[Fic - KhunWoo] Shadow Lover : Chapter 8

posted on 14 Mar 2014 22:28 by talingping-fiction in LongFiction directory Fiction
Title : Shadow Lover 

Chapter : 8 [NC-17] 

Genre : Romantic Drama 

Couple : KhunWoo 

Writer : talingping 

Date : 13-03-2014 


 
 
 
๘ 
 
 

อคแทคยอนยืนมองรถของอดีตคนรัก ลับหายออกไปนอกรั้วโรงพยาบาล พลางคิดถึงเรื่องที่พวกเขาสองคนเพิ่งถกเถียงกัน 

ถึงแทคยอนจะมั่นใจว่าเรื่องที่เล่าให้มินจุนฟังนั้น อาจจะทำให้อีกฝ่ายสนใจ ทว่าเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าจะมากพอให้มินจุนยอมร่วมมืออย่างที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า 

อย่างน้อยแทคยอนก็เชื่อว่า ต่อมความอยากรู้ของมินจุนได้เริ่มทำงานแล้ว เพียงแค่เครื่องเดินช้าไปหน่อย จนเขาต้องเติมเชื้อเพลิง เร่งเครื่องเพิ่มขึ้นก็เท่านั้น เพราะแม้จะไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่มินจุนก็ยังเป็นคนขี้สงสัย เชื่อคนง่าย คิดเยอะเหมือนเดิม เป็นนิสัยที่เกาะเหนียวหนึบอยู่ในตัวมินจุนไม่เปลี่ยน 

ชายหนุ่มหลับตาพลางสูดลมหายใจเอาอากาศอุ่นเข้าปอดช้า ๆ คิดทบทวนคำถามจากปากมินจุนที่เอ่ยถามเขาในห้องพักเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนว่า 

“ทำไมนายถึงสนใจเรื่องของสองคนนั้นนัก” 

นายแพทย์หนุ่มยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงสีหน้ามึนตึงของมินจุน เมื่อเขายื่นหน้าตอบกลับไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนในระยะห่างไม่กี่เซนติเมตรจนปลายจมูกแทบชนกันว่า “ก็แค่อยากรู้” 

“นายนี่นะ สอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ น่าจะเปลี่ยนอาชีพจากหมอไปเป็นนักสืบคงรุ่ง” 

แทคยอนนึกตาม อดคิดอย่างขำ ๆ ไม่ได้ว่า ถ้าไปเปิดสำนักงานนักสืบอยู่ใกล้ ๆ สำนักงานทนายความของมินจุนชีวิตเขาคงจะรุ่งไม่น้อย 

นายแพทย์หนุ่มหยุดความคิดของตนไว้เพียงเท่านั้น ตั้งใจว่าจะขึ้นไปพักเอาแรงบนห้องพักก่อนขับรถกลับบ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจในช่วงวินาทีสุดท้าย กดลิฟต์ไปยังชั้นที่เพื่อนรักของเขาพักรักษาตัวอยู่ แทคยอนกดลิฟต์ไปยังชั้นลอยบนตึกผู้ป่วยซึ่งมีสวนหย่อมให้คนไข้ไว้เดินเล่นผ่อนคลาย 

ชายหนุ่มเดินไปยังไม่ถึงสวนหย่อม เขาก็เห็นโย่วหลงเข็นรถเข็นซึ่งมีนิชคุณนั่งอยู่บนนั้นขึ้นตึกมาพอดี แทคยอนหยุดยืนมองเส้นผมสีบรอนซ์ถูกย้อมอำพรางจนกลายเป็นสีดำสนิทปิดบังปานดำข้างหนึ่งของใบหน้า...ทว่าชายหนุ่มก็ยังเห็นว่าโย่วหลงแสดงความรู้สึกอย่างไรเมื่อก้มลงมองนิชคุณ 

นี่น่ะหรือ..คนเกลียดกัน 

แทคยอนเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเพื่อนของเขามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อข่าวลือพวกนั้นนัก เพราะถึงจะรู้จักนิชคุณได้แค่สองปี จากฐานะผู้บริจาคขององค์กร กระทั่งพวกเขาสองคนสนิทกันจนกลายเป็นเพื่อนรักกันในทุกวันนี้ เขาก็พอจะรู้ว่านายแห่งไร่โบซองมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร 

