[Fic - KhunWoo] Dream : Chap 18.1

posted on 23 Feb 2011 08:16 by talingping-fiction

Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**การดำเนินเรื่องในตอนนี้ถูกจัดอยู่ในเรทNC-17 เนื้อหามีความรุนแรงไม่เหมาะกับเยาวชนอายุต่ำว่า 17 ปี ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

Chap 18 : Dream_18.1

 

 

 

 

สายลมอ่อนพัดไอเย็นจากลำน้ำในทะเลสาบเข้าสู่ชายฝั่ง ต้นหญ้าใบเรียวเอนลู่ตามลม ดอกหญ้าปุยสีขาวม้วนตัวลอยปลิวกลางอากาศ ก้อนเมฆสีขาวลอยบนท้องฟ้าสีคราม สรรพสิ่งรายรอบงดงามราวสรวงสวรรค์

นิชคุณนอนราบบนพื้นหญ้าตาคู่กลมจับจ้องหมอกสีเทาปกคลุมยอดเขาด้านหลังทะเลสาบ แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงช่วงสายของวันแล้วหากอากาศบนหุบเขาสูงกลับเย็นสบายเสียจนคนข้างกายหลับสนิทมีเพียงเสียงกรนเบา ๆ

ชายหนุ่มเหลือบมองอูยองที่ใช้ต้นแขนกำยำด้วยมัดกล้ามของเขาหนุนนอนแทนหมอน เรือนผมสีดำสนิทรุ่ยปรกหน้า เขาตะแคงตัวมองใบหน้าหวานด้วยความรักและเอ็นดู ส่วนใดในตัวอูยองกันนะที่ทำให้เขาหลงรักเสียจนถอนตัวไม่ขึ้น

ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งคลึงบนพวงแก้มเพียงแผ่วเบาลากไล้ไปตามโครงหน้า

เพราะเรือนผมสีดำสนิท หรือเพราะตาเรียวเล็กคู่นี้กันนะ รึจะเป็นจมูกเรียวเล็ก รึอาจจะเป็นปากบางนุ่มดั่งเยลลี่ที่ทำให้เขาหลงรัก หรือทุกอย่างที่รวมเป็นจางอูยองกัน

กว่าจะหาคำตอบที่อยู่ก้นบึ้งมืดมิดในหัวใจตัวเองได้ก็เกือบจะสายเกินไป

ปลายทางแห่งชีวิตอยู่ที่แห่งใดชายหนุ่มไม่อาจรู้ได้ ขอแค่เพียงวันนี้มีอูยองอยู่เคียงข้างกันก็มีค่ามากพอแล้ว เพียงแค่นี้หัวใจก็อุ่นขึ้นอย่างมหัศจรรย์ แม้ในอนาคตภายหน้าภาระหน้าที่ที่อูยองต้องแบกรับจะหนักหนาเสียจนเขากังวลว่าบ่าเล็กแค่นี้จะแบกรับได้นานแค่ไหน

ลำพังเพียงอูยองคงไม่ทันเกมส์พวกเสือสิงกระทิงแรดได้ เพราะอย่างนั้นชายหนุ่มจึงจำเป็นต้องยื่นมือช่วยเหลือ ถึงเขาจะเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่มีฐานะทางการงานและการเงินมั่นคงแต่มันยังไม่เพียงพอที่จะประคับประคองให้เด็กหนุ่มบนเส้นทางอันตรายนี้ได้ มันต้องมีอีกสิ่งหนึ่งเพื่อเป็นฐานกำลังให้กับอูยอง

อำนาจและแรงสนับสนุน!!

