[Fic - KhunWoo] Dream : Chap14

posted on 18 Dec 2010 15:49 by talingping-fiction

 

Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

 

Chap14 : Honey Sweet

 

 

 

 

 นาฬิกาแขวนบนฝาผนังบอกให้รู้ว่าค่ำคืนแห่งความวุ่นวายได้ล่วงผ่านมาจนถึงช่วงตีหนึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นอีจุนโฮยังคงตาแป๋วนั่งฟังเหตุการณ์น่าตื่นเต้นจากคำบอกเล่าของตัวต้นเหตุ เขาตื่นเต้นจนเอามือจิกผ้าห่มเมื่อถึงตอนที่อูยองเล่าว่านิชคุณออกหมัดชกเข้าหน้าเชวซึงฮยอนอย่างจัง

 

 

“โห พี่คุณเท่ห์สุดยอดเลยอ่ะอูยอง” เจ้าของดวงตาคู่เล็กส่งสายตาเป็นประกายชื่นชมสองมืออุ้ม “ชองกัม” ลูกแมวตัวน้อยสีเทาน่ารักแกว่งไปมาราวกับกล่อมลูกน้อยให้หลับใหล เขาล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างนิชคุณจะทำเรื่องอย่างนี้ได้

 

 

“เฮียซึงฮยอนทำเกินไปคิดจะฆ่าใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ ไอ้เฮียบ้า!” อูยองนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนในคฤหาสน์ตระกูลเชว คิ้วขมวดแน่นจนสงสัยว่ามันจะแกะออกได้หรือเปล่า พวงแก้มแดงด้วยแรงโทสะส่งเสียงฮึดฮัด อูยองยิ่งของขึ้นหนักเมื่อนึกถึงเรื่องที่เชวซึงฮยอนทำตอนประจันหน้ากับนิชคุณเขากระชากผ้านวมขึ้นฉีกทึ้งระบายอารมณ์ จุนโฮมองเพื่อนอย่างเห็นใจ เฮ้อ! อูยองมันก็มีตาไว้มองนิชคุณแค่คนเดียวจริง ๆ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

 

 

“เอาน่าอูยองยังไงซะคืนนี้พี่คุณก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่าคนอย่างพี่คุณน่ะไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาดูถูกได้อีกต่อไป” ใครจะคิดว่าผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพบุตรจะกล้าต่อยหน้าเจ้าพ่อเชวซึงฮยอนได้

 

 

“ว่าแต่...มี เรื่องจะเล่าให้ฟังแค่นี้เองเหรออูยอง” จุนโฮเอียงคอถามแถมดวงตาจับจ้องมองหน้ากลม ๆ อย่างรู้ทัน ยิ่งเห็นว่าตอนนี้หน้าอูยองแดงระเรื่อยิ่งชัดเลยว่าต้องมีเรื่องอื่นที่ยังไม่ได้เล่าอีกแน่ ๆ

 

 

“อือ..มี แค่นี้แหละ” แน่ะพูดไม่เต็มเสียงอีกต่างหากแล้วจะก้มหน้าหลบเขาทำไมกันล่ะ คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่ออะไรง่าย ๆ มันก็เลยต้องพิสูจน์กันหน่อยว่าคำบออกล่าของอูยองเป็นจริงหรือไม่ จุนโฮก็เลยต้องก้มหน้าตามจนต่ำเกือบติดพื้นเตียง หนุ่มตาเล็กละมือจากการเกาคางชองกัมเปลี่ยนเป็นยันหน้าคนตัวเล็กกว่าให้เงยหน้าขึ้นมามองตนแทน

 

 

“เงยหน้ามามองชั้นเดี๋ยวนี้นะจางอูยอง แล้วคายความลับออกมา” ถ้าอีจุนโฮเป็นเครื่องจับเท็จล่ะก็คงเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง แน่นอน เพราะตอนนี้อูยองถูกสแกนจนอายม้วนต้วนจำต้องใช้สองมือปิดหน้าไปซะแล้ว

 

 

“ไม่มี” เสียงอู้อี้ดังลอดฝ่ามือแถมเอาแต่ส่ายหน้าไม่ยอมเปิดหน้ามาคุยกันยิ่งทำให้ ต่อมความอยากรู้ทำงานหนักขึ้น จุนโฮโน้มตัวเข้าหาอูยองพยายามแงะมือเพื่อนรักออกถ้าจับไม่ได้ก็ไม่ยอมสารภาพใช่มั๊ยอย่างนี้มันต้องเค้นหนัก ๆ

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรนายให้หนุ่ม ๆ ชุดดำไปรับชั้นที่อพาร์ตเมนท์ดึก ๆ ดื่น ๆ ทำไมห๊ะ!” ใจจุนโฮคิดไปไกลว่าชานซองอาจมีอันตรายถึงได้รีบตามออกมา เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงผ้ายืดไม่ได้ถูกเปลี่ยน เขาคว้าเสื้อแจ็กเกตสีดำของชานซองติดตัวมาด้วย แล้วยังจับยัดชองกัมใส่ตะกร้าออกมาด้วยความเร่งรีบ

 

 

“ก็....” ใจอยากจะเล่าก็อยากแต่มันอายจนไม่กล้าพูดเนี่ยสิ จะให้เขาทำอย่างไรล่ะจุนโฮ

 

 

“ตามใจไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า เรานอนกันดีกว่าเนอะชองกัม” จุนโฮพลิกตัวแล้วล้มตัวลงนอนตะแคงนอนเกาคางชองกัมในอ้อมกอดทำทีไม่สนใจเจ้าเพื่อนแก้มป่องที่เล่นตัวอยู่ได้

 

 

“จะนอนจริง ๆ เหรอจุนโฮ ลุกขึ้นมาก่อนสินะ เด็กน้อยของชานซอง” ได้ผลเกินคาดจุนโฮเด้งตัวพรวดหันมาเผชิญหน้าอูยองใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอาย

 

 

“อย่ามาเรียกชั้นอย่างนั้นนะ” แน่ะหน้าแดงด้วยแล้วดูสิตาเล็ก ๆ กำลังขยายม่านตาจนใหญ่เบ้อเริ่ม

 

 

“โอ๋ ๆ ไม่เรียกก็ได้รู้หรอกว่าชื่อนี้ให้ทูนหัวใช้เรียกได้คนเดียว ฮ่า ฮ่า” พอแกล้งให้คนอื่นหน้าแดงเหมือนตัวเองได้ก็ยิ่งเอาใหญ่ จนคนถูกแกล้งทุบเข้าที่อกแรง ๆ

 

 

“หยุดล้อชั้นเดี๋ยวนี้นะ! แล้วจะเล่าต่อมั๊ยถ้าไม่เล่าชั้นจะกลับ เรากลับไปนอนห้องของเรากันดีกว่าชองกัมเนอะ” เออเนอะอีจุนโฮพูดกับแมวก็เป็นด้วยนะ

 

 

“จุนโฮอ่า อย่างอนสิ เล่าต่อก็ได้อย่าเพิ่งกลับนะ” ถึงจะโดนเพื่อนย้อนเกล็ดแกล้งโกรธซะอย่างนั้น แต่อูยองก็ยอมที่จะง้อเพื่อนรักอยู่ดี อูยองตั้งท่าจะเล่าต่อแต่ก็นะมันยังเขินอยู่นี่นา

 

 

“เอ่อ...คือว่านะ...จุนโฮ” เริ่มอีกแล้วปิดหน้าตัวเองอย่างนั้นแล้วคืนนี้จะรู้เรื่องกันมั๊ยเนี่ย

 

 

“เอ่อ อะไร พี่คุณทำอะไรนายเหรออูยอง” จุนโฮแงะมือขาวที่ปิดหน้าออกสำเร็จก็เลยได้เห็นพวงแก้มแดง ๆ สุกปลั่ง ดวงตาเรียวไหวระริกจนฉ่ำหวาน แล้วเหมือนเพื่อนรักจะนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้สองสามชั่วโมง พอคิดถึงนาทีที่นิชคุณจูบพร้อมหยอดคำว่ารักลงไปเท่านั้น อูยองก็เผลอใช้นิ้วเกลี่ยปากตัวเองเล่นเบาๆ แถมยังกอดตัวเองมือลูบไปตามท่อนแขนอย่างเบามือ คนรอฟังได้แต่อ้าปากเหวอ

 

 

“อย่าบอกนะว่า...” ถ้าจะให้เดาจากอาการของเพื่อนแล้วล่ะก็นิชคุณคงฝากรอยรักประทับลงบนริมฝีปากช่างจ้อนั่นเรียบร้อยแล้ว

 

 

“นายเสียจูบให้พี่คุณแล้วน่ะ ...โอ๊ยตายอูยอง…” มาคราวนี้เป็นจุนโฮแทนที่เอามือปิดหน้าพร้อมก้มหน้าถูกับพื้นเตียง ไม่ใช่ว่าโกรธเพื่อนแต่เขินแทนต่างหากพอนึกภาพตามไปด้วยยิ่งอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ แต่ก็ทำได้แค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาอุดปากตัวเองซะอย่างนั้น

 

 

