[SF-KhunWoo] Miss you Like Crazy

posted on 15 Jan 2013 20:33 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction
Title : Miss you Like Crazy 
pairing : khunwoo 
author : Talingping 
rate : NC 



อุณหภูมิในห้องซ้อมเต้นอบอุ่นด้วยการทำงานของฮีทเตอร์ เครื่องอันทรงพลังซึ่งถูกติดตั้งอยู่เกือบทุกจุดในอาคาร JYPE ทว่าการทำงานอย่างขมีขมันของมันไม่ได้ช่วยขับเหงื่อให้ออกมาจากใต้ผิวหนัง จางอูยอง ได้หากเป็นเพราะจังหวะเพลงเร้าใจที่เขาเปิดขึ้นต่างหาก 

อูยองวาดลีลาไปตามท่วงทำนองเพลง Turn up the music ของ Chris Brown ด้วยท่าเต้นที่คิดขึ้นเอง เด็กหนุ่มในวัยยี่สิบสองมองเงาตัวเองในกระจกซ้อมบานใหญ่เพราะเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งที่สามในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาถอนหายใจหนัก ก่อนจะหมุนตัวมาหยิบรีโมทปิดเพลงให้เงียบเสียงลงเหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจ 

อูยองยืนกอดอกขยับปลายเท้ากระทบพื้นเสียงดังหนัก ๆ ตามความคุกรุ่นของอารมณ์ที่พร้อมจะพุ่งสูงขึ้นทุกขณะ สมาธิความตั้งใจที่มีอยู่ทุกวันหายไป เหลือแต่ความฟุ้งซ่านและจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาทิ้งตัวลงพิงกระจกปล่อยให้อารมณ์หงุดหงิดเล่นงานสมาธิเสียให้พอใจ 

เขากระดกขวดน้ำในมือขึ้นดื่มอึกหนึ่งทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปอย่างไร้ประโยชน์ตลอดช่วงเวลาที่ขังตัวอยู่ในห้องซ้อมเต้นเพียงคนเดียว น้ำเย็นไหลผ่านลำคอต่อไปอีกหลายอึกจนถึงหยดสุดท้าย แต่กระนั้นก็ยังไม่รู้สึกสดชื่นขึ้นแม้แต่น้อย เขานั่งคอตกเหลือบมองนาฬิกาที่ผ่านไปจวนจะห้าทุ่มแล้วด้วยใจระทดท้อ ปรายตามองโทรศัพท์ที่นอนรออย่างอดทนอยู่มุมหนึ่งของห้องแต่ก็ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาดูเพราะกลัวความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเล่นงานเขาอย่างต่อเนื่องมาตลอดทั้งวัน เด็กหนุ่มรวบรวมกำลังพาร่างกายเหนื่อยล้าเดินไปตามทางแคบๆ ภายในบริษัท สตูดิโอยังคงเปิดไฟสว่างแต่อูยองกลับไม่มีกะจิตกะใจจะเข้าไปทักทายใคร 

วันนี้ตารางงานของสมาชิกในวงทูพีเอ็มว่างเสียจนกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์หนึ่งในไม่กี่อย่างในชีวิต แต่ละคนจึงวางแผนใช้เวลาที่อัศจรรย์ที่สุดทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีใครคนหนึ่งที่ต้องไปทำงานไกลถึงต่างประเทศในขณะที่คนอื่นว่างเสียจนไม่รู้จะทำอะไร 

ขณะที่อูยองกำลังเดินผ่านห้องซ้อมร้องเพลงชั้นสอง ความรู้สึกหนึ่งก็วูบเข้ามา กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็เปิดประตูห้องสอนร้องเพลงพลางแทรกตัวเข้าไปอยู่ในห้องแล้ว อูยองคลำหาสวิซต์ไฟก่อนจะเปิดให้มันสว่างขึ้นจนเห็นสภาพในห้องเล็กๆ ที่มีเพียงเปียโนตัวเดียวตั้งอยู่ 

ท่ามกลางความเดียวดายและเงียบงัน อูยองก็นึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมาเพลงที่ใครคนหนึ่งโปรดปรานและมักหัดร้องและเล่นเปียโนเพลงนั้นบ่อยๆ ใครคนนั้นที่บั่นทอนสมาธิเขาจนถึงนาทีนี้ 

อูยองวางมือลงบนคีย์เปียโนปลายนิ้วสั่นเทาขณะกดโน้ตเพลง I can’t ด้วยใจถวิลหา เขาร้องเพลงนั้นราวกับมันกะเทาะหลุดออกมาจากเปลือกของหัวใจที่ฉาบกั้นไว้ 

