[SF - KhunWoo] "โง่" (PG-13)

posted on 11 Jul 2011 14:40 by talingping-fiction in KhunWoo directory Fiction

Title :  “โง่”

Status : Short Fic

Author :talingping

Fandom : 2PM

Paring :Nichkhun x Wooyoung

Theme : ผิดที่เธอ-ปนัดดา,นี่แหละความเสียใจ-Potato

Rate : PG-13

Remark  : Inspiration by Song Project

with Redyellow & Morning After

 

 ขอออกตัวก่อนว่า ปิงไม่ถนัดมาม่า เพราะงั้น เรื่องนี้มันแค่ฟิคน้ำลวกเส้นมาม่า เท่านั้นค่ะ ^ ^

 

 

 

 

 

“โง่”

 

 

~Wooyoung~

 

เราจะเห็นค่าใครซักคนเมื่อไหร่

วันที่เขาบอกว่าเรามีค่ากับเขาเช่นไร

หรือวันที่สูญเสียใครคนนั้นแล้ว...

……

บ่อยครั้งที่ผมมักจะถามตัวเองว่า จุดเริ่มต้นของเราสองคนอยู่ตรงไหน  เพราะเหตุใดผมถึงได้ผูกพันกับรุ่นพี่เดือนคณะที่มีคำร่ำลือว่าทั้งเรียนเก่ง เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยระดับแชมป์และหน้าตาโดดเด่นราวกับเทพบุตรกับจนมีผู้หญิงรายล้อมมากมายราวกับเขาเป็นดวงสุริยะในระบบจักรวาล ร้อนแรง ยิ่งใหญ่และทรงอานุภาพ  แม้แต่ผมเป็นผู้ชายเหมือนกันยังรู้สึกว่าเขามีแรงดึงดูดให้ดาวเคราะห์อย่างผมยังต้องหมุนวนโคจรรอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เราคงไม่มีวันเกี่ยวข้องกันหาก “พี่คุณ” ไม่ได้เป็นญาติของฮวางชานซอง เพื่อนสนิทร่วมคณะและเป็นรูมเมทของผมด้วย  ผมไม่ได้เห็นผู้ชายคนนั้นดีน้อยไปกว่าความคิดของคนอื่นความชื่นชมในตัวพี่คุณอยู่ในระดับสูงสุด  เขาเป็นแรงบันดาลใจและไฟแห่งความทะเยอทะยานจุดประกายในตัวผมให้มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกันกับเขา

ชีวิตผมเริ่มมีพี่คุณวนเวียนเข้าออกอยู่ทุกวัน  เป็นทั้งคนติวภาษาและวิชาอื่น ๆ ที่ผมกับชานซองไม่เข้าใจ  แต่ในระยะหลังกลายเป็นผมคนเดียวที่พี่ชายแสนดีทุ่มเทเวลาให้ เป็นคนช่วยผมทำรายงานและอีกสารพัดเวลาผมนึกถึงใครไม่ออกคนแรกที่จุดสว่างในความคิดคือ พี่คุณ 

เราสองคนสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็ว  ผมไม่เคยสังเกตตัวเองเลยว่าผมเห็นพี่คุณเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตภายในร่างกาย  เป็นพี่ที่คอยรับฟังและช่วยแก้ปัญหาสารพัดเรื่องตั้งแต่เรื่องเรียนเรื่องเพื่อนผู้หญิงครอบครัวชีวิตประจำวัน แม้แต่ความฝัน  เขากลายเป็นคนที่ผมขาดไม่ได้ทั้ง ๆ ที่พี่เขาไม่ได้เป็นพี่รหัสของผม ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางเครือญาติหรือสายเลือด  แต่ผมกลับไว้ใจและเชื่อใจโดยไม่เคยคิดจะค้นหาเหตุผล

ผมไม่เคยเอะใจเลยว่าความใกล้ชิดและความห่วงใยที่พี่คุณมีให้เกิดขึ้นเพราะความรักที่เขามีต่อผม