“บ้าเหรอจุนโฮพูดไรเนี่ย...” ถึงจะเขินเพื่อนที่พูดตรงไปหน่อย แต่เขาก็ไม่อยากจะเอ่ยว่าจูบแรกของตนถูกนิชคุณช่วงชิงไปตั้งนานแล้ว และตัวเขาเองก็จะไม่ยอมเล่าเรื่องที่ถูกนิชคุณทำมากกว่าจูบก่อนหน้าถูกสารภาพรักเด็ดขาด แค่คิดถึงร่องรอยที่นิชคุณทิ้งไว้ให้เขาก็อายจะแย่อยู่แล้ว

 

 

“อย่ามาปิดบังชั้นนะอูยอง คายออกมาให้หมดไม่งั้นชั้นจะกลับ!” จุนโฮแกล้งลุกขึ้นพร้อมเอื้อมมือคว้าชองกัมแต่อูยองไวกว่าเยอะเขารีบอุ้มตัวแทนสี่ขาของชานซองไว้ในอ้อมกอดแถมเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมคืนเจ้าแมวเหมียวให้ง่าย ๆ

 

 

“เอาชองกัมคืนมานะ!” อีกคนก็พยายามเอื้อมมือคว้าชองกัมแสนรักอีกคนก็ไม่ยอมคืนให้ทำยังกะเจ้าชองกัมเป็นตัวประกันอย่างนั้นล่ะ สงสารแมวจริง ๆ

 

 

“ไม่! นายต้องนอนกับชั้นคืนนี้นะ จุนโฮ” ปลายประโยคมาทำเสียงอ่อนเสียงหวานอีกแล้ว มีการช้อนตามองออดอ้อนอีกต่างหากใครเห็นอย่างนี้แล้วจะโกรธไปได้ยังไงกัน

 

 

“งั้นอย่าช้า จัดมาหนัก ๆ เอาให้เคลียร์” เฮ้อ! สุดท้ายอูยองก็ต้องเปิดปากเล่าให้จุนโฮฟังจนได้

 

 

“คือว่า...นะคือ...พี่คุณ...เค้าบอกกับชั้นว่า...เอ่อ...” คนเล่าก็เขินคนฟังก็ลุ้นว่าพี่คุณพูดอะไร

 

 

“บอกอะไรอูยองพูดมาสิ” จุนโฮลุ้นจนตัวโก่งว่าชายหนุ่มรุ่นพี่บอกอะไรอูยองถึงได้อายม้วนบิดสามร้อย หกสิบองศาขนาดนี้แถมตอนนี้อูยองก็หน้าแดงแก้มแดงลามไปจนถึงใบหู พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มจะแตกออกมาเป็นเสี่ยง ๆ อยู่แล้ว

 

 

“ตกลงพี่คุณบอกว่า....”

 

 

“พี่คุณบอกว่ารักชั้นอ่ะจุนโฮ” กว่าจุนโฮจะมีปฏิกริยารีเฟลกซ์กลับอูยองก็มุดเข้าไปในผ้าห่มพันตัวราวกับ ดักแด้พร้อมเจ้าชองกัมเสียแล้ว จุนโฮอ้าปากค้างกลอกตามองกองผ้าห่มตาปริบ ๆ ก่อนยิ้มกว้างจนตาเหลือขีดเดียว โอ้ว ไม่อยากเชื่อเลย

 

 

“จริงอ่ะอูยองออกมาก่อนเล่าให้หมด แล้วมีอะไรอีก ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” จุนโฮพยายามดึงตัวดักแด้ยักษ์ออกมาเขาน่ะสงสัยมาซักพักแล้วตั้งแต่อูยองกลับมาจากบ้านนิชคุณ เจ้าตัวก็เอาแต่ซึมเศร้าเหงาหงอย หน้าหมองตาช้ำมาเป็นเดือนปลอบใจยังไงก็ไม่ดีขึ้น ขนาดขอพี่ชายสุดที่รักกลับไปทำงานหน้าตายังกับไร้ชีวิตจิตใจแล้วดูตอนนี้สิแค่คำว่ารักคำเดียวรักษาโรคหน้าหมองตาช้ำได้ชะงักจริง ๆ

 

 

อูยองยังไม่ยอมออกยังดิ้นขลุกขลักอยู่ในนั้นจนจุนโฮอ่อนใจเขาคลำไปตามผ้าห่มจนจับได้ว่าชองกัมนอนอยู่ตรงไหนแล้วลูบหัวให้มันผ่านผ้าห่มนั้นด้วยความรักสมกับที่ชานซองให้มาเป็นตัวแทนระหว่างที่ชายคนรักต้องกลับไปนอนบ้านพี่ชาย

 

 

“จุนโฮ~” จู่ ๆ เจ้าดักแด้ตัวอ้วนกลมก็เรียกชื่อเขาซะเสียงหวานโผล่หน้ากลม ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิงส่งสายตาอออดอ้อนมาอีกดอก จุนโฮได้แต่ยิ้มขำแล้วก็ล้มตัวนอนข้าง ๆ ท้าวแขนกับศีรษะตะแคงตัวอีกมือปัดปรอยผมที่ปรกคลุมใบหน้าให้

 

 

“ว่าไง”

 

 

“คือว่านะ....” จุนโฮจ้องตาอีกคนที่มันกระพริบถี่หวานฉ่ำจนเขานึกเอะใจแต่ยังไม่ทันพูดอะไร ใบหน้าแดง ๆ นั่นก็ย่นคอลงเหลือแต่ลูกตา มืออีกข้างยื่นแผ่นกระดาษเล็ก ๆ สีฟ้าอ่อนเท่านามบัตรให้จุนโฮรับมาอย่างงง ๆ เขากวาดตาอ่านข้อความไม่กี่คำแล้วเงยหน้าขึ้นมองอูยองต่างคนต่างสบสายตากัน จุนโฮส่งสายตาหยอกล้อเจ้าดักแด้ยักษ์ยิ้มเขินอายจนต้องเอาผ้าห่มปิดแก้ม

 

 

“พี่คุณเนี่ยไม่ธรรมดาจริง ๆ เลยนะ” ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มที่จุนโฮเคยแต่งตั้งให้เป็นเทพบุตรประจำใจจะเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้

 

 

“ว่าแต่นายจะไปหรือเปล่า”

 

 

“อื้อ แต่ว่านะ...จุนโฮไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยได้มั๊ย” อูยองกระซิบถามจุนโฮเลิกคิ้วมอง แต่ก็พยักหน้ารับ

 

 

“ได้สิ เฮียซึงฮยอนคงไม่ปล่อยให้นายกระดิกตัวไปไหนคนเดียวได้หรอก อีกอย่างถ้าพี่นายรู้ว่านายไปพบใครล่ะก็นะ...” จุนโฮเหลือบตามองนิดนึงแล้วก็ได้แต่เก็บงำความคิดตัวเองไว้ลำพัง อูยองไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองน่ะมีเสน่ห์มากมายแค่ไหนไม่รู้ตัวว่าความน่ารักของตัวเองไม่ได้เข้าตาแค่คนรอบข้างเท่านั้นแม้แต่คนใกล้ชิดที่อยู่ร่วมกันตลอดก็ไม่เว้น

 

 

เขาสังเกตมานานแล้วว่าเชวซึงฮยอนคิดเกินเลยกับอูยอง แววตาซึงฮยอนไม่เหมือนพี่ชายมองน้องชาย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับมองอูยองลึกซึ้งเกินกว่านั้น เรื่องแค่นี้ทำไมคนอย่างอีจุนโฮดูไม่ออก มันเหมือนกับเวลาที่เขาแอบมองชานซองตลอดสามปีที่ผ่านมา

 

 

ทีแรกก็แค่สงสัยว่าตัวเองคิดมากเกินไป แต่ยิ่งนานวันเข้าความสงสัยก็เริ่มส่อเค้ากลายเป็นความจริง ความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายคิดเป็นเพียงพี่ชายแต่คนที่รับบทนั้นกลับต้องการเล่นบทบาทที่สำคัญไปกว่านั้น แต่สุดท้ายแล้วจางอูยองกลับเลือกให้นิชคุณรับบทพระเอกในหัวใจแทน

 

 

“แล้วนายรู้จักที่นี่เหรออูยอง” จุนโฮเอียงคอมองการ์ดใบเล็กที่อูยองดึงไปพรมจูบด้วยความขำ

 

 

“อื้อ...รู้จัก ” แล้วแก้มกลม ๆ กลับสุกปลั่งดังผลมะเขือเทศอีกรอบ ก็เพราะอูยองทำตัวน่ารักน่ากินขนาดนี้ไงเล่าทั้งนิชคุณและเชวซึงฮยอนถึงได้ตกหลุมรักแล้วก็ยอมนอนตายอยู่ในหลุมนั่นไม่ยอมตะกายโผล่ขึ้นมา

 

 