ฉันจะรอจนกว่าเธอจะกลับมา 
เพราะฉันไม่สามารถลืมความรักของเธอได้ 
น้ำตาแทบไหลเพียงคิดถึงเธอ 
ยิ่งเวลาผ่านยิ่งลึกซึ้ง ฉันไม่สามารถหยุดคิดถึงความรักของเธอได้ 
ฉันคงลืมเธอไม่ได้ ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเธอ 


แล้วจู่ ๆ อูยองก็หยุดเล่น เพลงที่เคยสวยงามและไพเราะไม่ได้ทำให้หัวใจอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันยิ่งทำให้หัวใจหนาวเย็นไม่ต่างจากแช่เย็นในช่องแข็ง เด็กหนุ่มถอนใจยาวลุกจากเก้าอี้ที่เคยนั่งเล่นเปียโนร่วมกับคนที่เขาคิดถึง 

ความทรมานด้วยความคิดถึงกำลังเล่นงานเขาคอย กัดกินหัวใจ ร่างกาย ให้ต้องเจ็บแปลบตลอดเวลา อูยองไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่กลับเข้าไปห้องซ้อมเต้นแต่ปล่อยให้ขาทั้งสองข้างเดินมาถึงปลายทางอันโดดเดี่ยวได้อย่างไร 

อูยองท้าวแขนกับระเบียงบนดาดฟ้าของตึกแหงนมองดาวบนผืนฟ้ากลางกรุงโซลด้วยใจที่เงียบเหงา เหมือนดวงดาวบนผืนฟ้าจะกระพริบแสงล้อเลียนคนขี้เหงาอย่างเขาให้ปวดใจมากขึ้นจนจำต้องเบือนหน้าหนี ลานดาดฟ้าที่เคยคับแคบกลับกว้างใหญ่จนน่าใจหาย ความอบอุ่นที่เคยมีมือคู่หนึ่งกอบกุมกันไว้ภายใต้เสื้อโค้ทสีแดงในวันที่อุณหภูมิติดลบไม่มีกลิ่นไอเหลืออยู่แม้สักน้อยนิด 

เขากำลังนึกถึง นิชคุณ ผู้ชายที่ทำให้วันที่มีหิมะโปรยปรายกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิ ทำให้วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มกลับมีแสงสว่างเจิดจ้า ถึงวันนี้อากาศจะหนาวเย็นน้อยกว่าวันที่มีนิชคุณยืนอยู่เคียงข้าง แต่เขากลับเหน็บหนาวจนเหมือนได้ยินเสียงเปรี๊ยะคล้ายเสียงน้ำแข็งลั่นดังสะท้อนอยู่ในหัวใจ 

ความเงียบเหงาวังเวงคล้ายทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ได้อันตรธานหายไปหมด เหลือเพียงว่างเปล่าและความเหงาน่ารังเกียจ เหงาที่ไม่ได้เกิดจากบรรยากาศยามค่ำคืน หรือความเวิ้งว้างดั่งท้องทะเลของหมู่ดาวแต่เป็นภายในใจต่างหาก 

อูยองยกมือขึ้นทาบอก เขาอยากสัมผัสการเต้นของหัวใจว่ายังดำเนินไปเหมือนเช่นทุกวันหรือเปล่า หรือว่าหล่นหายอยู่ปลายเท้าไปแล้ว เท้าที่นำขึ้นมาชั้นดาดฟ้าของตึกJYPE พื้นที่เล็กๆ ที่เขากับนิชคุณมักจะใช้เวลาว่างที่เหลือน้อยนิด ออกมานั่งเล่นริมระเบียงยามบ่ายหรือช่วงเวลาที่อยากละทิ้งความเหนื่อยล้าเฉกเช่นในยามราตรีเหมือนดั่งคืนนี้ 

เราสองคนมักจะออกมาคุยกันบนดาดฟ้าตามลำพังเป็นเวลานาน ๆ ในฤดูฝนนิชคุณมักจะชวนขึ้นมาดูท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา ออกมายืนอาบแดดสีส้มให้ร่างกายอบอุ่นในวันที่อากาศไม่เลวร้ายนักในฤดูหนาว หรือออกมาดูหมู่ดาวส่องประกายงดงามราวอัญมณีประชันกับแสงนีออนในสังคมเมืองเบื้องล่าง

