[Fic - KhunWoo] Shadow Lover : Chap 2

posted on 02 Aug 2013 19:45 by talingping-fiction in KhunWoo

 

Title :  Shadow Lover 

Author :talingping

Fandom : 2PM

Paring :Nichkhun x Wooyoung

Romantic Suspense

 

 

******เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ******

 

 

Chap 2

 

 

 

 

หลังพายุสงบลง ทุกอย่างสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ ในอากาศ ไม่มีสิ่งใดขยับเขยื้อนนอกจากหยดเหงื่อที่ไหลรินตามเนื้อหนังมันวาวอย่างเงียบงัน ภายใต้แสงแดดของดวงตะวันที่สาดส่องอยู่บนผืนแผ่นดิน 


อีจุนโฮ ไม่ได้ใส่ใจไอร้อนระอุหรือคราบลื่นของเหงื่อไคลจากหยาดเหงื่อบนผิวของตัวเอง  สมองครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะจัดการกับดินโคลนที่ถล่มลงมาจนกลายเป็นเนินดินขนาดมหึมาในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการไร่อย่างไร


เด็กหนุ่มเดินสำรวจความเสียหายที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกหนแห่งหลังพายุได้พัดผ่านไป  พื้นที่หนึ่งในสามส่วนของไร่ชาอันโด่งดังเสียหายอย่างหนัก  ต้นชาที่เคยปลูกเรียงรายตามไหล่เขา บัดนี้ได้จมอยู่ใต้ดินโคลนหลังจากน้ำป่าไหลทะลักลงมา 


ความเสียหายไม่ได้มีแค่ไร่ชาเท่านั้น  โรงเพาะชำตกอยู่ในสภาพพังย่อยยับ  หลังคาโรงเรือนฉีกขาด พื้นด้านหนึ่งทรุดตัวลง  โรงเก็บผลผลิตถูกลมกระชากประตูจนหลุดปลิวไปตกอยู่ข้างทางเดินทอดตัวสู่แปลงทดลอง  ทว่าประตูด้านในมีความแข็งแรงสูงมากจึงสามารถปกป้องผลผลิตที่เพิ่งเก็บเกี่ยวก่อนช่วงพายุเข้าไว้ได้  จุนโฮคิดว่าข้าวของหลายอย่างที่เสียหายจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน


ไม่มีใครในไร่ชาโบซองเสียชีวิต  บ้านพักคนงานบางส่วนได้รับความเสียหายเล็กน้อย  คนงานในไร่ที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางดินโคลนถล่มบาดเจ็บแต่ก็ไม่ได้สาหัสอะไรนัก  บาดเจ็บมากสุดคงจะเป็น ปาร์คจินยอง หัวหน้าคนงานที่มีทั้งรอยช้ำระบม  แผลลึกบนปลายคาง แข้งขาถลอกและมีเลือดไหลซึมจากแรงกระแทกของต้นไม้ที่ไหลมาตามธารน้ำ  แต่เขาก็ยืนยันว่าจะทำงานแม้ขาข้างหนึ่งจะบาดเจ็บจนต้องเดินกระเผลกก็ตาม เช่นเดียวกับคนงานผู้ชายในไร่ที่เหลือ  พวกเขาต่างรู้ดีว่าไร่ชาเป็นหนทางเลี้ยงปากเลี้ยงท้องที่ต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว


ขณะที่เขาเดินสำรวจไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของไร่ทางทิศใต้ที่ดูจะเสียหายน้อยกว่า  จุนโฮพยายามลากกิ่งไม้ใหญ่ซึ่งโดนกระแสน้ำพัดพามาติดขวางทางหัวหน้าคนงานพาร์คจินยองก็เดินกระเผลกมาหาช่วย  เขาโค้งขอบคุณความมีน้ำใจของหัวหน้าคนงานวัยกลางคนอย่างซาบซึ้ง


ปาร์คจินยองเป็นชายวัยกลางคน ผิวคล้ำ รูปร่างกำยำ คิ้วดกหนาและโก่งงอ ดวงตารีเล็กคู่นั้นมักจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยม จมูกโต ปากหนา คางหักงอคล้ายพ่อมด จนคนงานในไร่ต่างพากันแอบนินทานินทารูปลักษณ์อัปลักษณ์แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่รับประกันโดยภรรยาทั้งสามคนและบุตรชายบุตรสาวห้าคนของเขา