ผมเริ่มได้ยินถ้อยคำลอยลมของใครหลายคนที่เริ่มพูดกันหนาหูเรื่องความสัมพันธ์ของเรา  เริ่มรู้สึกว่าคนใกล้ตัวมองผมแปลก ๆ เวลาที่พี่คุณเดินมาหาผมที่คณะหรือเวลาที่เราไปไหนมาไหนด้วยกัน  ผมไม่ชอบที่บางคนมองว่าผมเป็นเกย์เพราะผมกับนิชคุณสนิทสนมกันมากเกินกว่าความเป็นพี่ชายของเพื่อน  ในขณะที่พี่คุณกลับนิ่งเฉยกับคำพูดของใครหลายคน ยังคงปฎิบัติกับผมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน ยังคงดูแลผมห่วงใยผม เป็นที่ระบายอารมณ์ยามที่ผมต้องหงุดหงิดกับความรู้สึกของตัวเอง หรือปฎิกริยาของใครหลายคน  ต่างจากตัวผมเองที่เริ่มสร้างระยะห่างให้กว้างออกทุกที

…..

หากย้อนเวลากลับไปในวันเวลาเดิมได้

ผมยังจะทำร้ายคนที่รักและทำทุกอย่างเพื่อผม...ให้ต้องเสียใจอย่างที่ผมเป็นอยู่ในทุกวันนี้มั๊ย

                …..

“พี่รักนาย”

คำสารภาพสั้น ๆ หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่ใครหลายคนหวังจะได้ยินประโยคนั้นแทนที่จะเป็นผม  ในวินาทีนั้น ผมตอบไม่ได้ว่ารู้สึกยังไง ดีใจหรืออับอาย  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวใจเต้นถี่ในอกเกิดมาจากความยินดีหรือตกใจกับคำพูดที่ดังก้องในหู  ผมตอบตัวเองไม่ได้ซักอย่างแม้กระทั่ง..จูบ..ครั้งแรกที่พี่คุณมอบให้ มันทำให้ผมชาไปทั้งตัว

ผิดด้วยหรือ หากผมจะต่อต้านการกระทำและความรู้สึกของเขาหรือบางที...อาจจะรวมทั้งของตัวเองด้วย

“ผมไม่ใช่เกย์!!”

ผมตอบแทนความจริงใจทั้งหมดทั้งมวลที่พี่คุณมอบให้ด้วยเสียงตะโกนใส่  ตอบแทนความรักและความปรารถนาดีมาตลอดด้วยสายตาเกลียดชังและท่าทีเย็นชาใส่  ผมคิดไปเองว่าความเจ็บที่แล่นริ้วในอกคือความผิดหวังในตัวพี่คุณ  ไม่ใช่เกิดจากความเสียใจเมื่อเห็นความแห้งแล้งในดวงตาคู่นั้น

 

……

 

“นายมันโง่อูยอง หัดส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างก่อนจะพูดอะไรออกไปน่ะ!!”

ต่อให้ชานซองด่าผมมากกว่านี้ ผมก็ยังยึดติดกับความคิดของตัวเอง

“ก็พี่นายคิดกับฉันอย่างนั้นได้ยังไง ฉันไม่ใช่เกย์นะเว้ย”

จะมีใครบ้างที่จะยอมรับความรักจากผู้ชายด้วยกัน  ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไงถ้ามีใครรู้ว่า ผมเป็นแฟนกับผู้ชาย  ครอบครัวผมจะคิดยังไงเพื่อนฝูงอีก  ต่อให้พี่คุณดีแค่ไหน รักผมเพียงใด แต่ผมก็ไม่อาจทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้  เป็นเพราะพี่คุณทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นทั้งที่มันไม่ควร พี่คุณไม่ยอมห้ามความรู้สึกที่เขามีต่อผมในเมื่อเราต่างก็รู้ดีว่า เรายืนอยู่บนโลกที่ได้ไม่ยอมรับความรักแบบผิดธรรมชาติ

“พี่คุณก็ไม่ใช่เกย์ แต่เพราะเค้ารักนาย หัดคิดซะบ้างสิ จางอูยอง!!”