เราจะขึ้นมานั่งจิบกาแฟด้วยกันบนนี้ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องต่าง ๆ เขามักจะระบายความในใจที่พูดกับใครไม่ได้ให้นิชคุณฟังเสมอ ไม่ว่าเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว นิชคุณจะรับเรื่องราวทั้งหมดอย่างตั้งใจไม่สอดแทรกหรือบั่นทอนความรู้สึกและจะคอยให้กำลังใจรวมทั้งข้อคิดดี ๆ ให้กับเขา เพราะนิชคุณเป็นคนดีเขาจึงทั้งรักและเทิดทูนมาตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกัน 

“คิดถึง” 

อูยองไม่รู้ว่าคำว่าคิดถึงที่เผลอหลุดออกมาจากความคิดดังขึ้นเพื่อให้ตัวเองได้ยิน หรืออยากให้เสียงมันดังไปไกลกว่านั้น เสียงที่เขานึกสงสัยว่ามันจะดังพอให้นิชคุณได้ยินหรือเปล่า 

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งจากก้นแก้วกระดาษสีน้ำตาลอ่อนในมือ กลิ่นและรสเดียวกับกาแฟที่นิชคุณมักจะถือติดมือจากคอฟฟี่ช๊อปชั้นสามขึ้นมาดื่มบนนี้เป็นประจำ 

อูยองพรูลมหายใจพร้อมไอเย็นออกมาเป็นสาย เขาทรมานตัวเองด้วยการยืนมองดาวบนฟ้าด้วยใจหดหู่ บรรยากาศเงียบเหงากับอากาศแสนจะหนาวเย็น แม้ช่วงอากาศที่เลวร้ายจะผ่านไปแล้วแต่อูยองก็ยังรู้สึกถึงความโหดร้ายของความหนาวที่แค่พัดกระทบผิวเขาแต่เหมือนจะบาดลึกไปจนถึงหัวใจ หนาว...จนอยากให้นิชคุณกลับมาซะนาทีนี้ เวลานี้เหลือเกิน 

“คุณฮยอง..ผมหนาวจัง..” 

ความทรมานเพราะความคิดถึงจะทำให้คนเป็นบ้าเป็นบอได้หรือเปล่านะ 
 
 
 
 


“กำลังทำอะไรอยู่ เหงาหรือเปล่า พรุ่งนี้พี่ก็กลับแล้วอย่างอแงล่ะ” 

น้ำเสียงอบอุ่นจากปลายสายยังถามไถ่ด้วยความห่วงใยแม้จะห่างเพียงชั่วข้ามวัน อูยองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เขาส่งเสียงฟึดฟิดขึ้นจมูกจนนิชคุณต้องถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง 

“เป็นหวัดหรือเปล่า กินยาแล้วพักผ่อนบ้างนะ อย่าโหมซ้อมเต้นมากเกินไปถ้าป่วยขึ้นมาอีกจะแย่รู้มั้ย” 

“ผมไม่เป็นไร..” 

อูยองอยากจะอ้าปากพูดออกไปว่าเขาแค่ดีใจที่ได้ยินเสียงนิชคุณ เสียงที่เขากระวนกระวายอยากได้ยินมาตลอดทั้งวัน 

“พี่ไม่อยู่ นายต้องดูแลตัวเองมากๆ เข้าใจที่พี่พูดหรือเปล่า” 

“ครับ ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับนะ ผม..” 

อูยองชะงัก พลอยให้ปลายสายเงียบเสียงลงเพื่อตั้งใจคำพูดที่เหลือของเขาด้วย 

“..จะนอนแล้วนะ” 

อูยองกลั้นใจฟังเสียงถอนใจเบาๆ จากปลายสายก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจให้เขารีบนอนแล้ววางสายไป อูยองยืนคอตกฟังเสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกวางสายไปแล้วหลายวินาทีด้วยใจห่อเหี่ยว นึกเจ็บใจตัวเองที่ชอบทำตัวงี่เง่า ทำปากหนักไม่พูดอย่างที่ใจคิด 

ทั้งที่รู้ว่านิชคุณอยากได้ยินอะไรแต่กลับไม่กล้าพูดความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในอกจนจะทำเขาเป็นบ้ามาตลอดทั้งวัน อูยองนึกเกลียดปากตัวเองที่พูดจาบ้าบอได้ทุกเรื่อง แต่กลับพูดความในใจที่ควรจะพูดออกไปไม่ได้ ถ้าเกิดนิชคุณน้อยใจขึ้นมาจนไม่ยอมคุยกับเขาอีกจะทำยังไง 

