[SF - KhunWoo] Honeymoon

posted on 30 Oct 2011 13:48 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction

กดF5 เพื่อเปลี่ยนธีมด้วยค่ะ

 

Title : Honeymoon

Status : Short Fic

Author :talingping

 Paring :Nichkhun x Wooyoung

Genre : Erotic



ฟิคบูชายัญลำดับสุดท้าย ฉลองให้เนื่องในวันครบรอบ คุณด้งประกาศไม่แคร์สื่อ ‘My One & Only Huswife’ 

Erotic ดวกดินใสแหนวสไตล์ตะลิงปิง แค่อยากเห็นเขาสองคน"รัก"และ"ได้" (ดูแล)กัน 


 

 

อูยองนั่งบิดมือไปมาอยู่บนที่นอนหนา ผุดลุกผุดนั่งเสียจนไม่ต้องทำอะไร ด้วยความกลัวที่ถูกทิ้งไว้ลำพัง  เขาชะเง้อมองประตูกั้นห้อง สลับกับมองผนังห้องฉาบด้วยปูนเปลือยสีธรรมชาติแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มือบางกุมกระชับชุดยูคาตะเอาไว้แน่น ราวกับว่ากลัวใครอีกคนจะกระชากหลุดติดมือเสียอย่างนั้น ร่างเล็กนั่งกระสับกระส่ายเสียจนไม่สนใจความสวยงามจากการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ปลายเล็บจิกลงบนเสื่อตาตามิที่ถักทอเนื้อละเอียดนุ่มเพื่อลดอาการตื่นเต้นลง ถึงแม้ในหัวจะเฝ้าแต่คิดถึงคำพูดของผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะเอาเปรียบเขาอยู่เรื่อยก็ตาม

กรอบประตูไม้บุด้วยกระดาษสาโปร่งแสงเลื่อนออกพร้อมชายร่างสูงในชุดยูคาตะสีน้ำเงินเข้มถูกแหวกออก  เผยให้เห็นแผงอกแกร่งผิวขาว  อูยองเขยิบตัวถอยหวังจะหนีให้พ้น ๆ  นิชคุณเคลื่อนไหวเข้าหาเขาด้วยท่าทีสง่างาม  ใบหน้าหล่อจัดยิ้มพราวราวกับล้อเลียนอาการตื่นตระหนกของเขาจนต้องเบือนหน้าหนี

 

อูยองมึนงงและประหม่า แม้จะเตรียมใจตั้งแต่ตัดสินใจแต่งงานกับนิชคุณแล้ว  แต่เขาก็ยังหวาดกลัวกับประสบการณ์แปลกใหม่ในชีวิตอยู่ดี  ยังจับจ้องตากลมวับวามราวกับจะแผดเผาร่างกายเขาให้มอดไหม้ผ่านชุดยูคาตะหลวมโครก  ร่างเล็กยื่นมือออกไปเพื่อผลักร่างสูงให้ออกห่าง  แต่ร่างสูงปัดมือเขาออกอย่างง่ายดายและดึงเขาเข้าไปกอด อูยองอ้าปากค้างตกตะลึงกับร่างแกร่งแนบชิด แขนกำยำเหมือนปลอกเหล็ก รั้งร่างเล็กให้เข้าใกล้มากขึ้น จนต้นขาแข็งแรงสมชายเบียดอยู่กับขาของเขา อูยองรู้สึกอ่อนแอ งุนงง คว้าต้นแขนเขาไว้เพื่อประคองตัว

“พร้อมหรือยัง...”


“อะ..อะไร” อูยองละล่ำละลักถาม

“พี่ถามว่าพร้อมหรือยัง...” ร่างสูงก้มหน้าลงกระซิบ ลมหายใจอบอุ่นเป่ารดใบหูขณะที่เขาซุกไซ้ข้างลำคอขาวแผ่วเบา ชายหนุ่มตวัดลิ้นเลียแอ่งเล็ก ๆ ใต้ใบหู จูบนุ่มนวลวาบหวามทำให้เนื้อตัวอูยองสั่นเทา