อูยองไม่สามารถเดินบนเส้นทางอันตรายได้ด้วยอำนาจของตระกูลเชวเพียงฝ่ายเดียว เพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องเผชิญไม่ใช่เพียงแค่คนนอก แต่เป็นอดีตของตัวเองด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้นนิชคุณจำเป็นต้องใช้มันสมองที่ดีเลิศของตัวเองไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว  ในการโน้มน้าวและชักจูงให้นักธุรกิจระดับแนวหน้าในเกาหลีต่างเห็นพ้องต้องกันเป็นแรงสนับสนุนให้กับอูยอง ยิ่งเขารวบรวมผู้ร่วมคิดได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์กับอูยองมากเท่านั้น

เขาอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผู้ชายธรรมดาคนนี้ที่มีเพียงหนึ่งสมองกับสองมือและมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณหนูจางอูยอง

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังถูกมองว่าที่ทำลงไปเป็นการหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง!!!

 ‘ถ้าอูยองไม่ได้เป็นทายาทตระกูลจาง น้ำหน้าอย่างแกคงไม่สนใจจะเสี่ยงชีวิตอย่างนี้ใช่มั๊ย’

ชายหนุ่มเผลอกัดฟันกรอดกำหมัดทุบลงบนพื้นดินอย่างเดือดดาล นึกถึงเรื่องนี้ทีไรยิ่งโมโหคนที่พูดนัก เขาคิดไว้แล้วว่าซักวันต้องมีคนคิดแบบนั้น และใครคนนั้นคงไม่พ้นเชวซึงฮยอน

ให้ตายสิ! ไอ้หมอนั่นมันกัดไม่ปล่อยเลยจริง ๆ จะจองล้างจองผลาญไปถึงเมื่อไหร่กัน บางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเชวซึงฮยอนถึงต้องคอยกีดกันเขาขนาดนั้น เป็นแค่พี่ชายจะหวงน้องอะไรกันนักหนา

แล้วไหนจะแววตาคู่นั้นเวลามองอูยองอีก มันทำให้เขาสงสัยไม่ได้ว่าเชวซึงฮยอนก้าวล้ำเส้นเขตแดนแห่งความเป็นพี่น้องเกินไปหรือเปล่า

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากแสดงความเป็นเจ้าของให้เชวซึงฮยอนรู้  อยากจะรู้เหมือนกันว่าเชวซึงฮยอนจะทำยังไง ถ้าจำเป็นต้องเปิดสงครามกันอีกรอบ เขาก็พร้อมที่จะสู้!!

แต่มีบางอย่างที่เขาสงสัยเพราะดูเหมือนว่าอูยองจะมีเรื่องปิดบังเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้น

‘คืนนั้นผมทะเลาะกับเฮียซึงฮยอน ผมโมโหก็เลยวิ่งออกไปจนเจอกับซึลอง..’

แต่เป็นเรื่องอะไรนั้นอูยองไม่ยอมปริปากเล่า  แม้แต่เชวซึงฮยอนเองก็ดูเหมือนจะไม่ยอมพูดถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน ถึงเขาจะถามอูยองอีกกี่ครั้งก็จะได้รับคำตอบเช่นเดิม แววตาใส่ซื่ออ้อนวอนให้เชื่อใจกันและเอ่ยวอนขอให้เลิกซักถาม ความเจ็บปวดที่อูยองได้รับมันบาดลึกลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย อาการหวาดผวาและสีหน้าแสดงความเจ็บปวดทำให้เขาจำต้องเป็นฝ่ายเงียบและไม่ถามถึงมันอีก

˜™˜™˜™

ชายหนุ่มกดจมูกลงบนพวงแก้มนิ่มสูดกลิ่นดอกอาซาเลียเจือบนเนื้อผิวคละเคล้ากลิ่นหญ้าเขียวสดแล้วพลันภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็หวนกลับมาให้คิดอีกครั้ง  เขาอดจะยิ้มด้วยความเอ็นดูกับความไร้เดียงสาของอูยองไม่ได้   ท่าทีกร้านแกร่งแบบเด็กกร้านโลกอย่างนั้น ใครจะคิดว่าอูยองจะบริสุทธิ์ไร้เดียงสาในเรื่องทำนองนั้นได้ ความสุขในแบบผู้ชายได้รับการตอบสนองตามครรลองธรรมชาติ แม้ไม่เต็มใจในทีแรกแต่ร่างกายกลับไม่ฟังเสียงประท้วงจากเจ้าของร่างกายเลยซักนิด ยอมปล่อยกายไปตามอารมณ์ที่ถูกปรนเปรอให้ด้วยความเต็มใจ อูยองน่ารักน่ารังแกซะขนาดนี้ แล้วใครจะไปใจอดไหว

 ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากลงจูบเคล้าคลึงกลีบปากบางเบาๆ เลาะเล็มชิมรสหวานล้ำลึก ชักจะติดใจจนไม่อยากถอนริมฝีปากออกเสียแล้วหากแต่ร่างเล็กร้องครางประท้วงเมื่อถูกกวนใจ นิชคุณยิ้มเจ้าเล่ห์นึกอยากจะแกล้งคนขี้เซาเล่นอีกซักรอบ

“ตื่นได้แล้วนะครับ”

เสียงทุ้มนุ่มกระซิบริมหูไรเคราสั้น ๆ ที่ไม่ได้โกนหนวดมาหลายวันบดบังแนวกรามและคางคลอเคลียข้างแก้ม เรียวคิ้วบนดวงหน้าร่างเล็กขมวดนิ่วเมื่อการนอนถูกก่อกวนส่งเสียงจิ๊ปากขัดใจเบา ๆ เปลือกตายังคงปิดสนิทพลังงานในร่างกายร่อยหรอลงจากน้ำมือผู้ชายล้านเล่ห์

ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อซอกคอเนื้อเนียนสัมผัสเข้ากับไรเคราสั้นริมฝีปากอุ่นซุกไซ้ไปทั่ว มือบางปัดป้องแต่กลับถูกรวบไว้เหนือศีรษะ อูยองส่งเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกไรเคราถูไถข้างแก้ม เด็กหนุ่มปรือตามองพบรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ลอยเหนือใบหน้า เขาทำปากยื่น เรียวตาเล็กจดจ้องผู้ชายขี้เแกล้งเขม็ง

“พี่คุณใจร้าย”

“ร้ายแล้วรักมั๊ยครับ”

เด็กหนุ่มเบ้ปากใส่ตวัดสายตามองไปทางอื่น นิชคุณเลิกคิ้วมอง กล้าเบ้ปากใส่เขาอย่างนั้นเหรอ จัดหนักเลยครับงานนี้

ชายหนุ่มกุมข้อมือทั้งสองข้างของเด็กจอมแสบแน่นขึ้น ก้มจูบซุกไซ้แก้มแรง ๆ ไรเคราครูดเนียนแก้มจั๊กกะจี้จนเด็กหนุ่มปล่อยเสียงหัวเราะดังลั่น ร่างเล็กบิดเร่าบนพื้นหญ้าหลบลี้ริมฝีปากคนขี้แกล้ง

“พอ..เถอะ ...ผมเหนื่อยแล้ว..นะ”

ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดใบหน้าของกันและกันเป็นระลอก ไอร้อนระเหยออกจากร่างของทั้งคู่ รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด นิชคุณเลิกแกล้งคนใต้ร่างแล้ว สายตาของคนทั้งคู่ประสานกันนิ่ง ชายหนุ่มเลื่อนข้อมือเด็กหนุ่มขึ้นมาคล้องรอบคอเขาแทน ระยะห่างของใบหน้าเริ่มหดสั้นลงทุกขณะ จมูกโด่งคมสันลากไล้ตามแนวจมูกเรียวเล็ก

อูยองจ้องลึกเข้าไปในตาคู่นั้นมีเพียงเงาเล็กๆสะท้อนในดวงตากลมโตสีนิล ริมฝีปากบางแดงระเรื่อเผยอรับลิ้นร้อนต่างตวัดพันเกี่ยวในช่องปากของกันและกัน ร่างอูยองสั่นเทิ้มตามแรงอารมณ์เรียวนิ้วขย้ำเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินจนยับยู่ยี่   นิชคุณทิ้งน้ำหนักตัวทาบทับร่างเล็กไว้ แต่อูยองกลับไม่รู้สึกอัดอัดเลยซักนิดและยังออกแรงดึงเสื้อชายหนุ่มให้ฝังกายทาบทับจนแทบหลอมละลายกลายเป็นร่างเดียวกัน

