[Fic - KhunWoo] Shadow Lover : Chap 3

posted on 02 Aug 2013 20:47 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction

 

Title :  Shadow Lover 

Author :talingping

Fandom : 2PM

Paring :Nichkhun x Wooyoung

Romantic Suspense

 

 

******เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ******

 

 

Chap 3

 

 

 

 


 

 

 

 

เช้าแรกของเดือนกรกฎาคม  เริ่มต้นด้วยท้องฟ้ามืดครึ้ม  สภาพอากาศแปรปรวน  สายฝนพรั่งพรูลงมาตั้งแต่ย่ำรุ่ง  ถนนหลายสายเจิ่งนองจนมีแอ่งน้ำขัง  ความหนาวเย็นโรยตัวครอบคลุมตัวเมือง  เย็นเสียจนร่างกายกำยำของอคแทคยอนยังสั่นสะท้าน  ทว่าเขายังคงมาทำงานตามปกติด้วยจักรยานคันเก่งของเขา  ยังใช้มันขี่ฝ่าเม็ดฝนที่เทลงมาโดยไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่าย ๆ อย่างไม่ย่อท้อ 


วงล้อจักรยานเคลื่อนตัวช้าลงเมื่อเลี้ยวจากถนนที่มีรถแล่นผ่านบางตาในช่วงเช้าของวันหยุด  สู่รั้วของโรงพยาบาลเอกชื่อดัง  ประตูรั้วโรงพยาบาลเปิดกว้างโดยยามหน้าประตูรอต้อนรับเขาอย่างนอบน้อม แอ่งน้ำแตกกระจายเมื่อวงล้อวิ่งผ่านก่อนจะหยุดลงเมื่อแทคยอนเลี้ยวรถไปจอดข้างตึกผู้ป่วย  ชายหนุ่มดึงหมวกเสื้อคลุมกันฝนออกพร้อมเอามือสางผมหยักศกอย่างลวก ๆ เขายังนั่งอยู่บนอานรถจักรยานขณะแกะกระดุมเสื้อกันฝนสลับกับมองกลุ่มเมฆสีเทาหนาครึ้มบนผืนฟ้าดำทะมึน 


อากาศในช่วงเช้าของวันนี้ไม่ได้สดใสเหมือนรอยยิ้มของแทคยอนที่ยิ้มให้นางพยาบาลสองสามคนขณะเดินในทางเดินอันโอ่โถงสมกับที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง  คนไข้ของโรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะ และมีเงินจะจ่ายค่ารักษาแพง ๆ ได้ ซึ่งแตกต่างจากศูนย์พยาบาลในแอฟริกาที่เคยทำงานเมื่อหลายปีก่อน  ที่นั่นล้วนมีแต่คนยากไร้  ขาดแคลนทั้งเงินทองและอาหาร


แม้ว่าสถานพยาบาลแห่งนี้จะดูหรูหราและมีผู้ให้บริการพร้อมสรรพทั้งความสามารถ อุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน  แต่คงไม่มีใครอยากใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลหรอก


แทคยอนมัดผมสีดำหยักศกที่เปียกชื้นไว้ด้านหลังศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่ทำเอาพยาบาลหลายคนต้องเหลียวมองนัยน์ตาเป็นประกาย  นายแพทย์หนุ่มผุดยิ้มมุมปากเรียกลักยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมคาย  ถึงจะเป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาล  แต่เขาไม่เคยถือตัว  ให้ความเป็นกันเองกับทั้งคนไข้ หมอ และพยาบาลคนอื่นตั้งแต่เขามาประจำอยู่ที่นี่ 


เขาเรียนจบศัลยแพทย์จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกา  พ่อของเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้และหวังจะให้บุตรชายเพียงคนเดียวสืบทอดกิจการต่อ  แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อลูกชายเลือกที่จะทำงานในองค์กรการกุศลแห่งหนึ่งในอเมริกา  เพราะอยากช่วยเหลือคนป่วยผู้ยากไร้ในท้องถิ่นทุรกันดาร  ที่ไม่มีทั้งหมอและอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามอุดมการณ์ที่เขาเคยตั้งไว้  เขาจึงตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับองค์กรเพื่อเป็นแพทย์อาสาในแอฟริกาหลังเรียนจบ  แต่ทว่าเมื่อปีที่แล้วแทคยอนจำต้องเดินทางกลับเกาหลีใต้  เพราะพ่อของเขาล้มป่วย 


