื้องล่างที่เคยกว้างขวางมากของครอบครัว แสงสีทองของดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คืบสูงขึ้นเหนือทิวไม้ โอบล้อมด้วยป่าละเมาะอันสวยงาม  


หน้าผาดินแดงยืนตระหง่านเป็นฉากหลังของโรงนาและบ้านของเขาตั้งโดดเดี่ยวห่างไกลผู้คน เสียงน้ำไหลดังก้องในอากาศที่สงบเงียบอยู่ไกล ๆ นิชคุณหลับตาลง คิดถึงลำห้วยในหุบเขาซึ่งมีต้นไม้ขึ้นคลุมห้อยลงไปในน้ำทำให้มีเงามืดครึ้ม ต้นบลูเบลขึ้นปกคลุมทั่วทั้งแนวป่าและริมลำห้วย น้ำไหลเชี่ยวเห็นเป็นประกายสีฟ้าราวกับโปรยปรายสายน้ำทั้งสายด้วยพลอยไพลิน


ชายหนุ่มลืมตามองผืนดินที่เหลือ จะดีสักแค่ไหน ถ้าเขาสามารถนำที่ดินส่วนที่สูญเสียไปครึ่งหนึ่งเพราะความโง่เขลากลับคืนมาได้ เขาเสียที่ดินส่วนใหญ่ไปพร้อมฝูงวัวจำนวนมากต้องจากไป เขาต้องทำงานหนักวันละสิบสองถึงสิบหกชั่วโมงราวกับทาสเพื่อดูแลที่ดินและฝูงวัวที่ยังเหลืออยู่ มาห้าปีแล้ว เพื่อรักษาที่ดินส่วนที่เหลือเพื่อเป็นสมบัติของลูก ๆ คนงานในไร่จากไปหมดแล้วเพราะเขาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าแรงได้ และเขายังต้องดูแลบุตรชายฝาแฝดวัยห้าขวบถึงห้าคนเพียงลำพังเนื่องจากไม่มีเงินจ้างพี่เลี้ยงเด็ก 


กาอิน อดีตภรรยาของเขา หนีไปพร้อมกับทิ้งหนี้ก้อนโตก่อนแต่งงานให้เขาต้องชดใช้ ไหนจะหนี้สินที่เธอก่อไว้หลังจากที่แต่งงานกับเขาแล้วอีก หนี้สินที่เกิดจากความฟุ้งเฟ้อของภรรยาสาวจากเมืองหลวง หญิงสาวซึ่งเขาบังเอิญเจอในคลับหรูหราในเมืองหลวง เขาตกหลุมรักเธอทันทีด้วยเสน่ห์ของเพศหญิงในตัว เธอเป็นหญิงสาวผู้มาจากครอบครัวมั่งคั่ง มีเสื้อผ้าราคาแพง ใช้ชีวิตอยู่อย่างหรูหรา เราตัดสินใจแต่งกันหลังจากคบหากันไม่กี่เดือน โดยไม่ฟังคำทัดทานของใคร ในตอนนั้น เราต่างล่มหลุงซึ่งกันและกันจนไม่สนใจสิ่งอื่นใด นอกจากอารมณ์สิเน่หาที่มีต่อกัน


เมื่อคิดถึงอดีต ร่องรอยของความเจ็บปวดก็ทำลายความสุขที่เหลือน้อยนิดของเขาออกไปอีก หล่อนแต่งงานกับเขาไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้เขากลายเป็นคนยากไร้และขายที่ดินกับฝูงสัตว์ของเขา รวมทั้งต้องกวาดเงินจากธนาคารจนเกลี้ยงเพื่อนำทรัพย์สินไปใช้หนี้พนันบอลให้เธอ ทรัพย์สินที่เขาปรารถนาจะเก็บให้บุตรชายทั้งห้า สูญสิ้นไปจนแทบกลายเป็นคนหมดตัว


เขาช่างเป็นคนโง่อย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้จริง ๆ เมื่อหล่อนบอกว่าหากไม่สามารถชดใช้หนี้จำนวนมหาศาลนั้นได้ พวกมาเฟียจะตามไล่ล่าฆ่าเธอ เขาเชื่อสนิทใจ และยอมสละทรัพย์สินเหล่านั้นไปเพื่อภรรยาและแม่ของลูก แต่เธอกลับหนีไปพร้อมเงินก้อนสุดท้ายสำหรับค่าใช้จ่ายในไร่


