[SF-KhunWoo] เมื่อย

posted on 28 Nov 2011 12:50 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction
 
กดF5 เพื่อเปลี่ยนธีมก่อนนะคะ
 

Title :  “เมื่อย”

Status : Short Fic

Author :talingping

Fandom : 2PM

Paring :Nichkhun x Wooyoung

 Rate : NC-17


 
 
Remark : เจตจำนงค์คนเขียนยังเหมือนเดิมแค่อยากให้เค้าได้กัน เพราะฉะนั้น ปิงไม่คำนึงถึงพล็อต และอะไรทั้งนั้น เขียนจากโมเมนท์ ห้าวินาทียืด ๆ ทีเห็นคนพี่ถามหน้ากล้องว่า "เมื่อยขาใช่มั๊ย" "พิงมาที่ฉัน" ถึงได้กำเนิดฟิค 13 หน้ากระดาษขึ้น เข้าใจตรงกันเน้อ
 
 
 
khunwoo
 
 
 
 
ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตครั้งสำคัญจากแดนโสมสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย

ประเทศเกาหลีมุ่งหวังจะใช้กระแส K-POP ซึ่งกำลังโด่งดังและเป็นที่สนอกสนใจในกลุ่มชาวญี่ปุ่นเป็นหนทางสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ประเทศและหวังใช้การณ์นี้ในการเจริญสัมพันธไมตรีให้ดีกว่าในครั้งอดีต เมื่อทั้งสองประเทศเห็นผลประโยชน์ที่จะเอื้อต่อกันจึงได้ร่วมมือกันจัดงานครั้งนี้ขึ้น


ก่อนที่คอนเสิร์ตครั้งสำคัญจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันนี้ ทางผู้จัดได้เปิดห้องรับรองขนาดบรรจุสองร้อยคนเพื่อใช้เป็นห้องแถลงข่าว ซึ่งในขณะนี้คราคร่ำไปด้วยสื่อมวลชนหลายแขนงจากหลายสำนักข่าวของทั้งสอง ประเทศต่างให้ความสนใจกับศิลปินลูกใหม่จากแดนโสมซึ่งล้วนแต่มาจากค่ายยักษ์ใหญ่เกินความคาดหมาย


ห้องแถลงข่าวคับแคบลงถนัดตา นักข่าวต่างเตรียมพร้อมทำข่าวอย่างคับคั่ง ทันทีที่หนุ่มสาวหน้าตาดีมากกว่ายี่สิบชีวิตเดินเรียงแถวเข้ามาด้วยท่วงท่า สง่างามสมบูรณ์แบบ สมกับเป็นไอดอลอันโด่งดังและได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ พวกเขาแย้มยิ้มและโค้งคำนับให้นักข่าวได้เก็บภาพในแต่ละมุม นักข่าวต้องทำงานแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงทุกนาทีด้วยคำถามและภาพถ่ายที่น่า สนใจกลับไปเป็นประเด็นข่าวร้อนให้เป็นที่พอใจแก่กองบรรณาธิการ


ท่ามกลางแสงไฟ แสงแฟลชฉายวูบวาบไปทั่วสารทิศ อูยอง มองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงทูพีเอ็ม ศิลปินอีกกลุ่มที่ได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็วทั้งที่เพิ่งจะเดบิวต์ใน ประเทศญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้ อูยองยิ้มให้กับกล้อง ดวงตาพร่าลายไปกับแสงแฟลช แต่เขาก็ยังยิ้มแย้มโค้งคำนับให้นักข่าวและผู้จัดงาน ทุกท่วงท่ายังแฝงความแมนและแข็งแกร่งให้สมกับเป็นไอดอลสัตว์ป่า แต่ทุกกริยาที่อูยองคิดว่ามันแมนและเท่ มันกลับดูตรงข้ามกับความคิดของ คนอื่น เสียเหลือเกิน อูยองแลดูน่ารัก บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา


เมื่องานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้น ทั้งห้องจึงกลับมาสงบลงอีกครั้ง คำถามระหว่างนักข่าวกับศิลปินโต้ตอบกันเป็นระยะ อูยองยังนั่งทำหน้าที่ของตนเฉกเช่นเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ รวมทั้งศิลปินวงอื่น ๆ ซึ่งนั่งไล่ระดับกันเป็นแถวแน่นขนัดเต็มพื้นที่ ความตื่นเต้นที่จะได้แสดงต่อหน้าชาวญี่ปุ่นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทวี คูณขึ้นทุกขณะ


ระหว่างแถลงข่าวอูยองนั่งฟังภาษาญี่ปุ่นสลับกับเสียงล่ามถึงเขาจะเรียนภาษา ญี่ปุ่นอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ทุกประโยค นึกสงสัยว่า เมื่อไหร่หนอเขาจะพูดได้คล่องแคล่วเช่นเดียวกับชานซอง น้องเล็กประจำวงยามตอบคำถามนักข่าว แม้จะดูติดขัดอยู่บ้าง แต่ถือว่าชานซองทำได้ดีกว่าใครหลายคนคาดคิดนัก อูยองถอนใจเบา ๆ เมื่อนึกถึงอนาคตของตัวเองที่ยังทอดยาวไกลจนมองไม่เห็นปลายทางข้างหน้า กว่าจะถึงวันนั้น เขายังต้องเรียนรู้และพบเจออุปสรรคอีกมาก


