[Fic - KhunWoo] Dream : Chap 17

posted on 12 Feb 2011 22:26 by talingping-fiction

Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**การดำเนินเรื่องในตอนนี้ถูกจัดอยู่ในเรทNC-17 เนื้อหามีความรุนแรงไม่เหมาะกับเยาวชนอายุต่ำว่า 17 ปี ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

 

Chap 17 : New Life

 


แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ หากสายฝนยังคงตกโปรยปรายตลอดในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องน้ำขังปรากฎตามทางดินทอดยาวสู่ภูเขาสูงกลางป่าสน ชานซองสาวเท้าเร็วไปตามพื้นดินชุ่มน้ำเดินลัดเลาะไปตามทางวกวนในหุบเขา เขาลอบมองเบื้องหลังเป็นระยะพยายามไม่ทิ้งร่องรอยให้ติดตามได้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยให้เขากลายเป็นคนระมัดระวังจากภัยที่อาจมาเยือนโดยไม่คาดฝัน เขาลูบเสื้อแจ็กเกตหนังตัวเรียบอย่างอุ่นใจเสื้อตัวหนาไม่มีรอยย่อนหรือรอยปูดให้สงสัยว่าภายใต้เสื้อได้ซ่อนปืนพกอัตโนมัติเสียบในซองปืนหนัง กระสุนปืนเย็นเฉียบหนักอึ้งนอนนึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกง

ดอกมูกุงฮวาหลากสีผลิบานสะพรั่งอวดความงามเป็นกลุ่มกอริมทาง สร้างสีสันแห่งชีวิตให้กับผืนป่าแห่งนี้ แม้จะงดงามเพียงไรก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจไปจากเขาได้  ชานซองเหลือบมองผืนป่าที่เขาเดินผ่านมาอีกครั้งก่อนเหวี่ยงตัวกระโดดไปตามโขดหินเรียบลื่นถูกขวางกั้นด้วยสายน้ำเชี่ยวกราด เป้าหมายของปลายเท้าคือมุ่งสู่อีกด้านหนึ่งของแนวป่า

แม้จะมีเส้นทางสะดวกกว่านี้อีกทางหนึ่งแต่เขาเลือกที่จะลัดเลาะหลบซ่อนตัวตามแนวไม้เก่าแก่มากกว่า หากมีใครสะกดรอยตามมา เขายังสามารถหลบหลีกไปตามทางวกวนในขุนเขาอย่างผู้ชำนาญพื้นที่ ชานซองเดินลัดเลาะผ่านหมู่ไม้หนาครึ้มจนกระทั่งพบกระท่อมไม้หลังหนึ่ง ไกลออกไปยิ่งมีต้นไม้ขึ้นหนาครึ้ม ตลอดแนวป่าจะไม่พบอะไรเลย ไม่มีบ้านหรือผู้คน ไม่มีถนน มีแต่ต้นไม้กับสัตว์ป่าอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้

รอบบ้านมีรั้วไม้ทั้งต้นขัดหยาบ ๆ  เพื่อกันทั้งสัตว์ป่าและคนบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวาก่อนผลักประตูไม้หนักหนาออกเคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณบ้าน ชานซองก้าวเข้ามาในกระท่อมไม้ซึ่งถูกจัดสรรให้มีห้องให้พอพักอาศัยได้ แค่เพียงผลักบานประตูเข้าไปด้านในกลิ่นฉุนจากสมุนไพรลอยอบอวลทั่วทั้งบ้าน หากเป็นคนอื่นคงเบือนหน้าหนีกับกลิ่นฉุนรุนแรงนี้แล้ว แต่สำหรับเขามันคือยาชุบชีวิตใหม่ให้กับคนในกระท่อมซึ่งกำลังรักษาอาการป่วยหนัก

ชานซองวางข้าวของจำเป็นที่เขาออกไปตระเวนซื้อหามารวมทั้งยาอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับจากหมออีชางมินวางบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง แล้วเดินตรงไปยังห้องใหญ่ด้านในเสียงพูดคุยดังลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ เขาแง้มประตูไม้สีน้ำตาลออกกลิ่นยาฉุนจัดพวยพุ่งออกมาจากด้านในห้อง

“ผมไม่กิน เอาออกไป!”