นิชคุณเป็นคนนิ่ง ๆ ถ้าไม่สนิทกันจริงนี่แทบไม่พูดเลย ดวงตากลมคู่นั้นเรียบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก ยากจะคาดเดาว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงนิชคุณจะมีนิสัยอย่างนั้น แต่เขาก็จัดว่าเป็นคนมีน้ำใจ และจิตใจดีมาก และยังเป็นคนขยันขันแข็ง เอาการเอางานอย่างมาก 

เพื่อนของเขาทำงานอย่างหนัก วัน ๆ ก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในไร่ นาน ๆ จะเข้ามาทำธุระในเมืองให้ผู้คนได้เห็นหน้าเห็นตาซักที แทบไม่ได้ใช้ชีวิตวัยหนุ่มเหมือนกับผู้ชายวัยเดียวกัน จนบางครั้งก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่เขาพูด นิชคุณก็จะตอบกลับมาแต่ว่า 

“ฉันไม่เป็นไร” 

ถึงนิชคุณจะไม่เคยเล่า แต่แทคยอนก็พอจะรู้ว่า ไร่ชาโบซองเป็นสถานที่ที่ความหมายสำหรับเพื่อนเขามาก ทุกครั้งที่นิชคุณพูดถึงโบซอง แววตาเรียบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึกคู่นั้นจะทอประกายอย่างมีความสุข รอยยิ้มจะปรากฎบนใบหน้าเหนื่อยล้านั้นทุกครั้ง จนบางทีเขานึกสงสัยว่านิชคุณจะทำงานหนักไปทำไม ในเมื่อไร่นั้นก็ไม่ได้เป็นเจ้าของสักตารางนิ้วเดียว 

ทว่า..เมื่อเขาได้พบกับ จาง อูยอง ทายาทตัวจริงแห่งไร่ชาโบซอง ทำให้พอจะเดาได้ว่า นิชคุณยอมเหน็ดเหนื่อยมานานหลายปีนั้นเพื่อใคร... 

แม้จะรู้สึกแปลกใจกับการกระทำที่ดูจะมากไปสักหน่อย แต่เขาก็ไม่กล้าจะห้ามปราม เพราะรู้ว่าห้ามไป เจ้าตัวก็ไม่ฟังอยู่ดี เขาจึงได้แค่มองอย่างห่วง ๆ ตามประสาเพื่อนเท่านั้น 

และยิ่งมาเห็นกับตาว่า สองสัปดาที่ผ่านมา จางอูยองดูแลผู้เป็นอาอย่างไร ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า นิชคุณไม่มีทางทำร้ายหลานชายตัวเองเหมือนกับข่าวลืออื้อฉาวนั้นเป็นอันขาด 

“ก่อนคุณนิชคุณจะประสบอุบัติเหตุ เขาได้ร่างพินัยกรรมและเอกสารมอบอำนาจทุกอย่างให้ฉันเป็นคนจัดการตามกฎหมาย ถ้าหาก...คุณนิชคุณเกิดเสียชีวิตก่อนที่คุณหนูจางจะได้รับมรดก” 

จากที่มินจุนเล่าให้เขาฟัง เพื่อนของเขาไม่เคยต้องการจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินมีค่ามหาศาลที่งอกเงยมาจากไร่นั้น ทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อคนเพียงคนเดียว 

และนั่นทำให้เขาคิดว่านิชคุณน่าจะรู้ตัวแล้วว่ามีคนปองร้ายเอาชีวิต และถึงระมัดระวังมากแค่ไหน ก็ยังพลาดโดนเล่นงานอยู่ดี ทว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบพบว่า ในวันเกิดเหตุสายเบรครถของนิชคุณถูกตัดขาด ซึ่งก็แปลว่า มันไม่ใช่อุบัติเหตุ และ...เหยื่อกลับรอดจากความตายได้อย่างปาฎิหารย์ นั่นเท่ากับว่า คนร้ายทำงานพลาดไปอีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่หนักกว่าครั้งแรกที่นิชคุณประสบมา 

ขณะที่เขาตกอยู่ในภวังค์นั้น พลันก็มีมือหนึ่งตบลงบนบ่าเขาเบา ๆ เพื่อหันกลับไปจึงพบว่าเป็นอาจารย์ลี อดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งของเกาหลี ชายหนุ่มก้มศีรษะทำความเคารพผู้อาวุโสกว่าอย่างอ่อนน้อม อาจารย์ลีเป็นที่ปรึกษาของโรงพยาบาลและยังเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเขาอีกด้วย 

