[SF-KhunWoo] วน

posted on 15 Jan 2013 15:47 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction
Title : “วน” 
Status : Short Fic 
Author :talingping 
Fandom : 2PM 
Paring :Nichkhun x Wooyoung 
Rate : PG-13 



วน 


-Wooyoung- 

เมื่อความ โง่ ยังคงเวียนวนไม่สิ้นสุด 
ฉากสุดท้ายของชีวิตสูญสิ้นเหลือเพียงเถ้าธุลี... 

มีคนเคยบอกกับผมว่า เมื่อตอนเรายังมีชีวิตอยู่ เราควรบอกรักและทำดีต่อกันเสียให้พอ เพราะไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะยาวนานแค่ไหน ความตายจะมาถึงเมื่อไหร่ ถ้าหากวันหนึ่งเราต้องจากกัน ต่อให้อาลัยคิดถึงสักเพียงใดก็ไม่อาจเรียกใครคนนั้นมาบอกรักและทำดีได้อีกแล้ว มันคงปวดร้าวเจียนใจจะขาดหากเราไม่ได้บอกรัก หรือร่ำลา จับมือกับคนที่เรารักก่อนจะจากกัน… 

ผมคิดถึงพี่จัง... 

พี่จำคืนนั้นได้หรือเปล่า คืนที่พี่คุณสารภาพรักและจูบผม รอยยิ้มของพี่ในวันนั้นดูงดงามยังกับเจ้าชายในเทพนิยาย แต่เพราะผมโง่เกินกว่าจะเข้าใจว่าทุกอย่างที่พี่คุณทำเกิดจากความรัก ไม่ใช่อารมณ์ของพวกรักร่วมเพศ 

ผมขอโทษที่รังเกียจแล้วยังปฎิเสธความรักความจริงใจของพี่เหมือนเป็นขยะไร้ค่า เพราะความโง่และเห็นแก่ตัวทำให้ผมทำร้ายจิตใจพี่คุณสารพัด ทำแม้กระทั่งไล่ให้พี่ไปตาย... 

ในวันที่พี่คุณมาเก็บของที่หอพัก ผมไม่คิดว่าเราจะได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย ไม่คิดว่าพี่คุณจะไปจากผมโดยไม่บอกลากันซักคำ ผมเจ็บปวด เสียใจจนไม่รู้ตัวว่าน้ำตาไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมกอดพี่ อ้อนวอนอย่างไม่แคร์สายตาใคร ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าพี่จากผมไปเพราะผมทำตัวเอง แต่ผมก็ไม่ต้องการให้พี่คุณจากไปอยู่ดี 

“ผมรักพี่คุณนะ...ฮึ่ก...ผมรักพี่...” 

ผมหลุดออกจากกฎเกณฑ์ของสังคมได้สำเร็จ รู้แล้วว่าไม่ว่าความรักจะอยู่ในรูปแบบไหน ถ้าหากไม่เป็นการฝืนธรรมชาติตัวเอง ก็จงปล่อยให้มันเป็นไปตามต้องการ และต่อให้ถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์ผมก็จะไม่กลัวอีกต่อไป ขอแค่พี่คุณอยู่กับผมเท่านั้น 

“ขอโทษที่เคยทำให้อูยองเสียใจเพราะความรักของพี่นะครับ” 

ผมได้สูญเสียโอกาสสุดท้ายไปแล้วใช่มั้ย รอยยิ้มอบอุ่นครั้งสุดท้ายของพี่กลายเป็นน้ำกรดราดรดหัวใจให้แหลกเหลวเพียงชั่วนาที ผมมองพี่คุณขึ้นรถจากไปทิ้งไว้แค่ความเสียใจและการจากลา... 