“กินซะ อย่าให้พี่ต้องบังคับนะ!”

“..ผ..ม จะ...อ้วก  อร๊อกกกกกก” 

แค่เพียงได้กลิ่นยาสมุนไพรผ่านจมูก ก็สะอิดสะเอียนจนกลืนไม่ลงอยู่แล้วแต่ร่างบางไม่อาจทัดทานคำขู่เข็ญจากผู้ป้อนได้ ร่างเล็กเบ้ปากแต่จำต้องกลืนยาน้ำสีเขียวคล้ำกลิ่นแรง แค่เพียงยาไหลลงลำคอชั่วนาทีร่างบางบนเตียงไม้ถึงกับโก่งคออาเจียนรดลำตัวร่างสูงเพรียวผู้ทำหน้าที่ป้อนยาให้ แม้ทั้งตัวจะเลอะไปด้วยคราบอาเจียน แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจมือคว้ากระโถนยื่นเข้าใกล้ใบหน้าคนป่วยเพิ่มมากขึ้น อีกมือหนึ่งลูบหลังอย่างแผ่วเบา เสียงไอปนสะอื้นไห้ดังแผ่วจนน่าสงสารใบหน้าซบลงบนบ่าหนาอย่างหมดแรง ร่างสูงเพรียวเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำจ่อปากร่างเล็กให้จิบทดแทนน้ำที่สูญเสียไป

“ไม่เป็นไรแล้วนะ เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้นะครับคนดี” ร่างเล็กพยักหน้ารับอย่างเหนื่อยอ่อนเปลือกตาปิดด้วยความอ่อนเพลียก่อนทิ้งตัวจมลงบนพื้นเตียง ร่างสูงเพรียวถอดเสื้อผ้าตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบอาเจียนออก แล้วหันไปจัดการกับเสื้อยืดตัวขาวของร่างเล็กชายหนุ่มเอ่ยเสียงช้าเนิบนุ่มสายตายังจับจ้องอยู่กับร่างบนเตียง

“ออกไปก่อน เช็ดตัวอูยองเสร็จแล้วจะตามออกไป”

ชานซองพยักหน้ารับแต่สายตายังคงมองการกระทำของนิชคุณดูแลจางอูยองด้วยความรักและห่วงใย ประตูไม้ถูกปิดลงทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวคลุ้งเคล้ากลิ่นยากำจายไปทั่วบริเวณ

......

กระท่อมไม้หลังนี้ครั้งนึงชานซองเคยพานิชคุณมาซ่อนตัวเพื่อรักษาอาการติดยาที่นี่ และยังเป็นที่พักยามต้องการใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบของเขาและพี่ชาย แม้จะนาน ๆ มาทีแต่ก็ยังพักอาศัยได้ ไม่ได้ผุกร่อนไปมากนัก ข้างบนมีห้องใต้หลังคาขนาดใหญ่ไว้สำหรับตุนเสบียง ชั้นล่างมีห้องเล็กๆห้องหนึ่ง และห้องใหญ่อีกห้องหนึ่ง ทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกใส ห้องใหญ่จะมีประตูหน้าและประตูหลัง

 ชานซองหยุดตรงมุมห้องด้านในที่ถูกแบ่งส่วนเป็นครัว เขาปีนขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเนื้อเค็ม ปลาตากแห้งแขวนอยู่ในห่อกระดาษระย้าห้อยย้อยตลอดแนวแขวน อีกด้านนึงของห้อง ยังมีสมุนไพรแห้งแขวนห้อยไว้เป็นพวง ๆ  สมุนไพรเหล่านี้เป็นเครื่องเทศใช้ทำกับข้าวบ้าง เป็นสมุนไพรสำหรับทำยาบ้าง ล้วนแต่ส่งกลิ่นจนทำให้สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นยาอับๆ ฉุน ๆ

เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วบรรยากาศรอบนอกกำลังจจะมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็นเพราะกระท่อมกลางป่านี้ไม่มีไฟฟ้าใช้มีเพียงเทียนและตะเกียงเจ้าพายุเท่านั้น มันคงเป็นภาพแปลกตาไม่ใช่น้อยหากมีใครมาพบเห็นมาเฟียหนุ่มอย่างฮวางชานซองสาละวนอยู่กับหม้อซุปเต้าหู้บนเตาก่อด้วยก้อนหินวางเรียงเป็นวงกลมบนพื้นดินต่ำกว่าระดับพื้นไม้แข็งยกพื้น ห้องครัวมีพื้นที่ให้ใช้สอยในห้องขนาดเล็กในกระท่อมหลังนี้ได้ ข้าวสุกเม็ดสวยเรียงเม็ดรอในหม้อข้าวบนเตาฟืนตรงมุมห้อง ปล่องเตาไฟปล่อยควันสีเทาเหนือหลังคากระท่อม

ปลาตัวโตถูกเสียบไม้แล้วปักบนพื้นดินข้างเตาไฟ ความร้อนโลมเลียเนื้อผิวปลาย่างจนเนื้อปลาสุกส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ดังโครกคราก หากชานซองกลับย่นจมูกยู่ทันทีเมื่อกลิ่นคาวชวนสะอิดสะเอียนของคราบอาเจียนปนเปกับกลิ่นยาสมุนไพรคลุ้งไปทั่วครัวเพียงแค่นิชคุณก้าวเท้าเข้ามา

“ผมเพิ่งรู้นะพี่ชาย หนุ่มเนื้อหอมมันกลิ่นแบบนี้น่ะ” นิชคุณนิ่วหน้ายื่นมือขยี้เรือนผมสีดำสนิทของน้องชายจนยุ่งเหยิงไปหมด ชานซองเบี่ยงตัวหลบแกล้งบีบจมูกตัวเองพลางโบกมือไล่ชายหนุ่ม

“อาหารใกล้เสร็จแล้ว พี่ไปอาบน้ำก่อนเลย เร็วๆ นะครับผมหิวแล้ว”

นิชคุณพยักหน้านิดนึงก่อนเดินออกไปนอกกระท่อมเดินลัดเลาะไปตามแนวป่ ามุ่งสู่สายน้ำในลำธารเย็นฉ่ำเลาะเลื้อยห่างจากกระท่อมที่พวกเขาพักไม่ถึงห้าสิบเมตร ชานซองมองตามร่างสูงเพรียวหายลับไปตามแนวต้นสนอายุเก่าแก่นับร้อยปี เขานั่งเขี่ยไฟในกองเล่น พลางนึกถึงเรื่องราวหลังจากคืนนั้นที่นิชคุณตามไปช่วยอูยองจนกระทั่งต้องมาหลบอยู่ในป่ากลางหุบเขาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว

ในค่ำคืนนั้นหลังจากบุกเข้าไปช่วยอูยองแล้ว ไม่มีใครซักคนได้นอนหลับพักซักนิด เขาขับรถพานิชคุณและอูยองมารักษาตัวยังคลีนิคของหมออีชางมินรุ่นพี่คนสนิทของนิชคุณ

นิชคุณดื้อรั้นไม่ยอมทำแผลท่าเดียวจะเข้าไปดูแลอูยองจนทุกคนพากันอ่อนใจยิ่งเจอสายตาดุดันคู่นั้นเข้าไปทุกคนต่างนิ่งเงียบจำยอมให้นิชคุณฝ่าด่านทั้งหมอและพยาบาลเข้าไปดูอูยองจนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วตัวเองถึงได้ออกมาทำแผล การรักษาอูยองผ่านพ้นไปด้วยดี แม้ว่าร่างกายจะบาดเจ็บแสนสาหัส แต่สิ่งที่หมอชางมินเป็นห่วงกลับเป็นเรื่องสภาพจิตใจของอูยองจากเรื่องที่ได้เผชิญมาซึ่งต้องเยียวยารักษาให้เร็วที่สุด