“วันนี้เป็นวัดหยุดไม่ใช่เหรอครับคุณลุง” แทคยอนเอ่ยถามอย่างแปลกใจด้วยน้ำเสียงสุภาพ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผู้อาวุโสกว่า 

“คนเป็นหมอจะมีวันหยุดได้อย่างไรล่ะ ก็เหมือนเรานั่นแหละ” อาจารย์ลี พยักเพยิดมายังเขา 

“บ้านช่องไม่กลับ พ่อเรามาบ่นกะลุงว่า เราน่ะมัวแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในโรงพยาบาล ไม่รู้ว่าเอาใครมาซุกไว้หรือเปล่า“ พูดจบ อาจารย์หมอก็หัวเราะขัน แทคยอนยิ้มแห้ง ๆ เขาน่ะหรือจะกล้าเอาใครมาซุก แค่หาทางให้มาเจอหน้าบ่อย ๆ ยังยากเลย... แทคยอนเกาหัวแกรก 

“ใครเขาจะมาสนใจคนอย่างผม” ชายหนุ่มรุ่นลูกพูดน้ำเสียงเขิน ๆ “ทุกวันนี้ผมก็ทำงานแทบไม่ได้พักอยู่แล้วจะมีเวลาไปชอบใครได้... นี่ผมก็กะว่าเคลียร์งานเสร็จก็จะกลับบ้านไปให้พ่อเห็นหน้าสักหน่อย ไม่งั้น ผมคงโดนตัดออกจากกองมรดกแน่” แทคยอนพูดติดตลก อาจารย์ลีหัวเราะขำ 

“พ่อเรารึจะกล้า ขนาดเราหนีไปอยู่แอฟริกาตั้งหลายปี ด่าปาว ๆ ว่าจะยึดนามสกุลคืนยังไม่ทำเลย” แทคยอนอมยิ้ม เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาหนีพ่อไปทำงานในแอฟริกาด้วยปณิธานอันแรงกล้า ยอมกระทั่งทิ้งหัวใจตัวเองไว้ที่อเมริกา 

แทคยอนโค้งให้ผู้อาวุโสกว่าเล็กน้อย ก่อนเดินคู่กันไปบนทางเดินของโรงพยาบาลเมื่อเดินคู่กันไประยะหนึ่ง แทคยอนจึงรู้ว่าปลายทางของพวกเขากำลังเดินไปในทิศเดียวกัน ชายหนุ่มจึงถามขึ้น 

“คุณลุงหมอครับ ที่ผมเคยปรึกษาเกี่ยวกับเคสของเพื่อนผม คุณลุงว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ” อาจารย์ลีนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้น 

“ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะ ได้ยินว่าหมอปาร์คบจะเปิดผ้าพันแผลให้แล้วนี่” อาจารย์ลีเอ่ยชื่อนายแพทย์ปาร์คซึ่งเป็นจักษุแพทย์มือหนึ่ง 

“แล้วอาการมองไม่เห็นของเขาล่ะครับ” ผู้อาวุโสหยุดเดิน หันมามองชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยผู้มีประสบการณ์มากกว่า ด้วยสายตาอ่อนโยน 

“อาการมองไม่เห็นของนิชคุณเกิดจากการได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงทางด้านศีรษะซึ่งมีเส้นประสาทอยู่ตรงบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก “ อาจารย์ลีมองหน้าผู้เป็นหลานชายครู่หนึ่งก่อนอธิบายต่อว่า 

“เราไม่สามารถสรุปได้ว่า นิชคุณจะตาบอดถาวร ผู้ป่วยบางรายอาจสูญเสียการมองเห็นแค่ชั่วขณะ กินระยะเวลา สอง หรือ สามเดือน ” แทคยอนฟังและคิดตาม 

“อย่าเพิ่งกังวลไป เราเป็นหมอ ก็ต้องรักษาคนไข้ให้ถึงที่สุดด้วยจรรยาบรรณของแพทย์ แต่อย่าแบกความทุกข์ของคนไข้ไว้กับตัว” 

นายแพทย์หนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นการขอบคุณสำหรับคำเตือนและคำสั่งสอนของผู้เป็นลุง แต่เขาก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ ถ้านิชคุณยังมองไม่เห็นอยู่แบบนี้ ยิ่งเป็นอันตรายต่อเจ้าตัวมากยิ่งขึ้น 