แทคยอนจัดว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี  ดวงตาคมกล้าแฝงด้วยแววตาขี้เล่น  เขาเป็นคนอารมณ์ดี สนุกสนานยิ่งดึงดูดให้ผู้หญิงหลายคนทอดสะพานเพื่อให้เขาเดินเข้าหา แต่ทว่าเขากลับนิ่งเฉย  และมองการกระทำเหล่านั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า นอกจากเรื่องงานแล้ว  เขาไม่เคยคิดเรื่องความรัก  หรือต้องการผูกพันกับใคร 


นายแพทย์หนุ่มกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นสิบแปดเดินเข้าไปในห้องพักส่วนตัวก่อนล็อคประตูห้อง  ถอดเสื้อยืดคอวีสีขาวซึ่งมีรอยน้ำเปื้อนเป็นวง  เผยให้เห็นผิวสีแทน  แผงอกล่ำสันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงจากการออกกำลังกาย  กล้ามท้องเป็นลอนชัดเจน หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบจากในตู้ด้านในขึ้นมาสวม เลือกเนคไทผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาผูก ถอดกางเกงยีนส์ขาสั้นแล้วเปลี่ยนเป็นกางเกงสแลคสีดำแทน  แม้เนื้อผ้าจะไม่เรียบกริบแต่ก็ทำให้ท่อนขาแข็งแรงน่ามองขึ้น 


รองเท้าแตะถูกเปลี่ยนเป็นรองเท้าหนังมันเงา ชายหนุ่มหยิบเสื้อกาวน์ขึ้นมาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวกระชับกับรูปร่างกำยำเหมือนนักกีฬาด้วยความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร  ผมยังคงมัดรวบตึงไว้ด้านหลัง  เขาสำรวจตัวเองครั้งสุดท้ายก่อนเปิดประตูกดลิฟต์ลงมาชั้นเก้าซึ่งเป็นชั้นของผู้ป่วยฉุกเฉิน 


ขณะที่รอลิฟต์ลดลำดับชั้นลงนั้น  เขาครุ่นคิดถึงอาการของคนไข้ในห้องฉุกเฉินที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเมื่อสองสามวันก่อนราวปาฎิหารย์  คำร่ำลือถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับคนไข้ของเขาแพร่กระจายรวดเร็วยิ่งกว่าพายุที่เกือบคร่าชีวิตของนิชคุณ  เจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ 


ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อลงมาถึงชั้นเก้า  ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องฉุกเฉิน  เขาเดินผ่านผู้คนที่นั่งอยู่ในห้องโถงซึ่งมีชุดเก้าอี้ตั้งวางไว้สำหรับผู้มาเยี่ยมเยียนและเฝ้ารอดูอาการผู้ป่วย  ไม่ว่าผู้คนเหล่านั้นจะมีฐานะอย่างไร  ร่ำรวย ยากจน  ก็ไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้ 


ในระหว่างที่เขากำลังจะเดินผ่านญาติผู้ป่วยเข้าไปห้องด้านในนั้น  แทคยอนเห็นชายคนหนึ่งนั่งกุมขมับหลังไหล่ลู่ล้าด้วยความเหนื่อยอ่อน  มองชายคนดังกล่าวมีสภาพอ่อนล้าราวกับอดนอนมาแรมเดือน สายตาที่เขาจับจ้องนั้นปลุกใช้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองและสบตากับเขาโดยไม่พูดอะไร


เป็นเวลาหลายนาทีกว่าแทคยอนจะละสายตาและเดินจากห้องโถงด้านนอกเข้าไปด้านในผ่านประตูกระจกซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่โต๊ะ  นายแพทย์หนุ่มเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าเพื่อป้องกันคนไข้ติดเชื้อจากบุคคลภายนอก  เขาส่งยิ้มทักทายเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังแจ้งข้อปฎิบัติเมื่อญาติรายหนึ่งขอเข้าเยี่ยมผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน


จากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า  แทคยอนเดินผ่านเข้ามายังทางเดินด้านในซึ่งทอดยาวไประหว่างห้องกรุกระจกทั้งสองฝั่งได้อย่างสะดวกและง่ายดาย  ถึงจะไม่ได้เงยหน้ามองป้ายเหนือบานประตูกระจก  แค่มองเข้าไปเห็นคนไข้ในห้องกรุกระจกใสทั้งสองฝั่งก็รู้ว่าเป็นห้องสำหรับคนไข้ประเภทใด  ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องไอซียูสำหรับเด็ก  ส่วนฝั่งขวามือเป็นห้องไอซียูสำหรับผู้ใหญ่