“พี่คุณชอบไปร้านนั้นตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว” คนพูดน่ะแปลงร่างเป็นดักแด้ยักษ์ไปเรียบร้อยแล้ว จุนโฮเดาะลิ้นเล่นโครงศีรษะน้อย ๆ ในที่สุดจางอูยองก็คายความลับของตัวเองออกมาจนหมด เขาเคยคิดว่าในขณะที่ใครหลายคนในมหาวิทยาลัยคลั่งไคล้นิชคุณก็อาจจะมีใครซัก คนที่ไม่ได้บ้าตามคนพวกนั้นอย่างน้อยก็จางอูยองคนนึงแหละที่เขามั่นใจสุด ๆ เพราะไม่มีท่าทีสนอกสนใจหนุ่มเนื้อหอมคนนี้เลยซักนิด วัน ๆ อูยองมัวแต่วิ่งหางานพิเศษทำตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งเพียงเพราะไม่อยากจะพึ่งพาตระกูลเชวทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการช่วยเหลือจากประธานเชวอยู่แล้ว สงสัยเขาคงต้องมองเพื่อนตัวเองใหม่ซะแล้ว

 

 

ก็ถ้าหากนิชคุณเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจจางอูยองก็เก่งกาจร้ายแรงไม่ต่างกัน

 

 

……

 

 

อูยองยืนมองหน้าร้านใจเต้นตึกตักสายฝนตกปรอย ๆ มาตั้งแต่ช่วงบ่าย เขาส่งร่มคืนให้บอดี้การ์ดคนใหม่ก่อนก้าวเข้าไปในร้าน หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นชานซองกับดูจุนถูกเชวซึงฮยอนลงโทษอย่างหนัก แต่โทษก็ยังเบากว่าที่สมควรได้รับนัก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไปขอร้องลุงเชวไว้ล่ะก็ซึงฮยอนคงไม่ยอมลดโทษให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

 

แต่อูยองกลับหาเรื่องให้ซึ่งฮยอนไม่พอใจหนักขึ้นเมื่อพี่ชายหาบอดี้การ์ดมาแทนชานซองแต่มีหรืออูยองจะยอม เด็กหนุ่มไปอ้อนขอคนสนิทของลุงเชวแทนเพราะเขาไม่ต้องให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างมาเฟียหนุ่มมาดเข้มเข้ามาบงการชีวิตส่วนตัวของเขาอีกต่อไป ถึงแม้ซึงฮยอนจะไม่พอใจนักแต่ก็ไม่กล้าขัดเพราะประธานเชวผู้เป็นบิดาของเขา ให้ท้ายอูยองเสมอ

 

 

“น้องแกมันเสน่ห์แรง แกจะไปโกรธน้องได้ยังไงกัน”

 

 

“แต่นิชคุณมัน...”

 

 

“ไอ้ผู้ชายคนนั้นถ้ามันไม่แน่จริงมันคงไม่กล้าชกหน้าแกจนเลือดกลบปากหรอกซึงฮยอน แกมันประมาทเกินไป”

 

 

ไม่รู้ทำไมแต่อูยองรู้สึกว่าลุงเชวของเขาดูจะพออกพอใจที่นิชคุณชกหน้าลูกชายตัวเอง

 

 

“ลุงชอบคนสู้คนมันดีกว่าวิ่งหนีเหมือนหมาจนตรอก”

 

 

คำพูดของประธานเชวยิ่งเหมือนน้ำมันราดกองไฟอย่างเชวซึงฮยอนให้กระพือลุกโหมจนทวีความน่ากลัวขึ้น

 

 

หลังจากสอบเก็บคะแนนตัวสุดท้ายเสร็จอูยองกึ่งลากกึงจูงจุนโฮไปขึ้นรถทันทีแม้จะยังไม่ถึงเวลานัดอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงก็เถอะ แต่เขาใจร้อนจนอยากไปถึงที่นั่นไว ๆตลอดทางเขาจะแอบมองกระดาษโน้ตในมือแล้วก็ทำทีใส่หูฟังร้องเพลงอยู่คนเดียว ตรงเบาะด้านหลังส่วนด้านหน้าคู่กับคนขับรถถูกจับจองด้วยจุนโฮที่ส่งเสียงพูดคุยกับนัมแจผู้เป็นทั้งบอดี้การ์ดส่วนตัวและคนขับรถมาตลอดทาง อูยองอ่านข้อความสั้น ๆ บนกระดาษแผ่นนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง

 

 

[ร้านพันอักษร Monday, 2PM

ชั้นจะรอ...]

 

 

อูยองยืนมองป้ายหน้าร้านแวบนึงก่อนผลักประตูไม้สีแดงมะกล่ำเข้าไปด้านใน  ละอองฝนเกาะตามสื้อฮู้ดสีเทาลายหมากรุก เด็กหนุ่มถอดหมวกฮู้ดคลุมศีรษะออก เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังกรุ๊งกริ๊งต้อนรับลูกค้ามาใหม่ เขากวาดตามองไปทั่วร้านอาจเป็นเพราะฝนลงเม็ดมาตั้งแต่ช่วงสายของวันก็เป็นได้ลูกค้าถึงได้บางตากว่าทุกวัน

 

 

“อูยองแน่ใจนะว่าร้านนี้น่ะ” จุนโฮกวาดตาไปทั่วร้านนิชคุณก็นึกแปลกใจนึกยังไงถึงมานัดเดทกันในร้านหนังสือสองคนนี่แปลกพิลึก

 

 

แต่ก็อดทึ่งไม่ได้ที่ได้เห็นสถานที่นัดพบของสองคนนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่าในตรอกเล็ก ๆ จะมีร้านหนังสือขนาดใหญ่ตั้งซุกซ่อนอยู่ ด้านนอกริมหน้าต่างร้านประดับด้วยดอกฟอร์เกตมีนอทสีน้ำเงินสลับดอกเดซี่สีเหลืองยามถูกละอองฝนกลับชุ่มฉ่ำงดงามมากขึ้น

 

 

“ที่นี่แหละ นายสั่งกาแฟแล้วรออยู่ข้างล่างนะ ชั้นจะขึ้นไปข้างบนนายเล่นอินเตอร์เน็ตรอชั้นก่อนก็ได้ หรือไม่ก็หาหนังสืออ่านด้านในมีหนังสือสนุก ๆ เยอะเลยแหละ” อูยองยิ้มหวานให้และเดินผละไปทิ้งจุนโฮให้ถอนใจดังเฮือกพอถึงที่หมายก็ไล่เพื่อนซะแล้ว แต่ก็ช่างเหอะร้านนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยคิดพลางเขาก็เดินสำรวจในร้านทันที

 

อูยองเงยหน้ามองระเบียงชั้นสองกับชั้นสาม มองจากชั้นล่างนี้สามารถมองเห็นอีกสองชั้นที่เหลือได้ ตู้หนังสือสารพัดประเภทวางเรียงแน่นขนัดกลิ่นกระดาษใหม่เก่าปะปนกันคลุ้งในอากาศ อูยองกำลังจะก้าวขึ้นบันไดวน แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อมินแจจะตามขึ้นไปอารักขาเหมือนอย่างเคย

 

 

“พี่มินแจรอผมอยู่ข้างล่างเป็นเพื่อนจุนโฮแล้วกันนะครับ วันนี้ไม่ต้องตามผมไปข้างบนหรอก ผมอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ” มินแจพยักหน้ารับคำสั่ง

 

 

ร้านนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่นิชคุณมักจะมาเป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตัวเขาเองก็มักจะขลุกอยู่ในร้านนี้เพียงลำพังเท่าที่หาโอกาสได้ และมักเก็บตัวอยู่ในซอกหลืบชั้นในสุดมุมส่วนตัวเดียวกันระหว่างเขากับนิชคุณ แต่เขาทั้งคู่กลับไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเข็มนาฬิกา เส้นทางคู่ขนานไม่เคยมาบรรจบ จึงไม่เคยใช้นาทีนั้นร่วมกันเลยแม้ซักครั้งเดียว

 

 

นาฬิกานกคุ้กคูดีดตัวออกจากช่องเล็ก ๆ ด้านหน้านาฬิกาพร้อมส่งเสียงร้องเมื่อเข็มสั้นชี้ไปที่เลขสอง อูยองตัดสินใจเดินขึ้นไปจนถึงชั้นสาม เขารู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกทั้งตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กันเหงื่อเริ่มซึมออกตามฝ่ามือ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนก้าวช้า ๆ ผ่านตู้หนังสือต่างประเทศหลากประเภท สายฝนซาดซัดหน้าต่างกระจกจนน้ำไหลลงมาเป็นทาง อูยองมองเงาโซฟาตัวยาวสะท้อนบนหน้าต่างกระจก เขาหลบอยู่หลังตู้หนังสือใบสุดท้ายชะโงกหน้ามองโซฟาไม้ตัวยาวปูด้วยหมอนสีฟ้าอ่อนลายขวางเต็มพนักมันว่างเปล่าไร้คนจับจองที่นั่ง เด็กหนุ่มลังเลเหลือบมองนาฬิกาข้อมือตัวเองรึว่าเขามาเร็วเกินไปก็ไม่ใช่นี่นา อูยองตัดสินใจถอนเท้าออกเบือนหน้าหลบจากที่ยืนแอบซุ่ม

 

 

ฟอดดดด

 

 

“อ๊ะ”

 

 

“สวัสดียามบ่ายอูยอง”

 

 

“เจ้านาย!”