พี่คุณไปแล้วพร้อมกระชากหัวใจของผมจากไปด้วย ผมวิ่งตามพี่คุณไปจนสุดรั้วมหาวิทยาลัย ตะโกนเรียกชื่อพี่ยังกับคนเสียสติขณะที่รถเคลื่อนออกไปไกลทุกที ถึงผมทำขนาดนั้นพี่ก็ไม่กลับมา... คำว่ารักของผมคงไม่มีความหมายสำหรับพี่อีกต่อไปแล้ว 

ผมทิ้งทุกอย่างตั้งแต่วันนั้น ศักดิ์ศรี ทิฐิ ความเห็นแก่ตัว มันคงคล้ายกับที่ผมเคยทิ้งความรักและความปรารถนาดีของพี่คุณเหมือนกับของไร้ค่า ผมปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความผิดหวังเสียใจ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปวัน ๆ เหมือนคนไร้อนาคต พี่รู้มั้ย...ตั้งแต่พี่จากไป ผมไม่เคยหยุดรักพี่เลย หัวใจผมยังร่ำร้องเรียกหาแต่พี่ ถึงจะรู้ตัวดีว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ผมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก แต่ผมก็ยังหวัง...หวังทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ 

พี่ยังจำทุนเรียนต่ออเมริกาของมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า ทุนที่ใคร ๆ อยากได้ ทุนที่พี่เคยบอกว่าถ้าผมตั้งใจผมก็จะได้มันมาอย่างง่ายดาย ผมหวังจะใช้มันเพื่อตามหาพี่...แสงอาทิตย์ของผม 

ผมใช้พี่เป็นแรงบันดาลใจยามเหนื่อยล้าและท้อแท้ ใช้ความรักและกำลังใจที่เคยได้รับจากพี่เป็นแรงใจเพื่อจะได้ทุนนั้นมา ใช้มันเป็นพลังผลักดันตัวเองไปถึงจุดหมายที่มีพี่คุณเป็นเส้นชัย ผมฝันเห็นพี่อยู่ปลายทางความฝัน ฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริง ต่อไปผมก็ไม่ต้องวิ่งตามพี่แค่ในความฝันอีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าพี่คุณจะมีใครมาแทนที่คนโง่อย่างผมหรือยัง แต่ผมอยากจะขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกซักครั้ง 

หนาว..อากาศคืนนี้หนาวจนผมเริ่มทนไม่ไหว ดาวบนฟ้าหายไปไหนหมด ทำไมมันถึงได้มืดนัก... 

ผมอยากให้พี่คุณกอด จับมือและจูบผม ผมคิดถึงพี่ คิดถึงทุกนาทีที่เราเคยอยู่ด้วยกัน ถ้าใครมาได้ยินคงจะนึกสมเพช แต่ผมไม่สนใจใครอีกแล้ว ผมยอมสูญเสียทุกอย่างแต่จะไม่ยอมเสียความรักของพี่อีก 

ผมอยากบอกรักพี่คุณทุกวัน อยากตะโกนจนสุดเสียงไม่ว่าพี่คุณจะอยากได้ยินอีกหรือไม่ แต่ตอนนี้ผม...ไม่ไหวแล้วจริงๆ เลือดไม่หยุดไหล ตาผมกำลังจะปิด และหัวใจก็เริ่มเต้นเบาลงทุกที…. 

ความพยายามที่เพียรสร้างมาหลายปีกำลังจะพังทลาย ต่อจากนี้ไปผมจะวิ่งตามพี่คุณไม่ได้อีก ไม่ได้วิงวอนขอโอกาสจากพี่คุณอย่างคนไร้ค่าตามที่มุ่งหวังอีกต่อไป ถึงพี่คุณจะลืมผมไปแล้ว แต่ผมยังจดจำพี่คุณตลอดมาเสมอ เพียรเก็บทุกความรักที่ผมเคยทิ้งขว้างกลับมาประกอบอยู่ในหัวใจแตกร้าวดวงเดิม 

ผมหวังว่าสวรรค์คงเมตตาคนโง่อย่างผมเป็นครั้งสุดท้าย เห็นใจผู้ชายน่าสมเพชอย่างผม ก่อนวิญญาณผมจะหลุดจากร่างโปรดนำความรักของผมไปสู่ห้วงหัวใจของพี่คุณ ไม่ว่าพี่จะอยู่แห่งใดบนโลกใบนี้ก็ตาม 

เวลาของผมใกล้จะหมดพร้อมลมหายใจห้วงสุดท้าย แต่ทุกความทรงจำระหว่างเรายังแจ่มชัดเหลือเกิน ตาผมลืมไม่ขึ้นแล้ว ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจ 

