[Fic - KhunWoo] Dream : Chap 18.2

posted on 15 Apr 2011 18:38 by talingping-fiction

Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**การดำเนินเรื่องในตอนนี้ถูกจัดอยู่ในเรทNC-17 เนื้อหามีความรุนแรงไม่เหมาะกับเยาวชนอายุต่ำว่า 17 ปี ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

Chap 18 : Dream_18.2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เท้าสองคู่เดินเคียงข้างกันผ่านแนวไม้และทิวดอกอาซาเลีย นิ้วเรียวยาวสอดประสานเข้ากับมือบอบบางกอบกุมกันไปตลอดทาง เสียงคุยเจื้อยแจ้วอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ร่างสูงเพรียวตั้งใจฟังเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดจากปากคนรักตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน

 

“พ่อจากไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ผมแทบจำอะไรเกี่ยวกับพ่อไม่ได้เลย หลังจากพ่อเสียไปแม่ก็ย้ายจากบ้านหลังใหญ่ของพ่อมาอาศัยอยู่แถบชานเมืองแถวปูซานดำเนินชีวิตเงียบ ๆ ตามลำพัง” นิชคุณเบนสายตามองอูยองหันมายิ้มสดใสให้แม้แววตาจะเจือด้วยความเศร้าก็ตาม

 

“ผมกลายเป็นลูกไม่มีพ่อโดนเด็กแถวนั้นล้อเป็นประจำ ผมน่ะขี้แยร้องไห้กลับไปฟ้องแม่ทุกวัน นึกน้อยใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงไม่เหมือนเด็กคนอื่น”

 

นิชคุณไม่พูดอะไรยังคงเป็นผู้ฟังที่ดีต่อไป สายตาทอดมองผ่านทิวสนอีกไม่ไกลนักก็จะถึงกระท่อมหลังเล็กแล้ว

 

“ตอนนั้นคุณลุงกับเฮียซึงฮยอนอยู่เมืองจีนกลับมาอีกทีแม่ผมก็ป่วยหนักมากแล้ว...” แรงสั่นของมือน้อย ๆ พลอยให้นิชคุณต้องออกแรงบีบเบา ๆ หยดน้ำเล็ก ๆ เริ่มก่อเป็นหยาดน้ำใสร่วงหล่นอาบแก้ม ร่างสูงเพรียวหยุดฝีเท้า

ลง กุมแก้มทั้งสองข้างของอูยองไว้แล้วใช้นิ้วโป้งไล่ซับน้ำตาให้ ดันร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด มือหนาคอยทำหน้าที่

ลูบหลังปลอบใจช่วยลดอาการสะอื้นไห้ให้เบาบางลง

 

พอคิดถึงเรื่องราวของตัวเองเหมือนโลกได้หยุดหมุนลงร่างกายที่เคยเย็นเยียบหนาวเหน็บจนปวดหนึบไปทั้งตัว

กลับอุ่นวาบอย่างน่าประหลาด อูยองยังเล่าต่อไปแม้เสียงจะดังอู้อี้เมื่อหน้ากลมซุกอยู่บนอกร่างสูง เขาอยากพูด

ออกมาให้หมดซะตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะไม่มีแรงเล่าได้อีก

 

 

“คุณลุงส่งผมไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในปูซาน ท่านบอกว่าผมจะปลอดภัยถ้าอยู่ที่นั่นมันเหมือนเป็นบ้านหลัง

ที่สองในชีวิตผม บ้านที่มีคนแบบเดียวกัน บางครั้งผมก็ลืมไปเลยนะว่าผมน่ะเป็นเด็กมีปมด้อย” นิชคุณได้แต่ฟัง

อยู่เงียบ ๆ  เข้าใจความรู้สึกของเด็กขาดพ่อแม่เป็นอย่างดี เขากอดประโลมร่างเล็กคอยลูบเรือนผมดำปลอบใจ

 

“ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าหลายปี พออายุสิบห้าผมก็ออกมาหาเลี้ยงตัวเอง ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใครและผมเองก็สบายใจที่เป็นอย่างนั้น จนกระทั่งผมสอบเข้ามหาลัยโซลได้ ชีวิตผมก็ไม่อ้างว้างอีกต่อไปเมื่อผมได้เจอ

กับพี่คุณที่นั่น” รอยยิ้มฉายรัศมีอาบใบหน้าหวานจนเขาพลอยยิ้มตามด้วยไม่ได้ ท่อนแขนแข็งแรงโอบบ่าเล็ก

ด้วยความรัก อูยองฝังหน้าลงบนอกแกร่งแน่นรัดวงแขนตัวเองกระชับขึ้น ผู้ชายคนเดียวที่สร้างแรงบันดาลใจและ

ความฝันให้เขามีพลังก้าวเดินจนทุกวันนี้

 

“อูยองคงลำบากมากสินะ”

 

 

“ไม่เลยฮะ ชีวิตผมสบายกว่าใครอีกหลายคนเยอะ ผมไม่ต้องไปนอนข้างถนน ไม่ต้องเอาตัวเข้าแลกกับเศษเงินเพียงน้อยนิด แค่ใช้ชีวิตให้อยู่รอดด้วยตัวเอง แค่นี้ผมก็พอใจแล้วฮะ” นิชคุณยิ้มอย่างภูมิใจกับการคิดดีใฝ่ดีของคนรักกอดกระชับร่างบางแน่น ๆ อีกครั้ง ก่อนคลายวงแขนลงโอบประคองมุ่งหน้าลงสู่เนินเขาอีกครั้ง

 

พอพ้นแนวทิวเขาดอกอาซาเลีย ทางเดินเริ่มลาดชันลงป่าสนใบเขียวสดยืนต้นหนาครึ้มอยู่เบื้องหน้า เด็กหนุ่มหอบหนักฝีเท้าเริ่มช้าลง อาจเพราะการเดินทางที่ไม่ได้หยุดพักบวกกับที่เขาต้องเสียแรงจากริมทะเลสาบในช่วงเช้าแต่ถึงอย่างนั้นอูยองก็ไม่ได้เอ่ยปริปากบ่นเลยซักคำ

 

บทสนทนาแห่งเส้นทางชีวิตยังคงดำเนินไปตามจังหวะการเดินของคนทั้งคู่ ทุกเรื่องในชีวิตจางอูยองถูกขุดขึ้นมาเล่าไม่หยุดหย่อน นิชคุณได้แต่รับฟังและหัวเราะขำกับเรื่องเล่าแสนตลกหากบางครั้งมันกลับเจือความเศร้าและน่าเห็นใจ ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกแววตาขี้เล่นสนุกสนานนั่นจะซ่อนความเจ็บปวดไว้มากมายเพียงนี้

 

อูยองร่ำขอให้นิชคุณเล่าเรื่องตัวเองบ้าง ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องในวัยเด็กที่ใช้ร่วมกับชานซอง เสียงหัวเราะผสานกันดังลั่นเมื่อนิชคุณเล่าถึงวีรกรรมแสบซ่าของตัวเอง ใครจะคิดว่านิชคุณผู้สมบูรณ์แบบกลับไม่ได้มีชีวิตอย่างที่ทุกคนวาดฝันไว้  ต่างคนต่างล้วนแล้วแต่ผ่านอุปสรรคขวากหนามในชีวิตมามากมาย และทุกอย่างยังดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ลมหายใจของเรายังมี

 

 

 

**********

 

 

 

เปลวไฟลุกโชนจากกองฟืนหน้ากระท่อมหลังเล็กส่งเสียงแตกดังเปรี๊ยะเป็นระยะ ชายหนุ่มสี่คนนั่งล้อมวงท่ามกลางความมืดเริ่มโรยตัวปกคลุมไปทั่ว ดวงดาวประดับฟ้าส่องประกายวับวาวบนผืนฟ้ายามรัตติกาลอูยองตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับดูจุน เขาเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคนอื่นทำให้เขาไม่สามารถอยู่ได้อย่างเป็นสุขนัก