อูยองเบิกตากว้าง หน้าแดงจัด “อ๊ะ นิคคุณ จะทำอะไร” เขาร้องเสียงเบาหวิว ตื่นตระหนกกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉับพลัน แม้จะรู้ว่าต้องถึงวันนี้เข้าซักวัน แต่พอเอาเข้าจริง เขากับกลัวความใกล้ชิดของร่างแกร่ง กลัวแรงดึงดูดที่ร้อนแรงราวไฟป่าที่เขาและนิชคุณต่างต่อสู้กับมันมาหลายวัน อูยองยังไม่พร้อมกับการณ์นี้ แต่จะให้นิชคุณอดใจไหวได้อย่างไรกัน เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง ย่อมมีความต้องการตามประสาชายหนุ่ม  ตากลมเป็นประกายมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ร่างสูงกดริมฝีปากลงบนขมับชื้นเหงื่อ ตัวสั่นเทา  ทำให้เขาต้องลูบหลังปลอบประโลม

“พี่กำลังจะทำให้อูยองรู้จักการร่วมรัก...ยังไงล่ะ...”

อูยองนั่งตัวแข็ง คำเรียกแสนสนิทฉุดกระชากความคิดที่ว่าเขาไม่ใช่คนโสดอีกต่อไป เด็กหนุ่มยันไหล่แกร่งของเราเต็มแรง แต่ร่างสูงไม่ขยับแม้แต่น้อย

“ไม่นะ..นิคคุณ..ผม..ผม ยังไม่พร้อม...”

“ไม่ดื้อนะเด็กดี” ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงนุ่มนวล กล่อมให้ร่างเล็กคลายความกลัวลง เกือบจะอาทิตย์แล้วที่เขาพยายามหว่านล้อมให้อูยองยอมร่วมรักกับเขาตั้งแต่แต่งงานกันมา แต่เจ้าตัวก็เอ่ยอ้างไม่พร้อมอย่างเดียว ชายหนุ่มโน้มกายเข้าหาใกล้กันมากขึ้น

“พี่ขอได้ไหม...” นิชคุณเอ่ยขอเว้าวอนเหมือนทุกที แต่หนนี้เขาไม่ต้องการข่มเหงน้ำใจ หรืออะไรทั้งนั้น เขาต้องการให้อูยองยินยอมพร้อมใจด้วยตัวเอง ชายหนุ่มออกแรงดันไหล่บางล้มตัวลงบนฟูตองหนา กดริมฝีปากแผ่วเบาลงบนปากเล็กอย่างแผ่วเบา สัมผัสบางเบาลึกซึ้งค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นทีละน้อย ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าอูยองมีท่าทีหวาดกลัวการแตะต้องสัมผัสจากเหตุการณ์ในวัยเด็ก ถึงเขาต้องจากการเพียรพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบในร่างกายด้วยความทรมานก็ตาม ชายหนุ่มกระชับคางเล็ก นิ้วหัวแม่มือสากระคายไล้ไปตามริมฝีปากล่างเต็มอิ่ม สายตาจับจ้องอยู่กับการเคลื่อนไหวของปลายนิ้ว

“รู้สึกดีมั๊ย” เขาถามเสียงนุ่ม

“...ฮะ” ร่างเล็กตะกุกตะกักตอบ

 

“ถ้าอย่างนั้น...” ปากอุ่นอ้อยอิ่งบนกลีบปากบาง ชายหนุ่มไม่ได้กอดอย่างใจปรารถนา ไม่ต้องการให้อูยองรู้สึกถึงการถูกกักขัง ร่างเล็กรู้สึกปั่นป่วนไปทั้งร่างกาย แม้สมองจะสั่งการให้ถอยหนีแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงจะปัดป้อง ปากนิชคุณอบอุ่นเหมือนทุกคราว อ่อนโยนยามเคลื่อนไหวอยู่บนเรียวปากเขา อูยองขยุ้มมือทั้งสองข้างกับชายเสื้อและหลับตาลง ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยลืมทุกสิ่งอย่างแม้กระทั่งความทรงจำอันโหดร้าย