ถึงหัวใจผมจะหยุดเต้นลง แต่มันจะไม่มีวันหยุดรักพี่ 

ผมรักพี่นะ รักเสมอ
 


-Nichkhun-
 

เรื่องบางเรื่องสำหรับบางคน...แค่เพียงปล่อยมือ ความเจ็บปวดก็จะลอยหายไป หัวใจก็จะสุขสงบ...อีกครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสั่งสมอง บอกหัวใจ ให้ปล่อยผ่านเรื่องราวปวดร้าวโดยง่ายดาย ถึงจะพยายามดิ้นรนให้หนีจากบาดแผลแห่งอดีต ยอมรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตและเริ่มต้นใหม่ แต่หัวใจกลับเวียนวนติดอยู่กับความปวดร้าว และความรักที่ต่อให้โลกผันแปรไปอย่างไร รักนั้นก็ยังคงอยู่แม้ไม่ชั่วนิรันดร์ แต่ยังฝังตรึงในหัวใจของใครบางคนตราบสิ้นลมหายใจ... 

ผมชื่อนิชคุณ 
เป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก่อนจะถูกส่งมารักษาตัวที่อเมริกาหลังจากเกิดอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน ผมสลบอยู่ในห้องฉุกเฉินนานกว่าสองสัปดาห์ และฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต 

ความทรงจำบางส่วนของผมได้หายไป เสี้ยวส่วนเล็ก ๆ คล้ายจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญปลิวกระเด็นไปตามแรงกระแทกของอุบัติเหตุในคืนนั้น ผมพยายามตามหาจิ๊กซอว์แห่งความทรงจำชิ้นนั้น เพื่อจดจำใครคนหนึ่ง ม่านหมอกสีเทามัวหม่นครอบคลุมอดีตจนดำมืด ผมคลำไปตามทางมืดหม่นพบเจอแต่ความทรมานแสนสาหัส หวังแค่ปลายทางจะสว่างจ้าให้ผมเห็นความทรงจำนั้นชัดเจนขึ้น 

และในที่สุดผมก็สมปรารถนาฝุ่นควันหนาทึบแห่งอดีตจางหายไปทุกอย่างแจ่มชัดจนหูตาพร่า ผมนั่งหาคำตอบที่เวียนวนอยู่ในหัวหลังจากทุกอย่างแจ่มชัด...ถ้าคนเราต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากอดีตของตัวเอง เราควรจดจำเรื่องราวเหล่านั้น หรือทำลืมมันไป... 

หลังจากออกจากโรงพยาบาลในโซล พ่อกับแม่ส่งตัวผมมารักษาตัวต่อในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในอเมริกา เพื่อผ่าตัดทำศัลยกรรมตบแต่งบาดแผลบนใบหน้าที่เกิดจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นรวมทั้งผ่าตัดดามเหล็กที่ขาทั้งสองข้าง ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่กลับมาเหมือนเดิมแต่ผมก็พร้อมจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

ผมเคยคิดว่าเวลาที่ทรมานจากการเดินโดยมีเหล็กดามขาจะช่วยลืมความเจ็บปวดทางใจไปบ้าง แต่เปล่าเลย มันยิ่งทำให้คิดถึงใครคนหนึ่งมากขึ้น อยากเห็นรอยยิ้มและคำปลอบใจสั้นๆ ง่ายๆ ที่ผมเคยได้รับจากเขา ผมพยายามหลอกตัวเองว่า เด็กคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่ในความทรงจำของตัวเองแม้แต่น้อย แต่ยิ่งทำภาพของคนคนนั้นก็คอยจะหลอกหลอนซ้ำเติมว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงภาพมายาอย่างที่ผมพยายามจะให้เป็น 

รักจนยากจะลืมมันเป็นเช่นนี้เองหรือ.... 