ถ้าเพื่อนของเขายังตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีกหลายเดือน อาจเป็นเป้าให้คนร้ายจัดการได้ง่ายขึ้น แล้วในเวลานี้ไว้ใจใครก็ไม่ได้ จะไปเอาแน่เอานอนกับมินจุนก็ไม่ได้ เขาอาจทำให้มินจุนสนใจเรื่องที่เขาพยายามจูงใจได้ก็จริง แต่จะทำให้เชื่อจนยอมทำตามแผนการของเขาได้หรือเปล่านั่นไม่แน่ใจ 

และในที่สุด แทคยอนก็คิดออก 

ถ้ามินจุนไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาคิด เขาก็ต้องหาตัวช่วยใหม่ 

นายแพทย์หนุ่มยิ้มพรายเมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย พลางบิดลูกบิดประตู ผายมือให้ผู้อาวุโสกว่าเดินเข้าไปด้านใน 
ถ้ากล่อมมินจุนให้ร่วมมือไม่ได้ เขาก็จะให้คนอื่นร่วมมือกับเขาแทน 

นายแพทย์หนุ่มยิ้มมุมปาก เมื่อมองเห็นตัวช่วยของเขานั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ เฝ้ามองดูเพื่อนรักของเขาด้วยสายตาดุจเดิมเช่นทุกวัน แทคยอนกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเดินนำหน้าอาจารย์ลีเข้าไปข้างใน 

อย่ามาด่าฉันทีหลังละกันนะ มินจุน 

………….. 

สายลมอ่อนโยนยามเช้าที่พัดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับแขกผู้มาเยือนซึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาทักทาย ปลุกให้เขาหลุดจากโลกส่วนตัวอันสุขสงบซึ่งมีเพียงเขาและอาคุณภายในห้องพักผู้ป่วย เพื่อเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งหนึ่ง 

อูยองในคราบโย่วหลงขยับตัวจะลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ หากต้องชะงักเมื่อพบว่าไม่ได้มีแต่นายแพทย์แทคยอนเท่านั้นที่เข้ามาเยี่ยมนิชคุณในเช้าวันหยุดเช่นนี้ 

ชายหนุ่มโค้งคำนับให้อาจารย์ลีอย่างอ่อนน้อม เขาหันไปมองนายแพทย์หนุ่มด้วยแววตามีแต่คำถาม ทว่าเขาไม่ได้รับคำตอบใด ๆ นอกเหนือจากสีหน้ากวนอารมณ์จากหมอหนุ่ม 

“เป็นอย่างไรบ้าง” อาจารย์ลีเอ่ยทักนิชคุณด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แทคยอนยืนอยู่ด้านหลังผู้อาวุโสด้วยท่าทีสำรวมต่างจากทุกคราว ขณะมองโย่วหลงใช้หมอนรองหลังนิชคุณที่ขยับตัวขึ้นนั่งด้วยท่าทีสบายขึ้น 

“คุณยังปวดแผลตรงไหนหรือเปล่า ไหนให้หมอดูหน่อยซิ” ผู้อาวุโสเอ่ยถามขณะทำการตรวจร่างกายนิชคุณ 

จางอูยองมองท่าทีอาจารย์ลีด้วยความแปลกใจ ด้วยเพราะไม่รู้ว่า นิชคุณนั้นรู้จักกับอาจารย์ลีเป็นการส่วนตัวมาก่อน 

เด็กหนุ่มยังแสดงเป็นคนใบ้ได้อย่างแนบเนียน ขณะฟังอาจารย์ลีอธิบายถึงอาการป่วยของนิชคุณ เขาฟังอย่างตั้งใจและพยายามเก็บข้อมูลทุกอย่าง จึงไม่ทันสังเกตว่า แทคยอนกำลังมองเขาด้วยสายตาแบบใด 

“ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ทำตัวสบาย ๆ พรุ่งนี้หมอปาร์คก็จะมาเปิดผ้าปิดตาให้แล้วนะ” 

อูยองใจเต้นแรงขึ้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเม้มปากแน่นด้วยกลัวว่าจะเผลอร้องออกมาด้วยความดีใจ 

เขาหันไปมองแทคยอนด้วยความหวาดหวั่น และได้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ เป็นการยืนยันคำตอบ 

อูยองยืนมองอาจารย์หมอซักถามอาการอาคุณด้วยความคาดหวัง ความคาดหวังที่นำมาซึ่งความกลัวจนจับหัวใจ เขาจมอยู่กับคิดของตัวเองอยู่นานกระทั่งแทคยอนแตะแขนเขาก่อนพยั