ถ้าคิดได้ คงไม่ใช่จางอูยอง

ความหมางเมินสร้างเส้นแบ่งแดนความสัมพันธ์ขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากอีกคนที่ยังทำตัวเหมือนเดิม  ยังคอยแวะเวียนซื้อขนมหรืออาหารที่ผมชอบมาฝากเป็นประจำ  แต่ผมไม่เคยคิดจะสนใจของเหล่านั้นเช่นเดียวกับเจ้าของ พี่คุณยังคงรับหน้าที่ติวเตอร์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่คำพูดหยอกล้อและรอยยิ้มที่เคยมีให้ผมเลือนหายไป  ยอมที่จะเว้นช่องว่างระหว่างเราให้กว้างขึ้นตามความเย็นชาที่ผมมอบให้ 

……

คนหนึ่งทุ่มเททุกอย่างเพราะรัก...ส่วนอีกคนทุ่มทิ้งหัวใจอันมีค่าอย่างไม่ใยดี

……

วิธีการแก้ปัญหาของคนโง่อย่างผมเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมไม่ได้รักผู้ชายด้วยกัน  การคบกับผู้หญิงสักคนคงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลดีที่สุดในเวลานี้

“ไอยู” เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในเวลานี้ เธอเป็นหญิงสาวที่สดใสดั่งน้ำค้างยามรุ่งอรุณ  เธอทำให้ผมพยายามกระเสือกกระสนทุกวิถีทางให้ผู้หญิงที่ใครหลายคนหมายปองได้หันกลับมามองบ้าง  ไม่สนใจคำทัดทานของชานซองหรือใคร ๆ ในสิ่งที่ผมดันทุรันทำมันทุกหนทาง

สุดท้ายผมก็คงโง่อย่างที่ชานซองว่าจริง ๆ

ผมเอาเวลาทั้งหมดไปให้ความสนใจกับบทพิสูจน์ความแมนของตัวเอง ไม่ได้คิดเลยว่าบทพิสูจน์โง่เง่านั้นได้เผาผลาญหัวใจของใครอีกคนให้ไหม้เกรียมจนยากจะเยียวยา   

ยิ่งไล่ตามความฝันลม ๆ แล้ง ๆ มันยิ่งทำให้ผมคิดถึงใครบางคนมากขึ้น

“เลิกตอแยกับผมซักทีได้มั๊ย!!”

อารมณ์ฉุนเฉียวที่ผมแสดงออกต่อคนที่รักผมเริ่มรุนแรงขึ้นจนระงับไม่ได้อีกต่อไป  คำซุบซิบนินทาระหว่างผมกับพี่ชายต่างคณะยิ่งทำให้ไอยูไม่อยากเข้าใกล้ผม  ความผิดหวังเหมือนน้ำเกลือราดบนแผลสดที่ปริกว้างในหัวใจผมทุกขณะ  ทุกอย่างมันเป็นเพราะพี่คุณคนเดียว!!

“อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป แต่อย่ามายุ่งกับผมอีก!!”

ถ้อยพูดรุนแรงและโหดร้ายทำลายความรู้สึกของคนที่บอกว่ารักผมจนหมดสิ้นแล้วพี่คุณก็ทำตามความปรารถนาของผม

ผมควรจะดีใจและมีความสุขใช่มั๊ย ที่หลังจากนั้นไม่นานไอยูก็ตอบรับการขอเป็นแฟนจากผม  ในเวลานั้นผมมีความสุขจนลืมความกังวลใจบางอย่างที่มันวนเวียนอยู่ในหัว  ผมสลัดมันออกไปเช่นเดียวกับทิ้งขว้างความรู้สึกของใครบางคนไปจนหมด    แต่ยิ่งเวลาผ่านไป  ความรู้สึกเคว้งคว้างและเหน็ดเหนื่อยเริ่มมาเยี่ยมเยือนหัวใจ