และในฝั่งขวามือนั่นเองมีร่างผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งมีสายระโยงระยางของเครื่องมือแพทย์อยู่ทั่วทั้งตัว  ไม่เพียงแต่เครื่องมือเท่านั้น  แพทย์และพยาบาลต่างพยายามอย่างยิ่งที่จะเหนี่ยวรั้ง “นิชคุณ” ไว้อย่างเต็มที่หลังจากที่ถูกส่งตัวมาห้องฉุกเฉิน 


นิชคุณประสบอุบัติเหตุจากการขับรถตกเหวเมื่อสามสัปดาห์ก่อน  และถูกส่งตัวมารักษาเข้ามารักษาต่อในรงพยาบาลของเขา  เนื่องจากโรงพยาบาลเดิมไม่สามารถรับเคสนี้ได้  พอเขารู้ข่าวจึงได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับทันที หัวใจของชายหนุ่มหยุดเต้นลงหลังมาส่งโรงพยาบาลไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง  เขาใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นให้หัวใจนิชคุณเต้นและทำทุกวิถีทางให้คนไข้รายนี้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง  จวบจนทุกวันนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่านิชคุณยังมีชีวิตอยู่เป็นเพราะเขาหรือปาฏิหารย์


แทคยอนรอฟื้นของนิชคุณด้วยความหวังคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิดเพราะกลัวจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้น  แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี  ร่างกายเริ่มมีอาการตอบสนอง ทว่าเขายังไม่สามารถหายใจเองได้ยังคงต้องพึ่งหน้ากากออกซิเจน  บนใบหน้ามีผ้าพันแผลปิดเป็นทางยาว  ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งของโรงพยาบาลได้รักษาใบหน้านิชคุณให้กลับสู่สภาพเดิม 


แต่ถึงแม้ว่าบาดแผลจะทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าคนไข้ก็จะมองไม่เห็น  ไม่เห็นสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนเป็นสีม่วงคล้ำ ขาขวาหักจนต้องเข้าเฝือก  นิชคุณจะมองไม่เห็นสภาพร่างกาย จะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้างอาจแค่ในระยะหนึ่งถึงสองเดือน  หรืออาจจะตลอดไป


นายแพทย์หนุ่มถอนใจยาว  เขาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเคสนี้เมื่อหลายวันก่อนหลังจากตรวจพบอาการผิดปกติของดวงตาคนไข้  ถึงจะเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัส  แต่นิชคุณจำเป็นต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้าง  ไม่ช้าก็เร็ว


เพราะไม่ใช่การรู้จักกันในฐานะแพทย์และคนไข้เท่านั้น  แต่นิชคุณยังเป็นเพื่อนสนิทของเขาอีกด้วย


เขารู้จักชื่อนิชคุณเมื่อหลายปีก่อนในฐานะผู้บริจาคเงินให้กับองค์กรที่เขาทำงานอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งในเกาหลีและในแอฟริกาโดยที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน จวบจนกระทั่งเขากลับมาเกาหลี


ครั้งแรกที่เขาพบกับนิชคุณ  เขาถึงกับความประหลาดใจเมื่อพบว่าผู้บริจาครายนี้เป็นชายหนุ่มวัยเพียงสามสิบปีเศษ  เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี  มีฐานะร่ำรวยและยังครองตัวเป็นโสด  ภายใต้ท่าทางเยือกเย็น สุขุม เขากลับค้นพบบางอย่างที่นิชคุณพยายามซุกซ่อนไว้ในนัยน์ตากลมโตคู่นั้น 


ไม่ว่าแทคยอนจะรู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า  ไม่มีใครสามารถขัดขืนต่อความตายได้  แต่เขาก็ไม่อาจปล่อย “ชีวิต” ที่มีคุณค่าของเพื่อนคนหนึ่งให้เป็นไปตามสัจธรรมในข้อนั้นได้


ห้องไอซียูอาบไปด้วยความเงียบสงัดในยามเช้าตรู่  มีเพียงเสียงอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ดังสลับกับเสียงรองเท้าของแพทย์และพยาบาลดังอยู่ไกล ๆ แทคยอนปรับท่อต่อเข้าจมูกและตรวจดูระดับออกซิเจน  เขาตรวจดูผ้าพันแผล  ตรวจรายงานที่โบรัม พยาบาลเวรของเช้าวันนี้ยื่นให้  แทคยอนก้มตัวต่ำลงเมื่อเขาเห็นริมฝีปากนิชคุณอ้าขยับ


..อู..ยอง...อูยอง...