ชายวัยกลางคนที่กำลังกระตือรือร้นช่วยเขาในขณะนี้  ไม่ได้เป็นแค่คนงานรุ่นบุกเบิกแต่ยังเป็นหัวหน้าคนงานตั้งแต่เจ้าของไร่คนเก่ายังมีชีวิตอยู่และยังเป็นคนงานที่นิชคุณไว้ใจและมอบหมายให้เป็นหูเป็นตาดูแลไร่แทนเวลาที่นิชคุณไม่อยู่  ทั้งยังมีสิทธิ์เข้านอกออกในบ้านพักหลังใหญ่ตรงตีนเขาด้วย  สิทธิ์ที่แม้แต่เขาและพัคนัมยงซึ่งเป็นผู้จัดการไร่รวมทั้งคนงานในไร่ยังไม่สามารถเข้าไปได้


หน้าที่นั้นจะตกเป็นของผู้จัดการไร่ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตให้ไปช่วย อึนจอง หลานสาวเจ้าของไร่คนเก่าซึ่งมีอายุอ่อนกว่าจุนโฮสองสามปีซึ่งอาศัยอยู่กับแม่ของเธอและสาวใช้อีกสองคน  นิชคุณจะสั่งให้เข้าไปช่วยงานในบ้านหลังนั้นในบางครั้งบางคราวเท่านั้น  เพราะบ้านหลังนั้นมีแต่ผู้หญิง  ผู้เป็นนายจึงไม่ต้องการให้คนงานผู้ชายเข้าไปยุ่มย่ามในบริเวณนั้น  แต่ถึงนิชคุณไม่สั่งห้ามเขาก็ไม่คิดอยากจะเข้าไปอยู่แล้ว  สัญชาติญาณเตือนให้เขาอยู่ห่างบ้านหลังนั้นไว้


เขาเคยสงสัยว่าทำไมนิชคุณถึงไม่พักอยู่ที่บ้านหลังใหญ่แต่เลือกที่จะออกไปปลีกวิเวกคนเดียวอยู่บนเนินเขา  อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กซึ่งจุนโฮคิดว่ามันน่าจะเรียกว่ากระท่อมมากกว่า แต่ถึงจุนโฮจะอยากรู้แค่ไหนเขาก็ไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวกับนายจ้าง  เพราะเขาทำงานกับนิชคุณมาหลายปีจึงรู้ว่าเรื่องไหนที่ควรรู้และเรื่องไหนควรวางเฉย


“พายุเข้าหนนี้ทำเราเสียหายหนักกว่าทุกครั้งเลยนะครับ”  จินยองชวนคุยขณะเดินสำรวจไร่ด้วยกัน  จุนโฮพยักหน้าเห็นด้วย  เอามือที่เปื้อนโคลนท้าวเอวกวาดตามองพื้นที่ที่เคยปกคลุมด้วยต้นชาสีเขียวชะอุ่ม  ซึ่งภาพเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้วเพียงชั่วข้ามคืน  เขาคิดว่ากว่าจะฟื้นฟูไร่ที่เสียหายให้กลับมาเก็บเกี่ยวผลผลิตได้คงใช้เวลานานหลายเดือน


“ถ้าเราช่วยกัน ผมว่าคงใช้เวลาไม่นานหรอกครับ”  จุนโฮพูดให้กำลังใจชายวัยกลางคนที่ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเสียใจ


คนงานทุกคนต่างรักไร่นี้  จุนโฮก็เช่นกัน  เขาตัดสินใจที่จะมาทำงานที่นี่หลังจากที่เคยมาขอฝึกงานในไร่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีสี่  หลายสิ่งหลายอย่างที่นี่ทำให้เขาหลงรัก  และอยากใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่กับต้นชาที่ปลูกเรียงรายตามไหล่เขา  โอบล้อมด้วยป่าสนซีดาร์ที่จุนโฮรู้ว่าในป่าลึกนั้นมีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่ที่นั่น  เขาค้นพบว่าในดินแดนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เป็นความสุขที่เขาจะหาไม่ได้ถ้าเลือกที่จะทำงานในเมือง


เขาไม่สนใจคำคัดค้านจากพ่อแม่ว่าไม่ควรเอาเกียรตินิยมที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาทิ้งไว้ที่นี่  เขาควรที่จะเลือกทำงานในบริษัทชั้นนำของกรุงโซลที่พร้อมจะอ้าแขนรับเข้าทำงานด้วยความยินดี  พ่อของเขาถึงกับขู่ว่าจะตัดเขาออกจากกองมรดกถ้ายังดื้อดึงจะทำงานที่นี่  แต่จุนโฮกลับไม่ฟังและมุ่งมั่นทำตามความตั้งใจของตนเองต่อไป