ตลอดระยะเวลารักษาผมต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นไม่ให้บาดแผลติดเชื้อในโพรงกระดูกโชคดีที่ไม่มีปัญหาการนูนออกมาของโลหะแต่ปัญหาใหญ่คือผมเจ็บปวดจนทรมานเมื่ออากาศหนาวเย็นลง ผมกัดฟันให้ทุกนาทีผ่านไปโดยไม่ปริปากบ่น เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องเป็นกังวลเพิ่มขึ้นไปอีก ผมรู้สึกผิดที่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบนำทางผมไปสู่ความตายปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนไร้ค่าเพียงเพราะใครคนหนึ่งปฎิเสธและรังเกียจความรักและความปรารถนาดีจากผม ยอมหยุดลมหายใจของตัวเองด้วยการปล่อยมือจากพวงมาลัยตามพูดของเขา 

“อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป แต่อย่ามายุ่งกับผมอีก!!” 


ผมคงเป็นคนโง่ที่รักแต่ อูยอง จนลืมรักตัวเอง ลืมรักครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้างมาตลอดและสุดท้ายผมก็ไม่ได้อะไรจากความคิดตื้น ๆ นั้น คำสัญญาที่เคยให้กับพ่อแม่ว่าจะเข้มแข็งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมต่อสู้กับการรักษาตัว ผมไม่อยากให้กำลังใจท่านต้องสูญเปล่า ไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวัง ผมพยายามกลับมายืนให้ได้ด้วยสองขาของตัวเอง เพื่อหวังจะมีชิวิตใหม่โดยไม่จมปลักกับอดีต ถึงมันไม่ง่ายนักแต่ผมก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ 

ผมจดจำข้อผิดพลาดหลายอย่างในชีวิตเพื่อใช้เป็นบทเรียนไม่ให้กลับไปทำผิดซ้ำอีก พยายามระลึกถึงความเสียใจและความเป็นห่วงเป็นใยของพ่อแม่ ที่ท้ายสุดแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นท่านทั้งสองก็ไม่เคยทอดทิ้งผม 

พ่อกับแม่แม้กระทั่งชานซองหรือแทคยอนที่สนิทกับผมไม่เคยมีใครถามว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น ทุกคนรู้ว่าผมไม่อยากพูดถึงมัน ผมอยากให้อดีตที่เต็มไปด้วยบาดแผลตายไปพร้อมกับความรักที่มีต่อ อูยอง แต่ผมไม่เคยปล่อยมันไปได้จริงๆ ซักที ยังคงจมอยู่กับความทรงจำครั้งเก่าที่ยังมีเงาของอูยองทาบทับอยู่ในหัวใจมาโดยตลอด ผมเคยคิดจะลบความรักที่เคยใช้ทำร้ายอูยองออกไปจากใจ แต่ก็ทำไม่ได้เลยซักครั้งเดียว 

“ผมรักพี่คุณนะ...ฮึ่ก...ผมรักพี่...” 

ผมเคยมานั่งทบทวนตัวเองหลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาเป็นปี ผมทำถูกหรือเปล่าที่ตัดสินใจทิ้งอูยองไว้ที่เกาหลี ปล่อยให้เขาเดินตามเส้นทางที่ตัวเองเลือก ถึงจะดีใจที่ในนาทีสุดท้ายอูยองบอกว่ารักผม แต่มันสายเกินไปที่จะกลับไปยืนจุดเดิม ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ความเสียใจและความเจ็บปวดทำให้ผมตัดสินใจหันหลังให้โดยไม่สนใจเสียงวิงวอน ร่ำร้องของอูยอง 


“ไม่!! ไม่!! พี่คุณ อย่าทิ้งผม” 
“พี่คุณอย่าไป...อย่า...กลับมา...” 


ผมทิ้งอูยองที่วิ่งตามรถแล่นออกจากหอพักด้วยหัวใจร้าวราน ถึงเราจะเลิกติดต่อกันมานานกว่าสองปี อยู่ไกลกันคนละทวีป พยายามทำใจลืมอูยองแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ผมก็ทำไม่ได้แม้แต่วันเดียว ภาพอูยองยังคงวนเวียนทำร้ายหัวใจผมมาตลอด ยิ่งหนีมันก็ยิ่งวนกลับมาทำร้ายหัวใจที่เข้มแข็งให้อ่อนไหวลงทุกที 

ในปีแรกที่ผมกลับมาอยู่อเมริกา ผมต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดอยู่แต่ในโรงพยาบาลเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อ โดยมีหมอคิมจุนซู หมอกาย