ความสุขที่เคยอาบไล้ในร่างกายผม  เสียงหัวเราะรอยยิ้มของใครบางคนทำให้ชีวิตที่เคยอับเฉาก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเบ่งบานขึ้นดุจเมล็ดพันธ์แห่งชีวิตเติบโตภายใต้ดวงอาทิตย์อันอบอุ่น  แต่ทุกอย่างในเวลานี้กลับแห้งเหี่ยว แม้จะมีหยาดน้ำทิพย์อย่างไอยูอยู่ข้างกาย  แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขของผมเบ่งบานขึ้นเหมือนก่อนเลย

ก่อนหน้านี้ผมเอาแต่โทษพี่คุณที่ทำให้ผมต้องถูกคำครหาทิ่มแทงใจอยู่ทุกวัน  ผมไม่เคยเหลียวกลับไปมองดูคนข้างตัวด้วยซ้ำว่าในขณะที่ผมโดนคำติฉินนินทาพี่คุณก็โดนไม่ต่างกัน  ผู้ชายที่ผมทำท่ามึนตึงใส่ยังคอยกุมมือให้กำลังใจดูแลและปกป้องผมทั้งๆ ที่เขาเองก็โดนสายตาแปลก  ๆ ของใครหลายคนเชือดเฉือน  ไม่เคยสงสัยหรือเอะใจเลยซักนิดว่าทำไมเขาถึงทนได้ ผมเอาแต่คิดว่าทุกสิ่งที่พี่คุณทำลงไปมันไม่ควรจะเกิดขึ้นระหว่างเรา ผมเป็นผู้ชายเหมือนกับที่พี่เขาเป็น ตั้งแง่รังเกียจความรู้สึกที่อีกฝ่ายแสดงออก ทั้งที่เขาดีกับผมทุกอย่าง 

ชีวิตผมกลับมาเงียบเหงาเหมือนเดิม ไม่มีใครให้คอยสบตาหรือห่วงใยสนใจผมอีก  ไม่มีเสียงหัวเราะ หรือรอยยิ้ม ไม่มีคำพูดให้กำลังใจ ไม่มีมืออันอบอุ่นคอยกุมส่งผ่านกำลังใจให้ผมยามท้อแท้ ไม่มีใครที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็ว…  ไม่มีอีกแล้ว

แววตาที่ผมเคยแสร้งว่ามีไอยูวาบไหวอยู่ในนั้นเปลี่ยนไป  ความอึดอัดแผ่ขยายอาณาเขตจนเธอรู้สึกได้ ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นน่าเบื่อหน่าย  เราสองคนไปด้วยกันไม่ได้สักเรื่อง  หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง หรือ สถานที่ต่าง ๆ ที่ผมชอบไม่ได้เป็นเป็นที่เดียวกับไอยู  มันไม่เหมือนกับที่ผมอ้อนขอให้พี่คุณพาไปเที่ยว ฟังเพลงแบบที่ผมชอบฟัง หรือดูหนังที่ผมอยากดู  พี่คุณไม่เคยปริปากบ่นซักคำที่ต้องทำเรื่องที่คนอื่นมองว่าไร้สาระตามคำร้องขอจากผม  ไม่เคยบ่นไม่ว่าเรื่องเหล่านั้นจะงี่เง่าแค่ไหน  ผมมันโง่เองที่ไม่ยอมเข้าใจว่าที่พี่คุณทำไปทั้งหมดเพราะอะไร

…….

“นายเป็นคนเลือกที่จะให้มันเป็นอย่างนี้เอง”

สุดท้ายคนที่เสียใจที่สุดกลายเป็นคนโง่คนนี้

ผมนั่งทบทวนทุกเรื่องราวในช่วงเวลาที่ผมเคยมี “พี่คุณ”  เฝ้าแต่คิดถึงความทรงจำเก่า ๆ  ที่มั