 

 

และแล้วการนัดเดทครั้งแรกของทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้น

 

 

……

 

 

อูยองออกอาการประหม่าอย่างหนักผิดวิสัยที่ไม่เคยกลัวเกรงกับสิ่งใด แก้มกลม ๆ ถูกเจ้าของตัวจริงสูดดมจนกลายเป็นสีแดงสดเอวบางที่เขาเป็นเจ้าของร่างกายมาตลอดชีวิต มาบัดนี้กลับถูกอีกคนที่ทึกทักเป็นเจ้าของกอดรัดไว้หลวม ๆ

 

 

“นึกว่าจะมาคอยเก้อซะแล้วสิ” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังริมหู อูยองเอียงคอหลบเผลอกัดปากตัวเองแก้เขิน

 

 

“ผมต้องมาอยู่แล้วล่ะครับ” ไม่อยากจะบอกว่าเขานับนาทีคอยจะได้พบหน้าเจ้าของการ์ดจะแย่อยู่แล้ว

 

 

นิชคุณหมุนร่างอูยองให้หันหน้ามามองตนร่างทั้งคู่แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจ กระตุกถี่ในอกของกันและกัน อูยองเอียงหน้าหลบแก้มแดง ๆ แสดงออกชัดเจนว่ากำลังอายเจ้าของมือที่เชยคางตนเองขึ้น ปากบางพยายามจะกลั้นยิ้มจนแก้มจะปริ เห็นอย่างนั้นแล้วนิชคุณก็เผลอหัวเราะเบา ๆ อูยองช้อนตามองแอบค้อนที่ชายหนุ่มเอาแต่หัวเราะขำ

 

 

“หน้าผมมันตลกนักหรือไงถึงได้หัวเราะอยู่ได้” เดี๊ยก็ทุบให้ช้ำซะหรอกว่าแล้วยังไม่หยุดหัวเราะอีก

 

 

“หน้าอูยองไม่ตลกหรอกแต่มันแด๊งแดงยังกับอะไรดีน๊า” คนเจ้าเล่ห์ยังส่งสายตาวิบวับหยอกล้อให้คนในอ้อมกอดให้หน้าแดงหนักขึ้นไปอีก กลีบปากบางเม้มจนเหยียดเป็นเส้นตรงขัดใจที่ถูกอีกคนล้อเล่นอยู่ได้

 

 

“อย่ามามองผมอย่างนั้นนะ”

 

 

“ไม่มองแล้วจะให้ทำอะไรล่ะอูยอง” พูดกันธรรมดาก็ไม่ได้ต้องโน้มใบหน้าหล่อราวเทพบุตรเข้ามาซะชิดจนอูยองต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแทน

 

 

“ไม่ตอบ....ถ้างั้นก็...” ไม่ทันที่อูยองจะทักท้วงนิชคุณก็ปิดปากคนที่กำลังจะร้องโวยวายในอ้อมกอดซะก่อน

 

 

“อื้อ...ปล่อย ...นะ”  นิชคุณดันอูยองพิงหลังกับตู้หนังสือค่อย ๆ จูบละเลียดกลีบปากสีชมพูอ่อนเบา ๆ ดูดซับความหอมหวานจากกลีบปากบนล่างดังเค้กรสหวานหอม ลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียตามรอยหยักแผ่วเบา เขาคลายอ้อมแขนลงเมื่ออูยองเริ่มโอนอ่อนตามมือบางปล่อยหมัดที่ทุบตีเขา เปลี่ยนเป็นเลื้อยไล้ตามบ่าหนาจนกลายเป็นคล้องคอชายหนุ่มไว้ เขย่งปลายเท้าขึ้นรับจูบรสหวานละมุน เด็กหนุ่มหลับตาพริ้มรับรู้ถึงมือหนาเลื้อยไล้ไปตามแผ่นหลัง นิชคุณถอนริมฝีปากออกก้มมองอูยองที่ยืนหลับตาปากบางระเรื่ออ้าค้างนิด ๆ เหมือนยังไม่อิ่มกับรสจูบที่เขามอบให้ ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ก่อนเชยคางอูยองกดริมฝีปากเคล้าคลึงรุนแรงแล้วถอนปากออก อูยองสะดุ้งเฮือกลืมตามองนิชคุณงง ๆ ชายหนุ่มใช้นิ้วเกลี่ยปากแดง ๆ นั่นอย่างหลงใหล ก่อนรัดเอวอูยองแน่นขึ้นแล้วยกขึ้นจนเท้าลอยสูงจากพื้น เขาตกใจจนต้องกอดรัดคอนิชคุณไว้แน่นหน้าซบลงกับซอกคอนิชคุณพอมารู้ตัวอีกที แผ่นหลังก็สัมผัสกับโซฟาสีฟ้าอ่อนริมหน้าต่าง แผ่นอกถูกกดทับด้วยแผงอกที่แข็งแรงกว่า จมูกโด่งเล็ก ๆ ของตนเองถูกใครอีกคนกดด้วยจมูกโด่งคมสัมพร้อมหน้าผากที่ชนกันของทั้งคู่ ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินซึ่งกันและกัน ทุกอย่างใกล้กันจนเหมือนหลอมรวมเป็นร่างเดียว

 

 

“พี่คิดถึงอูยองมากรู้มั๊ย” หูเขาไม่ฝาดใช่มั๊ยนิชคุณเรียกแทนตัวเองว่า “พี่” อย่างนั้นเหรอ

 

 

“เอ่อ...ผม ...ก็...คิดถึงเหมือนกันครับ” พูดแล้วก็อายตัวเองอูยองเอียงหน้าหลบ ช่างไม่รู้เลยว่าแก้มป่องของตัวเองน่ะมันฟ้องว่าเจ้าของแก้มน่ะกำลังอายจนเก็บอาการไม่อยู่แล้ว

 

 

“อูยองคิดถึงใครเหรอ” พอเห็นแก้มกลม ๆ นั่นแดงน่ารักก็อยากจะแกล้งเจ้าของแก้มเล่นให้สมกับที่เขาอดทนรอมาตั้งสองวัน

 

 

“ก็...คิดถึง...เจ้านายอ่ะ” ทำปากงุบงิบพูดไปแบบนั้นรู้ตัวบ้างมั๊ยเนี่ยว่ามันเป็นกริยาที่น่ารักน่ากอดมาก ๆ

 

 

“เรียกชื่อพี่ไม่ได้เหรออูยอง เรียกพี่คุณได้มั๊ย” โถ นิชคุณแค่อูยองมีปัญญาหันกลับมามองหน้าอดีตเจ้านายที่กลายเป็นเจ้านายหัวใจ ได้เนี่ยก็นับว่าเก่งแล้วนะ ยังจะต้องให้พูดจาสนิทสนมกว่าเมื่อก่อนอีกเหรอ

 

 

“เอ่อ...ครับ ...” แล้วมันก็หยุดแค่นั้นแหละ นิชคุณทำท่าขัดใจจิ๊ปากเคือง ๆ แค่เรียกพี่คุณมันยากเย็นตรงไหนสงสัยอูยองจะหาเรื่องให้เขาสั่งสอนล่ะมั้ง นิชคุณยิ้มเจ้าเล่ห์พยักหน้าหงึก ๆ พอใจกับแผนการตัวเอง

 

 

“เรียกใหม่ซิอูยองถ้าไม่เรียกนะ...” เขานับหนึ่งถึงสามในใจก่อนก้มหน้าลงใช้จมูกโด่ง ๆ ซุกไซ้ซอกคอโดยเจ้าของยังไม่ทันตั้งตัว

 

 

“อ๊ะ ....เจ้านายอย่า....” อูยองดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างจนเกือบร่วงตกโซฟาดีที่นิชคุณกอดรัดแน่น ชายหนุ่มหยุดการสั่งสอนก่อนทำตาดุใส่เด็กหนุ่มที่นอนหอบเหนื่อย

 

 

“เรียกใหม่....ไม่งั้นพี่จะ...” พูดยังไม่ทันจบก็ทำท่าจะไซ้คอเด็กดื้ออีกรอบ

 

 

“พี่คุณอย่า...” นิชคุณผุดยิ้มพอใจแต่ก็ไม่วายจะกดจูบลงบนซอกคอเป็นการส่งท้ายแถมด้วยหอมแก้มอูยองซ้ายขวาอีกต่างหาก

 

 

“เด็กดี พี่ให้รางวัล หึหึ” หอมแก้มเขาเนี่ยนะรางวัล ได้กำไรมากเลยนะอูยอง

 

 

“พี่คุณเอาเปรียบผมนี่” อูยองมองตาคว่ำปากแบะอย่างงอน ๆ แต่ยิ่งทำยิ่งน่ารักน่ากัดปาก

 

 

“เอาเปรียบที่ไหน ถ้างั้นอูยองหอมแก้มพี่คืนก็ได้พี่ให้ข้างละสองทีเลยอ่ะถือว่าเป็นดอกเบี้ยดีมั๊ย” แหมเป็นคนดีจังเลยนะนิชคุณ

 

 