 

“คุณลุงสบายดีหรือเปล่า ดูจุน”

 

“ท่านสบายดีครับ” ดูจุนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามนิสัย ชายร่างกำยำในเสื้อแจ็กเกตยีนส์สีดำกลืนไปกับความมืดน่าเกรงขาม เขาลอบมองสองพี่น้องเป็นระยะแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความระแวงสงสัยแต่มันถูกกลืนหายด้วยความห่วงใยจากพี่น้องอีกคู่หนึ่ง

 

“แล้ว...เฮียซึงฮยอนเป็นยังไงบ้าง” แม้ภายในใจยังสับสนแต่เพราะอูยองยังเห็นคนที่ทำร้ายจิตใจตนเองเป็นพี่ชายอยู่เสมอก็อดที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

 

บอดี้การ์ดหน้าคมสบตาอูยองครู่หนึ่ง “นายใหญ่มีเรื่องวุ่นวายต้องจัดการหลายเรื่องครับ” อะดรีนาลีนในร่างกายฉีดพล่านอารมณ์หลากหลายล้วนประเดประดังเข้ามา เขาลอบมองใบหน้ากลมระบายยิ้มโล่งอกพลอยให้เขาต้องยิ้มตามไปด้วย ยังไม่ถึงเวลาที่อูยองต้องรับรู้ความเป็นไปของพี่ชายตนเองในเวลานี้ รวมทั้งเรื่องของใครบางคนที่ยังคาใจนับตั้งแต่ได้ยินมา  ความเป็นไปได้ผสมกับความไม่น่าเชื่อหากสายข่าวรายงานไม่ผิดพลาด มีใครบางคนในที่นี้กำลังเล่นตลกร้ายชนิดที่เขาไม่มีวันอภัยให้เด็ดขาด!

 

ดูจุนมองท่าทีนิชคุณระหว่างที่นั่งเคียงข้างผู้เป็นนายน้อยอย่างพิจารณา รอยยิ้มอบอุ่นคลี่บนใบหน้าหล่อราวเทพบุตรความเอื้ออาทรส่งผ่านท่อนแขนแกร่งซึ่งโอบอูยองให้ซุกตัวเข้าหาด้วยความรักใคร่  ยิ่งเห็นยิ่งนึกเห็นใครบางคนที่ต้องเผชิญสภาวะการณ์ยากลำบากเพียงลำพัง  เขาจับสังเกตคนรักของนายน้อยตลอดช่วงเวลาการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันจนกระทั่งเขารู้ว่าชานซองกอดอกนั่งมองการกระทำของเขาอยู่  ดูจุนจ้องกลับต่างคนต่างแสดงท่าทีชัดเจนว่าคืนนี้อาจมีเรื่องต้องคุยกันยาว

 

 
**********

 

 

 

 

บรรยากาศในช่วงหัวค่ำกลางป่าสนช่างหวานหอมราวกับอยู่ใต้ต้นซากุระผลิดอกบานในฤดูร้อน สองหนุ่มบอดี้การ์ดต่างพากันแสดงความยินดีด้วยใจจริงเมื่อนิชคุณประกาศว่าเขาได้หมั้นอูยองแล้ว แหวนทองคำขาวประดับบนเรือนนิ้วถูกแสงไฟส่องประกายงดงามไม่ต่างจากรอยยิ้มเจ้าของแหวน

 

“ยินดีด้วยนะครับพี่ชาย ยินดีด้วยนะครับนายน้อย” สายตาของทั้งคู่ยิ้มรับคำอวยพรต่างประสานสายตาหวานฉ่ำด้วยความสุขล้นปริ่มจนน่าอิจฉา</