นิชคุณเป็นคนให้โอกาสเขามาทำงานที่นี่หลังเรียนจบ  ชายหนุ่มวัยสามสิบสามปีซึ่งอยู่ในฐานะนายจ้างเป็นคนหนุ่มที่เอาจริงเอาจังกับการทำงานสูงมาก  ถึงไร่นี้จะไม่ใช่ของนิชคุณแต่ก็ทุ่มเทดูแลไร่ไม่ต่างจากเป็นเจ้าของ  คนงานในไร่ต่างก้มหัวและยกย่องให้นิชคุณเป็น นายแห่งไร่ชาโบซอง


ไม่เคยมีวันไหนที่นิชคุณหยุดทำงาน  ผู้เป็นนายจะตรากตรำทำงานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่แตะขอบฟ้าจนกระทั่งแสงตะวันลับหายสู่ทิศตะวันตก  เขาเคยนึกสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มหน้าตาดีและขยันขันแข็ง  มีคุณสมบัติเพรียบพร้อมถึงยังครองตัวเป็นโสดทั้งที่อายุก็ล่วงมาถึงสามสิบสามปีแล้ว  เขานึกเสียดายวัยหนุ่มของนายจ้างที่หมดไปกับการทำงานแทนที่จะแต่งงานมีคู่ครองที่เหมาะสม

“ผมล่ะแปลกใจ ว่าทำไมแนวกระสอบทรายถึงได้พังทลายลงมาได้  นี่ถ้ามันไม่พังนะครับ  น้ำก็คงไม่เข้าท่วมไร่เราหรอก”


“นั่นสิครับ”


จุนโฮรับคำอย่างเห็นด้วย  เขาเองก็แปลกใจว่าทำไมแนวกระสอบทรายที่นิชคุณสั่งให้คนงานในไร่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมโรงเก็บผลผลิตถึงได้ทลายลงมาได้อย่างง่ายดาย ก่อนกลับเข้าที่พักเขาเดินตรวจตรากับผู้จัดการไร่เป็นอย่างดีแล้ว  แต่ไม่เข้าใจว่าพอตกดึกมันถึงได้พังลงมาได้


“หรือจะมีคนพังแนวกั้นน้ำครับ”


จุนโฮชะงัก  เขามองดวงตาชายวัยกลางคนที่ฉายแววกังวล “ทำไมลุงถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ”


“ผมก็ไม่ได้อยากจะคิดอย่างนั้นหรอกนะ”  จินยองใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ  เพ่งสายตามองแนวกระสอบทรายทลายลงมาจนเป็นสาเหตุให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ด้านในของไร่


“แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้  กระแสน้ำแค่นี้มันซัดแนวกระสอบทรายให้พังลงมาขนาดนี้ไม่ได้หรอกครับ” ชายวัยกลางคนชี้ประเด็นที่ตนเองสงสัยให้ชายหนุ่มผู้อ่อนกว่าทั้งประสบการณ์และวัย  จนจุนโฮเองอดที่จะคิดตามไม่ได้


“แล้วนายว่ายังไงล่ะครับ”


“ผมยังไม่ได้คุยกับนายเลย  จริงสิ  คุณจุนโฮ เห็นนายหรือเปล่าครับ  ผมเดินตามหาตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่เจอเลย” 


ลุงจินยองเงยหน้าบวมช้ำเอ่ยถามถึงนิชคุณด้วยความสงสัย  ในไร่ชาทุกคนจะเรียกนิชคุณว่านาย  เป็นคำสั่งที่พี่ชายของนิชคุณสั่งให้คนงานในไร่ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่


“ผมยังไม่เห็นเลยครับ  ผมนึกว่านายอยู่กับลุงซะอีก”


“เปล่าครับ  เนี่ยผมก็ตามหาจนทั่วแล้วนะครับ  ถามใครก็ไม่มีใครเห็น” 


“หรือนายอยู่บนเนินเขาครับ” จุนโฮถามขึ้น 


“ไม่น่าจะอยู่นะครับ  นายห่วงไร่จะตายไป”  จินยองค้าน  นิชคุณรักไร่ชานี้มาก รักและทำงานหนักเพื่อพลิกฟื้นผืนดินที่เคยรกร้างให้เขียวขจีและแผ่ขยายกว้างใหญ่กว่าพี่ชายของนิชคุณเคยสร้างไว้


“แต่จะว่าไปผมไม่เห็นนาย