“ผมไม่ยุ่งกับพี่คุณแล้วพี่คุณชอบเอาเปรียบผม ผมไม่ว่าไม่ใช่ผมไม่โกรธนะ” เด็กหนุ่มมองตาแข็งสะบัดหน้าหนีอย่างงอน ๆ ก็แหงล่ะทุกครั้งที่นิชคุณหากำรี้กำไรบนตัวเขา ที่ไม่ดุไม่ว่าไม่ใช่ไม่โกรธซักหน่อยยิ่งเห็นนิชคุณได้ใจเขายิ่งน้อยใจ เหมือนเห็นเขาเป็นคนใจง่ายหลอกปั่นหัวเล่นไปวันๆ  อูยองเบือนหน้ามองกรอบหน้าต่างสนใจสายฝนสาดกระทบบานหน้าต่าง นิชคุณใจเสียยิ่งเห็นแก้มป่อง ๆ นั่นอูมแดงยิ่งนึกรู้ว่างานนี้เขาคงโดนอูยองโกรธจริง

 

 

“อูยองหันมาคุยกับพี่เถอะนะ”

 

 

“ผมไม่อยากคุยกับพี่คุณแล้ว ผมจะกลับ” อูยองไม่พูดเล่นแน่ทำท่าจะลุกหนีจริง ๆ นิชคุณเอื้อมมือคว้าข้อมือนั้นไว้

 

 

“อ...อูยอง”

 

 

“ปล่อยผมเลยนะ”

 

 

“...พี่ขอโทษ...” ที่ผ่านมาเขาเอาเปรียบอูยองมาตลอดและถึงแม้จะรู้ว่าอูยองเป็นหลานชายคนโปรดของประธานเชวและกำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นเป็นทายาทตระกูลจางด้วยแล้วก็ยังมิวายเอาแต่ใจคิดแต่ว่าเพราะตัวเองรักและคิดถึงเท่านั้น ไม่ได้มองว่าอูยองจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ทำลงไป

 

 

"พี่ขอโทษที่ล่วงเกินอูยอง" สายตาเศร้าทอดมองอย่างวิงวอน

 

 

“ก็...อูยองน่ารักจนพี่อดใจไม่ไหวจริง ๆ....” เจอคำสารภาพผิดอย่างนี้เข้าไปอูยองเลยใจอ่อนยวบ จะโกรธต่อก็โกรธไม่ลง

 

 

“ต่อไปพี่จะไม่แตะต้องอูยองอีกถ้าไม่ได้รับอนุญาต...นะครับ" อูยองใจหายกับถ้อยคำขอโทษปนสำนึกผิดกลาย ๆ เขาหันกลับไปมองนิชคุณที่ก้มหน้าหลุบต่ำลงพอเห็นว่าอูยองกำลังมองมาทางตนก็หันมาฝืนยิ้มให้นิดนึงแววตาลุแก่โทษคู่นั้นทำเอาอูยองใจแป้ว

 

 

“พี่ลืมไปว่าอูยองไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เด็กหนุ่มนั่งนิ่ง นิชคุณหันมามองเอื้อมมือหวังจะไล้มือลงบนหน้าอูยองแต่จำต้องชะงัก มือหนาตกลงบนตักเขาควรจะสำนึกได้แล้วว่าแค่คุณหนูแห่งตระกูลจางมาให้เขาคอยกดหัวใช้เอาเปรียบสารพัดก็นับว่าให้เกียรติแล้ว

 

 

“อูยองเป็นคนที่พี่แตะต้องไม่ได้อีกต่อไปแล้วสินะ” ยิ่งอูยองฟังยิ่งนึกรู้ว่านิชคุณกำลังตีค่าตัวเองให้ต่ำลงทุกที

 

 

“ทำไมพี่คุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะครับ" เรื่องที่ทำท่าจะโกรธกันเมื่อครู่มันกลับจางหาย

 

 

“อูยองน่าจะรู้ตัวเองดีนะว่าทำไม” อูยองได้แต่เอียงคอมองสงสัยนิชคุณรู้อะไรงั้นเหรอ หรือว่าเรื่องที่เข้าใจผิดว่าเชวซึงฮยอนไม่ใช่คนรักของเขาจริงสิ เรื่องนี้เขายังไม่ได้อธิบายให้นิชคุณเข้าใจเลยนี่นา

 

 

“พี่คุณผมกับซึงฮยอน...ไม่ได้....” นิชคุณยกนิ้วชี้ขึ้นใกล้ริมฝีปากอูยองเป็นเชิงห้ามแต่นิ้วนั้นไม่ได้สัมผัสกับริมฝีปากของเขาเลยซักนิด

 

 

“ไม่ว่าอูยองจะเป็นยังไงหรือเป็นของใคร พี่ก็ยังจะรัก...ไม่เปลี่ยนแปลง..." แม้จะรู้ตัวว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่ากว่าอูยอง แต่เขาอยากจะลองเอื้อมมือคว้าลงมาครอบครองแม้รู้ว่าอาจจะเหนื่อยแรงแต่มันก็ยังดีกว่าแค่มองดูดาวสูงเกินเอื้อมโดยที่ไม่ทำอะไรเลย

 

 

“ถึงพี่จะไม่สามารถปกป้องอูยองเหมือนอย่างที่เชวซึงฮยอนทำ แต่พี่ขอนะครับถ้าอูยองต้องการให้พี่ช่วยอะไร ไม่ว่ามันจะหนักหนาแค่ไหนขอให้บอก”

 

 

“พี่ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก แต่พี่ก็พร้อมจะทำให้คนที่พี่รักมีความสุข...เท่าที่พี่ทำได้”

 

 

อูยองรู้สึกเต็มตื้นในอกใบหน้าอาบแสงเรืองรองแห่งความสุขกับคำพูดที่กลั่นมาจากใจของนิชคุณ น้ำหยดใสๆ เอ่อริมขอบตาด้วยความตื้นตัน เด็กหนุ่มวางมือทาบลงบนฝ่ามือนิชคุณพร้อมดึงขึ้นแนบแก้มแล้วเอียงใบหน้า ขยับไปตามฝ่ามือหนาช้า ๆ

 

 

“อูยอง...” เด็กหนุ่มเอียงคอมองตาวาววับเป็นประกายแม้จะรู้สึกหน้าร้อนด้วยความเขินอายกับการกระทำตัวเองแต่มาถึงนาทีนี้แล้วถ้ามัวแต่อายอาจจะต้องหนาวตายเพราะขาดไออุ่นแห่งรักก็เป็นได้

 

 

“พี่คุณไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ไม่ว่ายังไงผมก็รักพี่คุณไปแล้วแหละ...” แม้จะตอบไม่เต็มเสียงแต่ก็ทำให้หัวใจคนฟังพองจนคับอก

 

 

“แล้ว...ผม...ก็...เอ่อ...อนุญาตให้พี่คุณแตะต้องตัวผมก็ได้ แต่ห้ามเยอะนะ...แล้วถ้าผมสั่งให้หยุดพี่คุณต้องหยุด ไม่งั้นผมจะไม่ให้พี่คุณแตะเนื้อต้องตัวผมอีก” พอสิ้นสุดคำอนุญาตนิชคุณกลับมายิ้มกว้างกว่าเดิมพร้อมคว้าอูยองกอดรัดจนแน่น เด็กหนุ่มผวาความมือไวของนิชคุณได้แต่แอบยิ้มบนบ่าชายหนุ่ม โดนหากำไรเกินควรอีกแล้วแต่ทำยังไงได้ล่ะก็เขาเอ่ยปากอนุญาตไปแล้วนี่นา

 

 

“ขอบคุณนะครับอูยอง” เสียงอู้อี้ดังอยู่บนบ่าอูยองแต่เขาฟังไม่ถนัดจำต้องดึงร่างตัวเองออกมาจากอ้อมกอดนิชคุณ

 

 

“พี่คุณว่าอะไรนะครับ”

 

 

“พี่บอกว่า...ขอบคุณนะครับอูยอง"

 

 

นิชคุณเอื้อมมือประคองหน้าอูยองมองหน้าเด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้ง หากจะมีใครทำเพื่อเขาอย่างแท้จริงยอมทุ่มเทเพื่อเขาทุกอย่างแน่นอนนอกจากชานซองแทคยอนและจุนซูแล้วจางอูยองจะเป็นอีกคนที่เขารู้ว่าเด็กจอมแสบคนนี้รักเขาและทำเพื่อเขามากขนาดไหน

 

 

“...ขอบคุณที่รักพี่นะครับ...”