อูยองปล่อยสมองให้ล่องลอยไปชั่วขณะ หลุดออกจากห้องคับแคบชวนอึดอัด ลอยไปไกลถึงร้านหนังสือที่อยากไป ร้านขายของเล่นนานาชนิดที่อยากได้ ร้านอาหารเลื่องชื่อที่เขาอยากจะไปลิ้มรสชวนชิม อยากท่องเที่ยวไปทุกเมืองในญี่ปุ่น อยากใช้เวลาว่างที่เหลือน้อยนิดให้หมดไปกับความสนุกเฉกเช่นเด็กหนุ่มวัย ยี่สิบพึงกระทำ แต่ก็รู้ตัวว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ เขาต้องทุ่มเทและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อที่จะมีวันนี้ ต้องตัดใจจากหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเพื่อวันนี้และอนาคตในวันข้างหน้าที่ เขาต้องทะเยอทะยานต่อไปให้ถึงฝั่งฝัน


แต่ขอซักนาทีเถอะ
ให้หลุดออกจากภาระและหน้าที่รับผิดชอบและปล่อยใจล่องลอยออกไป อูยองคิดคำนวณเงินที่มีติดตัวว่าจะพอให้เขาชอปปิ้งหรือไม่ แล้วถ้าไม่พอจะทำยังไง จะตัดใจ หรือจะอ้อน ให้ ใคร ซื้อให้ดี


อูยองก้มหน้าอมยิ้ม แค่นึกถึงหัวใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข


เขาคงหลุดเข้าไปในดินแดนความฝันอันน่ามหัศจรรย์ต่อไป หากไม่มีมือใครคนหนึ่งฉุดดึงให้เขากลับมานั่งอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชจ้าและผู้ คนนับร้อยเหมือนครึ่งชั่วโมงก่อน


“เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงอบอุ่น นุ่มลึก กระซิบเสียงเบาได้ยินกันเพียงสองคน เสียงซึ่งดังไม่ไกลจากหัวใจของเขามาเนิ่นนานหลายปี


อูยองหันไปสบเจ้าของนัยน์ตากลม นิชคุณ พี่ชายประจำวงและเป็น คนพิเศษของ เขา ซึ่งมองมาด้วยความรู้สึกหลากล้น ทั้งห่วงใยและกังวล อูยองยิ้มกว้าง ส่ายหน้าแทนคำตอบ แววตาทอประกายด้วยอารมณ์ชื่นมื่น นึกจะตอบออกไปว่า เขาจะเป็นอะไรไปได้นอกจากคนพิเศษของนิชคุณ แต่ก็กลัวว่าคำตอบมันจะน่ารักดูขี้อ้อนเกินไป ก็เลยได้แต่ยิ้ม แทนความรู้สึกที่เอ่อล้นจนแทบทะลักทะลาย


เมื่องานแถลงข่าวใกล้สิ้นสุดลง ศิลปินและผู้จัดงานต่างรวมตัวกันเพื่อถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก อูยองและศิลปินคนอื่น ๆ ต่างลุกขึ้นยืนเบียดตัวเข้ากันหันหน้าไปหากล้องที่รอกดชัตเตอร์ในทุกวินาที เด็กหนุ่มยิ้มแต้มริมฝีปาก กำมือข้างหนึ่งระดับบ่าโพสต์ท่าให้นักข่าวถ่ายรูป ถึงจะเหน็ดเหนื่อยจากการกรำงานมาตลอดสัปดาห์ และวันนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่หนักหนาสำหรับเขา แต่เพราะมันเป็นงานและอนาคต จะให้แสดงออกว่าเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไร เมื่อคิดได้อย่างนั้น อูยองแย้มยิ้มสดใสซุกซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใน ดึงความสุขขึ้นมาฉาบฉายบนใบหน้า ความสุขซึ่งเป็นของพวกเขาและแฟนเพลง


ณ ชั่วขณะหนึ่ง....



เมื่อพวกเขาจำต้องยืนเบียดชิดในที่คับแคบ พื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ ได้ร่นถอยลงเรื่อย ๆ จนไหล่ของเขาเกยอยู่กับไหล่นิชคุณซึ่งยืนขนาบข้างกับเขาในระหว่างถ่ายรูป อูยองขยับตัวมาด้านขวาเมื่อมือข้างหนึ่งของนิชคุณโอบบ่าของเขาไว้ด้วยวงแขน แข็งแกร่งซึ่งต่อให้เพียรพยายามแค่ไหน อูยองก็ไม่เคยมีแบบนั้นได้ซักที ฝ่ามือกร้านของนิชคุณกุมกระชับไหล่ของเขาไว้ สัมผัส หนักแน่น ไม่นุ่มนวลเหมือนใบหน้านิชคุณเลยซักนิด แต่อูยองก็ไม่ปฎิเสธ หรือ ถอยห่างจากสัมผัสคล้ายจะปกป้องเขาไว้จากทุกสิ่งทุกอย่าง อูยองยอมยืน