[Fic - KhunWoo] Shadow Lover : Chap 4

posted on 02 Aug 2013 21:12 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction

 

Title :  Shadow Lover 

Author :talingping

Fandom : 2PM

Paring :Nichkhun x Wooyoung

Romantic Suspense

 

 

******เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ******

 

 

Chap 4

 

 

 

 

 

 

นิชคุณตื่นขึ้นมาโดยที่มองอะไรไม่เห็น...


เขาหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา หลังจากต่อสู้กับฤทธิ์ยาที่พยาบาลฉีดระงับความเจ็บปวดที่ร้าวระบมไปทั่วร่างกายให้ ยาทำให้เขารู้สึกตัวเบาและไร้ชีวิตราวกับทั้งร่างมีเพียงเซลล์ที่มีชีวิตอยู่ในสมองเท่านั้น แม้เขาจะพยายามต่อสู้กับอาการง่วงงุน แต่ฤทธิ์ยาแรงยิ่งกว่า เขาพ่ายแพ้และยอมจำนนต่อมัน


เขาจมอยู่ในร่างกายที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ พยายามเค้นหลอดคอเพื่อเปล่งเสียงแต่มันกลับไม่ตอบสนอง ความหงุดหงิดผิดหวังสร้างความเจ็บปวดไม่ต่างจากบาดแผลบนร่างกาย ตั้งแต่เขาฟื้นจากอาการโคม่า เขารู้ตัวตลอดว่ากำลังนอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน ประสาทหูยังใช้การได้ดี  เขาใช้เวลาที่ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งรอบตัวโดยการฟังแทนการมองเห็น


เครื่องช่วยหายใจยังดังเป็นจังหวะ ประสานไปกับความคิดที่ค่อย ๆ ประติดประต่อเรื่องราวทีละนิด แม้เขาง่วงงุนเพราะฤทธิ์ยาไปบ้าง แต่เขาก็พยายามเค้นความทรงจำเกี่ยวกับอุบัติเหตุในวันนั้นอย่างหนัก ทว่าทุกอย่างกลับมืดมัว และทำให้เขาปวดหัวหนักขึ้น


“แกนี่มันตายยากจริง ๆ “


เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้หูที่พันผ้าพันแผลไว้ เสียงที่เขาจำได้ดีว่าคนที่พูดกับเขาเป็นใคร


“ฉันรู้ว่าแกได้ยินที่ฉันพูด”


“ตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าแกขับรถตกเหว ฉันคิดว่าแกจะตายอยู่ก้นเหวนั่นแล้วซะอีก คนเลวอย่างแก มันน่าจะอยู่ในนรก ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่แล้วเสวยสุขบนสมบัติของน้องชายฉัน แกน่าจะตาย ๆ ไปซะให้สมกับที่แกทำเรื่องเลว ๆ กับหลานฉัน”


นิชคุณนอนนิ่ง ถึงจะมองไม่เห็นแต่เขาก็รู้ว่า น้ำเสียงแฝงเจตนาร้ายเดินวนอยู่รอบเตียงเขาคือจางฮยอนซอก


“ฉันรอวันนี้มานาน วันที่แกจะต้องชดใช้กรรมที่ทำกับหลานชายฉัน น้องชายฉันมันโง่ ที่เลือกแกมาเป็นคนดูแลอูยอง..โง่ที่ไม่คิดว่าแกจะทำระยำกับลูกชายตัวเอง”


นิชคุณฟังคำพูด เกลียดชังนั้นอย่างอดทน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโต้เถียง ฮยอนซอกเชื่ออย่างฝังใจว่าเขาทำเรื่องเลวร้ายกับอูยอง


“อีกไม่นาน ทุกอย่างจะเป็นไปตามเงื่อนไขในพินัยกรรม และเมื่อถึงวันนั้น  ฉันจะเฉดหัวแกออกจากไร่ ไปให้พ้นจากหลานชายฉัน”


เวลาผ่านไปหลายนาที นิชคุณหลับตาแน่นเพื่อขับไล่ความเจ็บปวดที่กัดกินใจเขา พยายามลืมตาขึ้นมอง แต่เขามองไม่เห็นอะไร แต่รู้สึกได้ว่าแขกผู้มาเยือนกลับไปแล้ว


พยาบาลเข้ามาตรวจขวดน้ำเกลือและวัดความดันเลือดและเดินออกจากห้องไป  นิชคุณหลับตาลงอีกครั้ง ต่อสู้กับฤทธิ์ของยา คำพูดชิงชัง ที่สาดใส่เขา ในยามที่เขาเกือบจะเพลี้ยงพล้ำโดนฤทธิ์ยาเข้าครอบงำ เขานึกถึงอูยอง นึกถึงคำสัญญาที่เขารับปากกับยองจุน พ่อของอูยองไว้ก่อนท่านจะเสียชีวิตไม่กี่วัน


เขาจะไม่มีวันยอมตาย ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องอูยองต่อไป...