 

 

อูยองยิ้มหวานละมุนให้ใช้หลังมือเกลี่ยตามโครงหน้าหล่อเหลานั่นแล้วยื่นหน้ากระซิบแผ่วเบาก่อนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของนิชคุณเนิ่นนาน

 

 

“ขอบคุณที่รักผมเหมือนกันครับ”

 

 

……

 

 

อีจุนโฮเดินกลั้นยิ้มแก้มแดงเดินไต่ลงบันไดมาหยุดยังชั้นล่างแล้วตีหน้านิ่งเมื่อเห็นนัมแจเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มเล็กที่ใช้อ่านฆ่าเวลาระหว่างรอเขาสองคน จุนโฮบอกกับนัมแจก่อนจะขึ้นไปบนตามอูยอง หายไปครู่เดียวก็กลับลงมาเพียงลำพัง เด็กหนุ่มยิ้มจนตาเล็กเดินลิ่วมาที่โต๊ะตรงมุมคอฟฟี่ชอปในร้าน "พันอักษร""

 

 

"พี่นัมแจครับอูยองฝากมาบอกว่าขออ่านหนังสือต่ออีกซักชั่วโมงนึงนะครับกำลังติดพันเลยอ่ะ" ใครจะรู้ว่าจุนโฮเริ่มสร้างเรื่องให้นัมแจหลงเชื่อซะแล้ว พอพูดจบก็เดินดิ่งไปสั่งกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นสองแก้วกับเค้กหน้าตาน่าทานสองชิ้น กาแฟพร้อมเค้กวานิลลาถูกเสิร์ฟตรงหน้าชายหนุ่มเงยมองหน้าเพื่อนของคุณหนูไม่พูดแต่ใบหน้ากลับมีคำถาม

 

 

"ทานสิครับผมสั่งมาให้พี่เองแหละ คงอีกนานกว่าอูยองจะลงมาน่ะ" หนุ่มบอดี้การ์ดพยักหน้ารับทราบแล้วโค้งคำนับพร้อมกล่าวคำขอบคุณ จุนโฮหมุนตัวออกขืนอยู่ใกล้นัมแจนาน ๆ อาจถูกจับได้ว่าริอ่านทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะก็ได้ เขาตั้งใจจะปลีกตัวไปเล่นอินเตอร์เน็ตอีกมุมนึงของร้านแต่เผอิญนึกอะไรขึ้นมาได้จุนโฮจึงหมุนตัวกลับมาพูดเสียงใสกับนัมแจอีกรอบ

 

 

"อ้อ! พี่นัมแจครับอูยองสั่งว่าไม่ให้ใครขึ้นไปรบกวนเค้า ฝากให้พี่นัมแจจัดการให้ด้วยนะครับ" พูดจบคนเจ้าแผนการก็เดินลงเท้าเร็ว ๆพร้อมถือจานเค้กกับแก้วกาแฟเย็นไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์โต๊ะด้านในสุด พยายามเก็บอาการหน้าแดงหูแดง แถมปากก็คันยิบ ๆ ใจเย็นไว้จุนโฮรอให้อูยองได้แสวงหาความสุขจนหนำใจก่อนแล้วเขาจะจับอูยองเค้นคอคายความลับออกมาอีกซักรอบ ให้มันรู้กันไปว่าเขาเห็นขนาดนั้นแล้วยังจะมีความลับอะไรกับคนอย่างอีจุนโฮอีก!

 

 

นัมแจละจากกาแฟบนโต๊ะเดินไปปฎิบัติตามคำสั่งทันที เขาเดินไปพูดกับเจ้าของร้านหน้าเคาน์เตอร์เพียงครู่เดียว เชือกสีแดงเส้นก็ถูกคล้องขวางทางเดินขึ้นบันไดวน แล้วเจ้าของร้านก็เดินไปเปลี่ยนข้อความหน้าประตู้ร้านเสียใหม่ " CLOSED " ส่วนคนวางแผนก็พูดพึมพำอยู่คนเดียว

 

 

"ชั้นทำเพื่อนายนะเนี่ยอูยอง"

 

 

เมื่อเป็นไปตามแผนจุนโฮก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์หาใครคนนึงเสียงตอบรับปลายสายดังลอดออกมาจุนโฮตอบเสียงหวานออดอ้อนกลับไป

 

 

"ชานซองคืนนี้ขอไปนอนค้างที่อู่ด้วยได้มั๊ย...ไม่ลำบากหรอกนะ...ชั้นคิดถึงนายมากเลยรู้มั๊ย...เดี๋ยวชั้นจะกลับไปรับชองกัมแล้วเราไปนอนค้างด้วยกัน....นะชานนะ.....ชั้นรักนายจังชาน..."

 

 

ปกติคนอย่างอีจุนโฮไม่มีทางยอมทำเรื่องน่าอายอย่างนี้เด็ดขาด แต่วันนี้ขอซักวันเหอะ ก็แค่อยากจะทำหวานแข่งกับคนบนชั้นสามดูบ้าง คิดดูซิว่ามันน่าอิจฉาขนาดไหน เขาต้องมานั่งเพียงลำพังอากาศก็เย็นเสียจนหนาวสั่น แต่เจ้าเพื่อนตัวดีกลับมีคนทำให้อุ่นทั้งกายและใจแถมยังทำสวีทหวานกันซะจนเค้กในจานจืดสนิทอีกยิ่งคิดยิ่งอิจฉา

 

 

เขาน่ะไม่ได้คิดจะแอบดูเพื่อนหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าห่วงอูยองจะได้เจอนิชคุณหรือเปล่า ก็คงไม่แอบย่องขึ้นตามมาหรอก โทรไปก็ไม่ยอมรับสายเดินหาจนทั่วแทบจะถอดใจอยู่แล้ว จนในที่สุดก็พบเพื่อนรักเข้าจนได้ แต่ก็นะ….

 

 

สงสัยเขาจะเข้ามาผิดจังหวะก็เลยเห็นฉากอิโรติกเข้าเต็มสองตา ก็เลยได้แต่ยืนอ้าปากค้างแทบกระโดดหลบหาที่ซ่อนไม่ทัน แล้วจู่ ๆ แก้มกับใบหูก็พร้อมใจแข่งกันแดงเสียจนหน้าร้อนผ่าวไปหมด มือที่ถือจานเค้กกับแก้วกาแฟเย็นสั่นเสียจนกลัวมันจะหกลงพื้น โอ้วเพื่อนชั้นช่างกล้า...

 

 

โซฟาสีฟ้ากลายเป็นสมรภูมิรักของคู่นัดเดทไปเสียแล้ว อูยองนั่งอยู่บนตักนิชคุณท่านั่งหมิ่นเหม่เสียจนหวาดเสียว แขนคล้องคอนิชคุณไว้แน่นแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดแทบกลายเป็นร่างเดียวกันไม่ต่างจากริมฝีปากที่บดเบียดเข้าหากันเร่าร้อนรุนแรงเสียจนอุณหภูมิรอบตัวร้อนผ่าว แม้อากาศในร้านจะเย็นฉ่ำจากทั้งเครื่องปรับอากาศและเพราะฝนที่ตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย แต่ใบหน้าของทั้งคู่กลับมีเหงื่อซึมไหลย้อยตามใบหน้าและไรผมระเรื่อยจนมาถึงต้นคอ

 

 

ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวกายผ่านเสื้อยืดตัวบาง ส่วนเสื้อฮู้ดสีเทาถูกถอดทิ้งนอนกองเดียวดายบนพื้นเย็นเฉียบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่คนบนตักกลับร้อนรุ่มอย่างกับนอนอยู่ริมกองไฟ ท่อนแขนแข็งแรงเกี่ยวกระหวัดเอวบางเอาไว้แน่น เด็กหนุ่มเอียงหน้ารับรสจูบแลบลิ้นเล็กเลียริมฝีปากนิชคุณจนชุ่ม สองแขนยังกอดรัดคอชายหนุ่มไว้ ก่อนนิ้วเรียวสอดแทรกบนเส้นผมสีน้ำตาลของชายหนุ่ม เจ้าของตักดันร่างอูยองให้พิงพนักโซฟาริมฝีปากยังประกบกันแน่นรอยจูบดูดดื่มแลกเปลี่ยนความหอมหวานซึ่งกันและกันจนกลัวว่าจะขาดอากาศหายใจเสียก่อน  

 

 

นิชคุณถอนริมฝีปากออกมองใบหน้าปรือปรอยฉ่ำหวานด้วยความรักใคร่ อูยองปรือตามองอย่างโหยหาต้องการรอยสัมผัสซึ่งกันและกันมากขึ้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าซุกไซ้ซอกคอขาว อูยองเงยหน้าหลับตาพริ้มรับรอยสัมผัสสีกุหลาบระเรื่อเต็มซอกคอ เสียงหอบหายใจปนครางหวานดังลอดออกมาเบา ๆ มือเรียวจิกลงบนบ่าหนาแล้วดึงให้คนบนร่างให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น อารมณ์ของทั้งคู่กำลังกระเจิดกระเจิงและไม่อาจหยุดลงได้ถ้า...

 

 

"เอ่อ...อูยอง...ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ...เอ่อ...กาแฟกับเค้กชั้นซื้อมาให้....อ่า...สวัสดีครับพี่คุณ...ผมเป็นเพื่อนอูยองครับ...เอิ่ม...ชั้นไปรอข้างล่างนะ...ไปล่ะ...ตามสบายนะ...."