เขาเดินห่อไหล่อย่างสิ้นหวังเข้าบ้านพัก ไม่อาจกักเก็บความคิดถึงที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อได้อีกต่อไป เขาหยุดปลายเท้าไว้หน้าห้องหนึ่ง ห้องที่เล็กที่สุดในบ้านพักของทูพีเอ็ม ยืนมองประตูหน้าห้องด้วยใจโหยหาตอนตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปท่ามกลางความมืดและอากาศเย็นเยียบ 

“ให้อูยองเลือกก่อน” 

เขายังจำได้ว่าวันแรกที่เข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ นิชคุณเป็นคนเอ่ยปากอย่างใจดีให้เขากับจุนโฮเป็นคนเลือกห้องนอนก่อนคนอื่นๆ ทั้งที่ความจริงไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ อูยองเคยคิดว่าเอาเปรียบนิชคุณมากเกินไปหรือเปล่า ถึงปล่อยให้ผู้ชายใจดีและเป็นผู้ทำรายได้ให้วงมากที่สุดต้องอาศัยอยู่ห้องเล็ก คับแคบ มีเพียงตู้เสื้อผ้าสองใบและเตียงนอนเท่านั้น 

อูยองทิ้งตัวนั่งบนเตียงว่างเปล่า กวาดตามองห้องคับแคบอย่างรู้สึกผิด ความรักและความเสียสละที่ชายหนุ่มมอบให้มันมากมายเสียจนไม่รู้จะใช้คำพูดใดแทนความรู้สึกเหล่านั้น นิชคุณเป็นคนดีและรักเขาอย่างจริงใจ ชายหนุ่มไม่เคยละเลยและไม่เคยทอดทิ้งให้ต้องอยู่ลำพังทั้งยามทุกข์ยามสุข นิชคุณจะทำให้เขาเป็นคนสำคัญอยู่เสมอ ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ หรือสถานที่ใด ความสนใจของนิชคุณก็จะอยู่ที่เขาเสมอ ถึงแม้ว่านิชคุณจะมีผู้หญิงมากมายห้อมล้อมมองตาเป็นมันก็ตาม 

อูยองหยิบหมอนที่เจ้าของห้องใช้หนุนนอนทุกคืน สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วยความรักและคิดถึง เขานอนกอดหมอนใบนั้น ซบหน้าลงกับเตียงที่เขาสองคนเคยใช้สร้างความสุขด้วยกัน อูยองน้ำตารื้นขดตัวนอนหนาวเดียวดาย ผ้าห่มที่เคยใช้คลุมร่างของเขาสองคนที่นอนซุกเติมไออุ่นซึ่งกันและกันถูกเขาหยิบขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายที่เย็นเยียบเพียงลำพัง 

คิดถึง มันคงน้อยกว่าความรู้สึกเขาในเวลานี้ ความหนาวเย็นบาดลึกถึงแก่นกลางใจที่กำลังเหน็บหนาว เดียวดาย เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดหยดน้ำปลายหางตาออก เหลือบมองเวลาที่ผ่านมาจนเกือบตีสามแล้วแต่ก็ยังไม่อาจข่มตาหลับได้ อีกไม่กี่ชั่วโมงนิชคุณก็จะบินข้ามน่านฟ้าไทยกลับสู่เกาหลี อูยองอยากรอเจอนิชคุณก่อนจะพาตัวโบยบินอยู่ในความฝัน ความห่างด้วยระยะทางเพราะการทำงานไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นกี่ครั้งกี่หนเขาก็ไม่เคยทำใจให้ชินไปกับมันได้เสียที 

เขาเคยพบนิชคุณทุกวันเคยนอนด้วยกันเกือบทุกคืน เคยเปล่งเสียงเรียกหาและประคองกอดกันร่ำร้องหาอุ่นไอรักกันบ่อยครั้งจนเคยตัว นิชคุณทั้งเร่าร้อนและช่างเอาใจจนอูยองรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดวงอาทิตย์ในระบบจักรวาล ทุกอณูในเรือนกายที่ถูกควบคุมไว้อย่างดีจะถูกไฟพิศวาสผลาญเผาให้มอดไหม้ ชายหนุ่มจะกระตุ้นเขาด้วยบทรักร้อนเร่าและแรงกล้า 

จนหลายครั้งที่อูยองต้องหวีดเสียงร้องด้วยพลังอั