แรงจูบอ่อนโยนกดย้ำให้อูยองระลึกไว้ชั่วนิรันดร์ เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะได้พบกับความอ่อนโยนจากนายตำรวจหนุ่ม ผู้มีความแข็งกระด้างด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ณ ขณะนี้มันถูกโยนทิ้งเหลือเพียงความวาบหวิวท่วมท้นที่ไหลหลากไปทั่วตัว อูยองเปล่งเสียงสับสนแผ่วเบา และแล้วชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น

“...ไหวมั๊ย” ร่างเล็กกระพริบตาตื่นพยักหน้าเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงามืดทาบทับร่างจนเขาสะดุ้ง ความหวาดกลัวเริ่มครอบครองจิตใจอ่อนไหวอีกคราว แววตาระริกหวาดหวั่น

นิชคุณก้มหน้าลงจูบอีกครั้ง สอดลิ้นเข้ามาในปาก ไม่ล้วงลึก แต่เชื้อเชิญให้ลิ้มรส อูยองสั่นเทิ้มไม่รู้ต้องทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขากลัวว่ามันจะสิ้นสุดลงเฉกเช่นที่เป็นมาหลายคืน เขาพยายามแล้วที่จะลืมฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนไม่เลิก เขาพยายามแล้วที่จะไม่แตะต้องสัมผัสใคร เขาหวาดกลัวเกินไป ที่จะรักใคร เพราะฝังใจกับสิ่งแปดเปื้อนในชีวิต แต่แล้วนิชคุณบุกทลายกำแพงใจที่เขาสร้างขึ้น กล้าตามจีบทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่คนอย่างนิชคุณหรือจะกลัว ชายหนุ่มกล้าหาญพอที่จะขอคบหากับน้องชายมาเฟียใหญ่อย่างเจ้าพ่ออ๊กแทคยอน

อูยองพยายามคิดถึงความสุขสูงค่าในเวลานี้เกินกว่าจะถูกทำลายด้วยอดีตไม่น่าจดจำ ร่างเล็กรู้สึกลังเล แต่ก็ทำตามสัญชาติญาณที่ถูกละเลยมานาน เขาตอบรับเรียวลิ้นแทนคำเชิญ ดูดลิ้นร้อนเบา ๆ ร่างใหญ่สั่นสะท้านขึ้นมาทันใด เขานึกแปลกใจแต่ก็ทำมันอีกครั้ง และชายคนรักก็ร้องเสียงทุ้มลึกดัง สั่นสะเทือนอยู่ในอกเขา ความยินดีต่ออำนาจทางเพศที่เพิ่งค้นพบค่อย ๆ เบ่งบานอยู่ในร่างเล็ก งดงามยั่วยวนและเร่าร้อน

ร่างสูงผละจากปากนุ่มและยันตัวถอยออกห่าง แสงไฟสีส้มจากโคมไฟแบบญี่ปุ่น ขับผิวขาวให้สุกปลั่งดั่งทองคำ แก้มขาวเนียนแดงก่ำ

“พอแล้ว....ไปแช่ออนเซนกันดีกว่า...เรายังมีเวลาทำเรื่องนั้นกันอีกหลายวัน...”

อูยองกระพริบตาปริบ ๆ ดวงตาวาววับเลื่อนลอยไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สายตาจับจ้องแต่ชายตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่า สายเสื้อคลุมเลื่อนหลุดออกจนเผยผิวกายเนียนละเอียดกระตุ้นไฟราคะคนตรงหน้า ให้ลุกโชนจนสามารถเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ได้

นายตำรวจหนุ่มบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นยืน นึกถึงการแช่น้ำแร่อย่างที่เขาและอูยองใฝ่ฝัน จนลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเสียสนิท เขาไม่ได้ตั้งใจจะแทะเล็มร่างกายบอบบางน่าทนุถนอมที่กำลังนอนเปลือยกายยั่วยวนอยู่ตรงหน้า จนนึกอยากจะโดดขย้ำซะเดี๋ยวนี้  ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่ก็กลัวว่าถ้าทำลงไปแล้วจะทำให้อูยองหวาดกลัวเสียจนไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ อีก ต้องใจเย็นกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาก็ชักจะไม่แน่ใจว่าจะเย็นไปได้ซักกี่น้ำ  เขาไม่เคยแข็งขืนกับใครเพียงจูบเดียวมาตั้งแต่อายุสิบห้า แต่