 

 

จุนโฮรีบวางจานเค้กกับแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วเผ่นผลุงหายวับไปทันทีทิ้งความงุนงงให้กับคนทั้งคู่ อูยองอ้าปากค้างตกตะลึงจนแก้มแดงก่ำเพราะแรงอารมณ์ผสมกับความอายที่เพื่อนรักมาเห็นบทรักร้อนแรงของตัวเองเข้า ต่างจากนิชคุณที่ไม่รู้สึกรู้สาแถมยังทำตาวิบวับยิ้มพรายจ้องมองคนแก้มแดงปากแดงช้ำน่าฟัดอีกซักรอบ อูยองกระเถิบถอยหนีจนสุดที่นั่งท่อนขายังเกยอยู่บนตักชายหนุ่ม แต่มีหรือที่นิชคุณจะปล่อยให้อูยองกลับไปได้ง่าย ๆ  เด็กหนุ่มพลาดท่าตั้งแต่อนุญาตให้เขาสัมผัสร่างกายได้แล้ว เขาก็แค่ทำตามคำอนุญาตของนายหัวใจตัวเองเท่านั้น

 

 

"คอแห้งมั๊ย" นิชคุณกระเถิบเข้าหาใช้มือเกลี่ยแก้มอูยองแผ่วเบาหลังมือสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากข้างแก้มอูยองพยักหน้าหงึกหงักแต่ไม่วายหลบสายตาด้วยความเขิน ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบแก้วกาแฟเย็นบนโต๊ะ แต่ตาคู่สวยยังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าฉ่ำหวาน เด็กหนุ่มยื่นมือรับแก้วกาแฟเย็นแต่ชายหนุ่มกลับดึงหลบ อูยองเอียงคอมองสงสัยแต่กลับได้รับรอยยิ้มราวเทพบุตรพร้อมดวงตาพราวระยับแทนคำตอบ

 

 

"พี่ป้อนนะ" ทันทีที่พูดจบนิชคุณดึงหลอดกาแฟขึ้นดูดกาแฟกลิ่นหอมอึกใหญ่ พร้อมโน้มใบหน้าเข้าหาร่างเล็ก มือที่ว่างอยู่ดันต้นคออูยองให้ใกล้กันมากขึ้นก่อนกดริมฝีปากลงบนกลีบปากบางออกแรงขยี้เบา ๆ ให้อูยองเปิดปากรับกาแฟหอมรสหวานปนขมนิด ๆเด็กหนุ่มจะร้องห้ามแต่กลายเป็นเปิดปากปากรับปลายลิ้นหนาให้เป็นตัวนำน้ำกาแฟเข้าสู่อุ้งปากตัวเองแทน แม้จะพยายามดิ้นหนีแต่กลับไม่สำเร็จกาแฟรสนิชคุณไหลลงคอไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

แค่นั้นยังไม่หนำใจนิชคุณยังมีบริการเสริมให้อีกต่างหาก เขาเชยคางอูยองขึ้นแล้วโน้มใบหน้าลงใช้ลิ้นเลียหยดกาแฟที่ไหลย้อยออกจากปากอูยองดูดซับรสหวานขมตามรอยหยักบนกลีบปากลิ้นตวัดเก็บเกี่ยวตามคางจนเกลี้ยงไร้ร่องรอย อูยองอายวิธีการป้อนกาแฟของนิชคุณแต่ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่ก้มหน้าหลบลงเลียริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ชายหนุ่มวางแก้วลงบนโต๊ะเล็กด้านหน้าโซฟาก่อนเชยคางอูยองขึ้นนิ้วโป้งลูบไล้ปลายคางแผ่วเบา เขาล่ะอยากขอบคุณจุนโฮที่อุตส่าส่งกาแฟให้เขาใช้ป้อนอูยองถึงปาก

 

 

"กาแฟอร่อยนะว่ามั๊ย" อร่อยสิมันต้องอร่อยอยู่แล้ว อเมริกาโน่เย็นกลายเป็นกาแฟรสนิชคุณไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

"....กินเค้กมั๊ย...พี่ป้อนให้" อูยองเงยหน้ามองชายหนุ่มที่อาสาจะป้อนเค้กให้แม้รอยยิ้มนั่นจะแลดูจริงใจแต่แววตากลับฉายแววเจ้าเล่ห์ทำเอาอูยองเขินจนอายม้วนไปอีกรอบ

 

 

ไม่บอกก็รู้ว่าอูยองจะได้ชิมเค้กวานิลลาด้วยวิธีไหน

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
==== To be continue ====    

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Talk>>>talingping
 
 
 
เป็นไปตามธรรมเนียมปฎิบัติเมื่อปิงไปลงไว้หน้าคลังแล้วก็ต้องมาลงในคลังสมบัติแห่งนี้ โฮ๊ะ ๆ (เหมือนนังมารร้ายชัด ๆ) ตอนนี้เป็นไปตามคำร้องขอว่าอยากได้หวาน ๆ มั่งไรมั่ง ปิงก็จัดให้ไป แค่ร้านนัดพบกันมันธรรมดาที่ไหน ใครเค้าไปจู๋จี๋กันบ้างในร้านหนังสือน่ะ แต่ขอบอกว่ามันเลิศจะตาย โฮ๊ะ ๆ (อีกแล้ว)
 
อิ่มกันมั๊ยกาแฟรสนิชคุณเนี่ย ภูมิใจนำเสนอสุด ๆ แต่เหมือนน้องอูยองของพี่จะ....เอิ่ม....
ตอนต่อไปจะเป็นมาม่าแล้วนะคะ แต่...ขอเวลาทำใจก่อนเขียนนิดนึง
 
 
ความน่ารักจนเกินพอดีของอูยองทำให้ใครบางคนคลั่งไคล้จนขาดสติ
หัวใจอันบริสุทธิ์ของเหยื่อผู้โชคร้ายถูกทำลายลงด้วยตัณหาราคะ
คำสัญญาที่ให้ไว้กลับต้องพังทลายเพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิด 
และ...ผู้สาบสูญจะกลับมาทวงชีวิตคืน!
 
 
ฝากคอมเมนท์ให้ปิงด้วยนะคะ แล้วปิงจะกลับมา
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ากกกกกก ถ้าเป็นเราเป็นจุนโฮจะไม่เข้าไปขัดเลย คงได้เห็นอะไรที่เยอะกว่านี้แน่ๆ 5555
อูยองพลาดอย่างแรง อนุญาติเสือหิวละสิไม่ว่า
อิอิ

#17 By anty LOVE taec Two on 2015-09-13 14:00

นึกภาพบรรยากาศ ร้านหนังสือออกเลยค่ะ
โรแมนติกมากๆ หุหุ
ขอบคุณนะคะ

#16 By travelsweet on 2013-04-25 20:32

ร้านไหน พันอักษร จะไปพร้อมกล้องถ่ายกลับมาดูเลยค๊าา
แล้ววิธีป้อนกาแฟนี่ก็นะคะ ไม่อยากเป็นอูยองไม่อยากเป็นพี่คุณ
แต่อยากเป็นกาแฟฮร๊าาา

#15 By คุณด้ง (103.7.57.18|171.97.26.59) on 2012-05-01 18:11

โอยยยยยยยย ทึ้งหัวตัวเอง

เวลาเขียนหวาน ก็หวานซะคนอ่านตายไปเลยค่ะคุณปิงงงงงงงง ไม่ไหวแล้วเลือดกระฉูด

ตอนนี้หวานจริงๆเลย บรรยายออกมาคนอ่านเขินสุดๆเลยอ่ะ

เรียกพี่คุณๆๆๆ โอ้ยๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว พี่คุณคงรอน้องด้งมาน๊านน ทนไม่ไหวแล้วสิ ฮิๆๆๆ ชอบมากๆเลยค่ะคุณปิง อ่านสองรอบเลยนะตั้งแต่ตอนพี่คุณมาหอมฟอดเนี่ย อร้ายย

ต่อไปมาม่าแล้ว ขอปรับอารมณ์ก่อน เปลี่ยนใจล่ะ ขอไปอ่านซ้ำตอนนี้อีกรอบบบบ

#14 By LeeLaYa on 2012-03-17 18:35

เริ่ดที่สุดค่ะะะ !! กาแฟรสนิชคุณ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก.คงไม่ขมหรอกใช่ไหมอูยอง มันต้องหวานแน่ๆ ><

หวานน มันต้องหวานกว่าเค้กแน่ๆ แต่คงแพ้เค้กที่นิชคุณป้อนให้
55555555+ แต่มาม่า.. TT เห็นคำนี้แล้ว

มันจะมาอีกแล้วหรออออ ? รอลุ้นค่ะ อิอิอิอิ

ขอบคุณมากคร้าาา ~ open-mounthed smile open-mounthed smile

#13 By dinamix on 2011-08-05 20:07

อ๊ากกกกกกเริดมากตอนนี้มันชั้งหวานได้โล่
อีก กาแฟรสเริดจริงๆส่งตรงเลย
เขินแทน

#12 By princessbogus (125.25.115.30) on 2011-03-22 12:04


กรี๊ดดดด ร้านหนังสือนี้มันอยู่ที่ไหน จะตามไปแอบดูด้วยคน

พีคุณน่ารักมากๆๆๆๆๆ หวานมากๆๆๆ อ่านไปละลายไป เคลิ้มสุดๆ อยากโดนป้อนกาแฟบ้างอะไรบ้าง 555++