ในนาทีนั้นเขานึกแค้นใจจนอยากไปตามฆ่าเธอ  แต่พอเขาได้ยินเสียงร้องของทารกน้อยทั้งห้า ทำให้เขาไม่อาจตัดสินใจทำเรื่องนั้นได้ เขายอมเป็นคนโง่อีกครั้งโดยปล่อยให้อดีตภรรยาของเขากลับไปเสวยสุขใช้ชีวิตราวราชินีในบ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงต่อไปด้วยหัวใจอันเจ็บปวด บิดาของหล่อนเป็นนักธุรกิจใหญ่ ผู้ซึ่งไม่ยินดีให้เราสองคนแต่งงานกันแต่แรกแล้ว เมื่อรู้ข่าวว่าบุตรสาวอันเป็นที่รักเลิกรากับหนุ่มชาวไร่ฐานะยากจนเช่นเขา จึงอ้าแขนรับบุตรสาวกลับคืน ยอมกระทั่งตัดก้อนเนื้อทั้งห้าทิ้งอย่างไม่ดูดำดูดี จนบัดนี้ นิชคุณก็ไม่เข้าใจว่าทำไมกาอินถึงได้ใจร้ายใจดำกล้าทิ้งลูกห้าคนของพวกเขาไปได้ลงคอ และเพราะอะไรเธอถึงติดการพนันจนเป็นหนี้สินมากมายขนาดนั้น


มันเป็นความผิดพลาดที่เขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นอีก คราวนี้ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วยต้องลงนามในสัญญาก่อนแต่งงานซึ่งจะป้องช่วยปกป้องไร่เอาไว้ในกรณีต้องเลิกรากัน และเขาจะไม่เมตตาหากผู้หญิงคนนั้นจะสร้างเรื่องให้เขาและลูก ๆ ต้องเดือดร้อนอีก เขาจะไม่ยอมเสี่ยงสูญเสียสิ่งที่จะเป็นสมบัติของลูก ๆ ของเขาแม้แต่ตารางนิ้วเดียว  จะไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาหมดตัวได้อีกแล้ว หล่อนอาจจะจากไป แต่จะต้องไม่จากไปพร้อมกับสิ่งใดที่เป็นของเขาและลูก ๆ ของเขา


ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องหาภรรยาใหม่สักคน แต่คราวนี้เขาไม่คาดหวังให้มีความรักเป็นส่วนประกอบ เขาอายุมากขึ้นและฉลาดขึ้นแล้ว และรู้ดีว่าความรักไม่ใช่เรื่องจำเป็นหรือน่าปรารถนา  นิชคุณ หรเวชกุล ทำสิ่งโง่ ๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง และเกือบต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป มันจะไม่เกิดขึ้นอีก


ครั้งนี้เขาจะเลือกภรรยาด้วยสมองแทนความรู้สึก เขาจะไว้ใจได้อย่างไร ว่านางฟ้าแสนสวยในนาทีนี้ จะไม่กลายร่างเป็นปีศาจร้ายเหมือนกับที่ภรรยาคนเก่าของเขาเป็น


เขาจะเลือกผู้หญิงที่เต็มใจใช้ชีวิตในไร่ปศุสัตว์อันโดดเดี่ยว ยินดีทำงานหนักและเป็นแม่ที่ดีของลูกของเขา เป็นคนที่สนใจเรื่องครอบครัวมากกว่าเรื่องแฟชั่น เขาเคยลุ่มหลงใบหน้าอันสวยงามมาแล้ว แต่ตอนนี้ความสวยงามไม่อยู่ในคุณสมบัติของภรรยาที่เขาต้องการ  เพราะความเย้ายวนใจเคยนำเขาไปสู่ความผิดพลาดเลวร้ายที่สุดในชีวิต ตอนนี้เขาต้องการผู้หญิงที่ไว้ใจได้ สามารถดูแลไร่และลูก ๆ ของเขาได้เท่านั้น