 

*********

 

ในความมืดของห้องพักในย่าน East End อูยองถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยจุมพิต ซึ่งเบียดแนบกับปากเขาอย่างนุ่มนวล อ่อนหวาน ทว่าหนักแน่น เสียงลมหายใจที่แทรกผ่านเข้าไปในปอดเขาจนรู้สึกอุ่นซ่าน อูยองยกสองแขนขึ้นจากผ้าห่มที่ห่อหุ้มร่างกายเพื่อรั้งช่วงเวลานี้ไว้แนบกับตัวก่อนที่มันจะเลือนหายในเวลาถัดไป เด็กหนุ่มปัดไปโดนนาฬิกาปลุกและรู้สึกตัวตื่นขึ้นทันที เขาพบว่าสิ่งที่เขาไขว่คว้าไว้เป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น


เขาลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์โคมไฟ ประตูห้องยังถูกล็อคเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมา กวาดตามองรอบห้องเพื่อยืนยันในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าภายในห้องนอนซ่อมซ่อมีเขาอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง  อูยองนั่งตัวสั่นเอื้อมมือไปหยิบอัลบั้มรูปที่ถูกเปิดทิ้งไว้บนเตียงนอนก่อนที่เขาจะเผลอหลับไป พลิกดูภาพถ่ายเหล่านั้นทีละภาพ เหมือนที่เขาทำทุกครั้งที่รู้สึก โดดเดี่ยว สิ้นหวัง


ภาพถ่ายในอัลบั้มนั้นเก่าจนกลายเป็นสีเหลืองซีด ย้ำเตือนให้เขายังจดจำอดีตของตัวเองว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยมีบ้าน มีครอบครัว มีพ่อแม่ และ...มีอาคุณ ให้ระลึกว่าวันเวลาแห่งความสุขเคยเกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงความฝันที่เขาจินตนาการขึ้น 


จะมีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการต้องทนอยู่กับความทรงจำ ฝันถึงมันครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วปรารถนาอยากย้อนเวลากลับไปทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ 


พ่อแม่ได้ตายจากเขาไปแล้ว  ไปยังสถานที่ที่อาคุณเคยบอกกับเขาว่าพวกท่านจะคอยมองเขาอยู่ในดินแดนที่ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะไปเยือน


ทุกอย่างกลายเป็นอดีต  กาลปัจจุบันคอยตอกย้ำว่า เขาไม่เหลือใครอีกนอกจากอาคุณที่พยายามผลักไสเขาไปให้ห่างไกลเท่านั้น มันจะดีกว่านี้หรือไม่ถ้าเขาตายไปพร้อมกับพวกท่าน เขาจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของอาคุณให้ต้องลำบากใจอย่างทุกวันนี้


เขาดึงรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากอัลบั้ม  มองรูปตัวเองกับอาคุณที่เคยถ่ายด้วยกันหน้ากระท่อมบนเนินเขาตอนอายุสิบสามด้วยแววตาไหวระริก แตะปลายนิ้วลงบนรูปนั้นแผ่วเบา เขาซบหน้ากับภาพถ่ายใบนั้น กลืนความเจ็บปวดที่ลิ้มรสจนเคยชินลงลำคอ เขาทรุดร่างลงบนพื้นห้องหอบหายใจอย่างหนักพร้อมกอดรูปถ่ายใบนั้นไว้แน่น  ความรักความคิดถึงพรั่งพรูออกมาจากความทรงจำจนร่างกายสั่นสะท้าน...


 “อาคุณ..”


เขาอยากกอดอาคุณ  ปรารถนาจะได้รับไออุ่นและกรุ่นกลิ่นหอมละมุนจากร่างกายอาคุณอีกครั้ง เขาไม่ต้องการจะระลึกถึงมันแค่ในความฝันเท่านั้น ขอแค่ครั้งเดียว  อูยองภาวนา ขอให้ฉันได้อยู่กับอาคุณอีกสักครั้ง


จะเป็นอย่างไรหากเขาดึงดันจะกลับไปที่นั่น  กลับไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับอาคุณโดยไม่สนใจคำสัญญาหรือคำสั่งในพินัยกรรมฉบับนั้น  เขารู้ว่าถ้าเขาเอื้อมมือไขว่คว้าหาความรักจากอาคุณจะนำความเจ็บปวดมาให้  ทว่าในตอนนี้  ในคราที่เขามีแต่ความปวดร้าว ความคิดถึง และ...ความรัก เขาไม่อยากสนใจอะไรอีก ไม่อยากถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังและจมอยู่ในเงาของอดีตอีกต่อไป


เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ขณะเขาเก็บอัลบั้มภาพถ่ายยัดใส่ลิ้นชักข้างหัวเตียงตามเดิม  ก่อนลิ้นชักจะปิดลงเขาได้กลิ่นอวลของใบชาลอยกรุ่นในอากาศก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาลุกขึ้นยืนอย่างเหนื่อยล้าหยิบกางเกงยีนส์ที่ถอดทิ้งไว้บนพื้นตั้งแต่เมื่อคืนพร้อมฉวยเสื้อยืดเก่าซีดจ