แอบภาวนาอย่าให้ซึงฮยอนรู้เด็ดขาดเลยนะ ไม่งั้นพี่คุณถึงคาดแน่ๆ

#11 By ladielizz (124.122.75.216) on 2011-03-12 22:48

แหม่ เปิดมาตอนนี้กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ 555
แต่เอิ่ม ท่าฟึดฟัดไม่พอใจของเด็กนี่มันน่านัก><!!!
โฮแอบมีเหน็บแฝดในใจ ตามีไว้มองค่นชคคนเดียว
ไม่ต้องไปว่าเค้าหรอกโฮ เพราะตอนนี้แกก็มีชานคนเดียวเหมือนกันแหละม๊า าง
เอาอีกละ เอิ่ม จอยนอกจากจะฟึดฟัดได้น่าแล้ว ท่าประกอบการใบ้ของหนูมันช่างน่าโดนฉุดนัก
แหม่ แตะปากกอด เขินซะ มันน่า><!!!
แต่โฮจัง หนูพึ่งรู้ไงลูก ว่าจอยเค้าแรง 555 5
นชคก็นชค ท็อปก็ท็อป ตกหลุมไปหมดแล้ว แต่นังเด็กเค้าก็ตกหลุมนชคไปตั้งนานแล้วเถอะนะ
อยากกดไลค์ให้ลุงชเวร้อยล้านที ถูกใจ ถูกใจ
มันต้องอย่างนี้สิค่ะ นึกว่าจะต้องบ้าจี้ตามลูกชายไรงี้
ที่ไหนชอบซะอีก ชอบให้ตลอดนะค่ะ ....เดี๋ยวกดไลค์ให้อีกหนึ่งที
แล้วไหนจะเฮียมินแจอีก รับจ๊อบนอกหรอค่ะ จากผู้จัดการมาเป็นบอดิการ์ด 555 5
แต่เอิ่มสองคนข้างบนจะร้อนแรงกันไปไหนค่ะ
เล่นซะจุนโฮเขิน แล้วแบบคิดดูถ้าโฮไม่ขึ้นไปขัดสองคนนั้นจะเตลิดเปิดเปิงกันไปไหนแล้วเหอะ
ไม่อยากจะคิด(น้อย) 555 5
ขอบคุณสำหรับพาร์ทนี้นะค่ะ^^


#10 By ll_lol on 2011-02-24 18:23


หวานกันจนเลี่ยน ร้อนแรงกันจนอายแทน

สงสารสายตาของจุนโฮจิง ๆ นี่ถ้าขึ้นไปไม่ทัน สองคนนั่นมันจะเปลี่ยนร้านหนังสือเป็นโรงแรมรึเปล่าฟะ

หวานกันขนาดนี้ก็พลอยนึกกลัวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า

#9 By ekada (124.120.97.208) on 2011-01-01 13:42

อีโรติกได้ใจมากกกกกกก

#8 By (223.206.159.101) on 2010-12-31 12:10

"ความน่ารักจนเกินพอดีของอูยองทำให้ใครบางคนคลั่งไคล้จนขาดสติ
หัวใจอันบริสุทธิ์ของเหยื่อผู้โชคร้ายถูกทำลายลงด้วยตัณหาราคะ
คำสัญญาที่ให้ไว้กลับต้องพังทลายเพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิด
และ...ผู้สาบสูญจะกลับมาทวงชีวิตคืน!"
กำลังจิ้นอยู่เลยจะมาม่าแล้วหรอด้งน้อยจะเป็นไรมากไหมเนี่ยไม่อยากจะคิดเลยอ่ะ

#7 By yukisho (118.172.209.9) on 2010-12-29 13:04

อยากจะบอกว่าาาา TT,
พี่ขาหนูค้างคามากมาย YY

ไม่บอกก็รู้ว่าอูยองจะได้ชิมเค้กวานิลลาด้วยวิธีไหน

ณ จุดนี้ ใช้ปากป้อนแน่เลย คิคิ ><!
ไรเตอร์ ไฟท์ติ้งง ^^y

#6 By BREAMMIE on 2010-12-26 14:43

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

หวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

หวานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หวานไปสามโลกได้
ไม่ๆๆ สิบโลกไปเลยยยยย

อ่านไปก็ยิ้มไป
อ่านไปก็สุดแสนจะมีความสุข

ดีใจที่เหนสองคนนี้มีความสุข

น่ารักมากเลยตอนนี้
ยิ่งตอนที่ด้งคุยกะโฮ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

ผญ คุยกันยังไม่น่ารักเท่าอ่ะนะ
คิคิ

พี่คุณได้ไปหมดแล้วววหัวใจจางอูยอง
สู้ๆนะ

ท่าทางตอนต่อไปจะดราม่า
แต่ขอให้ความรักชนะทุกสิ่ง
^^

#5 By nananan on 2010-12-25 22:31

อ๊ากกกกกกกกกกกก ไรเตอร์ ฆ่าเค้าเหอะค่ะ มาค้าง ณ จุดนี้ อ๊ากกกก หนูอยากตาย ฮื้อๆ แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ

กำลังจะป้อนเค้กแล้วเชียว ค้างอย่างแรงมาต่อเร็วๆนะคะ

#4 By JDeab (125.25.68.59) on 2010-12-25 16:43

ตามเข้ามาซึมซับเก็บความหวานในคลังสมบัติต่อ คิคิ

ตอนนี้ไรเตอร์เอามาหวานเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันตอนต่อไปรึเปล่าคะเนี่ย

อ่านเจอทอล์กด้านล่างแล้วแบบว่า จะมาม่ากันแล้วเหรอ

ใครจะทำไรเด็กด้งอ่ะ ก็รู้นะว่าเด็กมันน่ารักน่าเอาเปรียบ

แต่อยากให้คนเอาเปรียบเป็นนิชคุณคนเดียว เหอๆ

จะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ลุ้นสุดๆ ใครจะทำมิดีมิร้ายเด็กชั้น..เอ๊ย..เด็กด้ง :P

รึว่าท็อปจะทำไรเด็กด้งอ่ะ อร๊ายยยย..พี่คุณมาช่วยน้องด่วนเลย

แล้วคำสัญญาอะไรอ่ะ แต่ที่แน่ๆซึลองจะกลับมาแล้วใช่มั๊ยเนี่ย

ไรเตอร์อย่ามาม่าเยอะนะคะ เดี๋ยวท้องจะอืด(มุกแป้กเปล่าหว่า - -")

รออ่านตอนต่อไปนะคะ

#3 By khundong (124.120.103.225) on 2010-12-21 00:28

เริ่ดมากสำหรับตอนนี้ อยากกินเค้กกับกาแฟแต่ยังไม่อยากกินมาม่าอ่ะค่ะ

โฮก็ขึ้นมาไม่รู้เวล่ำเวลา ไม่งั้นก็... กำลังจิ้นมันส์ๆ

#2 By Wooyoung's Girl (125.24.126.148) on 2010-12-19 16:58

อ๊ากกกกกก อยากไปร้านพันอักษร มันอยู่ที่ใด มุมไหนของโลกกกกกกกกกกกกก จะขึ้นไปชั้น 3 ตอนบ่ายสองอ่ะ รับรองว่าเค้าจะดูต้นทาง สั่งปิดชั้น 3 ให้ด้วยแน่นอนนนน อิอิ


ชอบตอนด้งกะโฮคุยกันอ่ะ คุณปิงบรรยายได้น่ารักมากกกกกกกกกกกก ตอนโฮเค้นคอด้งน่าร้ากกกกกกก ชอบอ่ะ โฮเคะน่ารัก นึกภาพด้งม้วนตัวเป็นดักแด้แล้ว อ๊ากกกกกกกก อยากจะผลักพี่คุณให้มุดเข้าไปด้วยจังเยย


พี่คุณเจ้าเล่ห์ แกล้งตัดพ้อต่อว่า น้องเลยหลงกลเลยอ่ะ ตอนแรกแอบขัดใจ น้องโฮมาขัดจังหวะคนเค้ากำลังนั่งนับเลขกันทำมายยยยย แต่..ถือว่าผ่าน เพราะมีน้องโฮ ถึงได้มีกาแฟและเค้กรสนิชคุณณณณณณณ แอร๊ยยยยย


น้องโฮจะแข่งทำหวานสู้คู่คุณด้งเหรอ ทำที่หนายยยยยยย เค้าจิตามไปส่อง อิอิ


จะมาม่าแล้วเหรอ ยังไม่พร้อมเลยอ่ะ ตอนนี้อ่านไปยิ้มไป ขนาดพิมพ์คอมเม้นท์ ยังพิมพ์ไปยิ้มไปเลย ประมาณ อ่านจบ แต่อารมณ์ไม่จบ ฮ่าๆๆ จิ้นหลุดโลกไปแล้วช้านนนนน


รอตอนต่อไปนะคะ แม้จะมาม่าก็จะรอ เพราะเชื่อว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใส ดังนั้น คุณด้ง ผ่านช่วงฝนตกไปก่อนน๊าาา ยิ่งผ่านเร็วเท่าไหร่ ก็จะเห็นท้องฟ้าสวยๆเร็วเท่าน้านนนนนน แต่ตอนฟ้าสวย คุณปิงช่วยจัดหนัก เอาให้รีดเดอร์สำลักความรักของคุณด้งคาคอมพ์เลยน๊าาาาาาาา สู้ๆนะคะ

#1 By HusWife & The Gang on 2010-12-19 00:20