 “คนไข้ร่างกายแข็งแรงดี ส่วนสภาพจิตใจคงต้องใช้ระยะเวลา พี่อยากให้คุณพาคนไข้ไปพักฟื้นซักระยะนึง ที่เงียบสงบให้จิตใจอูยองพร้อมจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ส่วนเรื่องสารเสพติดในร่างกายถือว่าพามารักษาได้เร็วกว่าตอนคุณนัก คงใช้เวลาบำบัดไม่นานแต่คนไข้ต้องอดทนให้ได้”  ถึงแม้จะหนักใจกับอาการของอูยองแต่อย่างน้อยก็โล่งอกไปได้เปราะหนึ่ง

เหตุการณ์ดำเนินสู่ความตึงเครียดอีกครั้งเมื่อ นายท่านแห่งตระกูลเชว ปรากฎตัวขึ้น ชายชราในวัยหกสิบปีผมสีดอกเลาแซมทั่วทั้งศีรษะ ร่างกายยังคงแข็งแรงบึกบึนก้าวเดินฉับไวนำหน้าหนุ่มฉกรรจ์ผู้ทำหน้าที่คุ้มครองสูทผ้าไหมสีดำดังสวบสาบยามย่างกรายเข้ามา แก้วตาสีเทาฉายวาบยามปราดตามองหาอูยองปฎิกริยาเครียดขึงน่ากลัวแผ่ขยายรังสีอำมหิตไปทั่วบริเวณ เสียงสั่งการเฉียบขาดดังน่ากลัว ชานซองกระซิบบอกประธานเชวเรื่องผลกรรมของซึลอง นายท่านสแหยะยิ้มเหี้ยม 

 “จัดการมันให้สาสมก่อนส่งมันให้ตำรวจ อย่าให้ถึงตายมันต้องชดใช้ความผิดที่มันก่อไว้กับหลานชายชั้นชั่วชีวิต!” ประธานเชวหยุดฝีเท้าลงเมื่อร่างสูงเพรียวของนิชคุณเดินออกมาจากอีกห้องหนึ่งหลังจากทำการรักษาบาดแผลบนร่างกายแล้ว นิชคุณยืนโค้งคำนับให้ประธานเชว ชายชรากวาดตามองร่างสูงเพรียวเต็มไปด้วยผ้าพันแผลตั้งแต่บริเวณข้างแก้มจนไปถึงท่อนแขนก็ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลยาวจนถึงข้อศอก  

“เป็นยังไงบ้าง” บรรดาลูกน้องคนสนิทอดจะประหลาดใจกับน้ำเสียงเอ่ยถามด้วยความห่วงใยนั้นไม่ได้ ชายชราไม่เคยแสดงความห่วงใยใครนอกจากบุตรชายและหลานชายเท่านั้น เชวซึงฮยอนอดริษยากับปฎิกริยาที่บิดากระทำต่อศัตรูหัวใจของเขาไม่ได้

“ไม่เป็นไรมากแล้วครับ” ดูเหมือนว่านิชคุณเองก็รับรู้ความเมตตาจากชายชราเป็นอย่างดี เมื่อได้เห็นผ้าพันแผลก็รู้แล้วว่านิชคุณบาดเจ็บสาหัสแค่ไหนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ชายชราอดทึ่งไม่ได้เมื่อได้รับรายงานจากชานซองว่านิชคุณเป็นคนบุกเข้าไปช่วยอูยองเองแม้ตัวเองจะไม่ได้เก่งกาจสู้ลูกน้องที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังเขาไม่ได้ หากแต่ความใจกล้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อหลานชายคนเดียวของท่านสร้างความประทับใจให้ไม่น้อย เรื่องที่เคยคิดไว้อาจต้องตัดสินใจให้เร็วขึ้น 

ประธานเชวตบบ่านิชคุณเบา ๆ ชายหนุ่มเพียงก้มศีรษะให้ด้วยความนอบน้อม ก่อนที่นายท่านจะเดินจากไป นิชคุณรั้งเท้าคู่นั้นด้วยประโยคถัดมา

 “เรื่องที่ผมเคยเรียนท่านไว้คงถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจแล้ว”  ชายชราหมุนตัวกลับเอ่ยถามเสียงเรียบ 

“แน่ใจแล้วรึ” แววตาสีเทาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทราวกับจะล้วงลึกเข้าไปในจิตใจ หากแต่สิ่งที่ท่านพบก็เหมือนทุกครั้งที่ท่านมองเห็น สิ่งมี