ริมฝีปากยังจูบแลกเปลี่ยนรสหวานหอมของกันและกัน เสียงครางอย่างกลั้นอารมณ์ไม่อยู่จากปากร่างสูงเพรียว เขาออกแรงบดริมฝีปากแรงขึ้น มือหนาปัดป่ายไปทั่วร่างลูบไล้ผิวกายผ่านเสื้อยืดตัวบาง เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งอูยองเคลิบเคลิ้มตอบสนองเสียงหวานแหบพร่าดังน่าฟังเท่าไหร่ เขายิ่งอยากฉีกทึ้งเสื้อผ้าอูยองออกเป็นชิ้นๆ มากเท่านั้น  ชายหนุ่มดันร่างเด็กหนุ่มออก ปีศาจแห่งราคะถูกปลุกให้ตื่นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วไม่รู้ ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่าเขากำลังจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ อยากจะพรากพรมจรรย์อูยองกลางหุบเขาซะเดี๋ยวนี้

ไม่!! นายต้องไม่ทำอย่างนี้ ต้องอดทนและใจเย็นไว้ ที่นี่ไม่เหมาะกับการทำเรื่องแบบนั้น นิชคุณนายถอยตัวออกมาเดี๋ยวนี้เลย!!

เขาถอนใจเฮือกกลั้นใจถอนริมฝีปากออก ตาละห้อยโหยหา มองหน้าหวานฉ่ำเผยอริมฝีปากค้างอย่างแสนเสียดายเกลียดความเป็นคนดีของตัวเองก็วันนี้แหละ

“ขอพี่กอดอย่างนี้ได้มั๊ยครับ”

ชายหนุ่มพูดโดยไม่มองหน้า อูยองซึ่งยังคงนอนนิ่งกดปลายคางชิดลำคอ มือสั่นเทาน้อยๆ ยังไม่คลายออกจากเสื้อร่างสูง เด็กหนุ่มพยักหน้ารับและกระชับอ้อมกอดร่างสูงให้แน่นขึ้น เพราะอะไรกันนะเพียงแค่ถูกอ้อนขอถึงได้ยิมยอมพลีกายพลีใจให้ถึงเพียงนี้ หากจะคิดหนีก็ทำได้แต่อูยองกลับเลือกที่จะนอนนิ่งๆ ยอมจองจำในวงแขนแข็งแรง

“พี่ขอโทษนะครับ แต่ถ้าขืนทำมากกว่านี้ อูยองต้องตกเป็นของพี่เดี๋ยวนี้แน่ ๆ อย่าโกรธพี่เลยนะคนดี”

เจอคำสารภาพอย่างนี้เข้าไป ร่างเล็กถึงกับแก้มแดงก่ำลามไปถึงหู ทำได้แต่กัดริมฝีปากล่างด้วยความเขิน มือบางตบบ่าชายหนุ่มเบา ๆ ไม่โกรธเลยซักนิด แม้มันจะน่าอายแต่อย่างน้อยเขาก็ซื่อสัตย์กับจิตใจตัวเอง

“ผมไม่โกรธพี่คุณหรอกครับ”

จะโกรธได้ยังไงก็ตัวเองดันไปโอนอ่อนตามด้วยทุกครั้ง แต่จางอูยองเอ๋ย นายเนี่ยให้อภัยผิดคนจริงๆ

“ไม่โกรธงั้นพี่ก็อนุญาตให้ทำได้มากกว่านี้ได้ใช่มั๊ยครับ” นิชคุณลังเลแต่ก็อยากลองหยั่งเชิงถามอีกที

“ไม่รู้!  แล้วแต่พี่คุณละกัน” พูดแล้วก็ก้มหน้าซ่อนแก้มแดง ๆ ที่ปิดไม่มิด

“จริงนะ”

"พี่คุณอ่ะ เลิกพูดเลยนะผมอาย"

บราโว! เขาเพิ่งจะรู้นะว่าไอ้อ