อันที่จริง เขาก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพกับลูก ๆ ได้ มีไร่ปศุสัตว์ที่เขาปรารถนาจะให้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตัวน้อยทั้งห้า แม้จะทำงานเหนื่อยยากลำบาก แต่เขาก็แบ่งปันเวลาสอนเด็ก ๆ ให้รักแผ่นดินเหมือนกับที่เขาถูกสอนมา ทว่าบ้านหลังนี้ก็ยังขาดความมีชีวิตชีวา การมีภรรยาสักคนจะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับครอบครัวของเขาและยังเติมสิ่งที่ลูกชายฝาแฝดทั้งห้าขาดหายไปอีกด้วย


แต่นิชคุณไม่มีเวลาและเงินจะไปใช้จีบผู้หญิง และเขาก็ไม่อยากทำอย่างนั้น  มีวิธีที่ดีกว่านั้นอีกมากที่จะหาผู้หาผู้หญิงสักคน และอีกอย่าง ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานและอยู่ในวัยเหมาะสมใกล้เคียงกับเขาก็หายากยิ่งในชนบทแถบนี้ ผู้หญิงเหล่านั้นเก็บข้าวของและย้ายไปอยู่เมืองใหญ่ หลีกหนีความยากลำบากในการใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ และหาสิ่งที่น่าตื่นเต้นและความหรูหรในเมืองหลวงแทน


เขาเคยดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับผู้ชายที่ลงประกาศรับสมัครภรรยาในหนังสือพิมพ์ โดยส่วนตัวเขาไม่เคยมีความคิดเรื่องการลงประกาศเลย เพราะเขาเป็นคนประเภทไม่ชอบให้ใครรู้เรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องความล้มเหลวในชีวิตแต่งงาน แต่เพราะเงินมีความสำคัญต่อเขามาก จะให้เขาใช้บริการบริษัทจัดหาคู่ต้องใช้เงินมาก การลงประกาศในเล็ก ๆ ในหนังสือพิมพ์เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่านั้น


และอีกอย่างเขาไม่จำเป็นต้องพบผู้หญิงที่เขาไม่สนใจ เขาไม่ต้องการทำความรู้จักสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนแม้กระทั่งคนที่เขาจะเลือกเป็นภรรยาในที่สุด เขาอยากให้มันเป็นอย่างนั้น เลือกที่จะมองอะไรให้ชัดเจนที่สุดโดยปราศจากอารมณ์ของเพศชาย ข้อดีหลายอย่างของการลงประกาศในหนังสือพิมพ์ทำให้เขาสนใจ แม้จะไม่ชอบการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวต่อสาธารณชน


แต่เขาตัดสินใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ และนิชคุณจะไม่รีรอให้เสียเวลาเปล่า ไร่ต้องการคนช่วยทำงาน และลูก ๆ ของเขาก็ต้องการแม่ เขาจะลงประกาศในหนังสือพิมพ์ใหญ่ ๆ ในโซล

 

เมื่อชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในบ้าน เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากลิ้นชักมาวางตรงหน้า พ่นลมหายใจแล้วเริ่มร่างประกาศโฆษณา


ประกาศ รับสมัคร ภรรยา...


 

จางอูยอง เดินถือถุงชอปปิ้งเข้ามาในห้องเสื้อของโจควอนหลังมื้อกลางวันอย่างไม่เร่งร้อน แว่นตาดำปกปิดแววตาเบื่อหน่าย ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยอย่างแนบสนิท ริมฝีปากสีชมพูเรื่อเหยียดตรง ท่วงท่างามสง่ามิได้ใส่ใจพนักงานในร้านที่มองมายังเขาอย่างสนใจ


เชิดได้อีกเพื่อนกู  โจควอนคิดขณะที่เห็นอูยองเดินเอื่อย ๆ เข้ามาหาเขา อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวแต่ไม่มีรอยเหงื่อหรือรอยยับย่นแม้แต่นิดเดียวบนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านที่ดูโดดเด่นขึ้นด้วยเสื้อแคนดิแกนสีเทาดำตัดกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีดตัวหลวม ทรงผมสีน้ำตาลอ่อนหน้าม้าถูกครอบคลุมไว้ด้วยหมวกไหมพรมสีขาวตัดขอบสีดำดูเก๋ไก๋