[Fic - KhunWoo] Dream : Chap11

posted on 21 Nov 2010 15:45 by talingping-fiction
Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

 

Chap : 11  Risk 1

 


 


 

 

 

รถยนต์ Mercedes Benz SLR แล่นปราดเข้ามาจอดด้านล่างในชั้นใต้ดินของบ้านหลังสีขาวเรียบหรูตั้งอยู่นอกเขตชานเมือง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ถอดแว่นตากันแดดสีดำออกคล้องไว้กับเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน พาดเสื้อสูทสีครีมเข้าชุดกับกางเกงสแลคไว้บนบ่า นิชคุณดึงกุญแจรถออกแล้วหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตโน้มตัวไปด้านหลังเบาะหยิบกล่องใบโตสองสามใบเรียงซ้อนกันแล้วเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลด้านข้างที่นั่งคนขับวางบนกล่องใบบนสุดแล้วประคองยกขึ้นใช้มือขวาดันประตูรถให้ปิดลง

 

 

ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเดินไปยังลิฟต์ตัวเล็กใช้มือข้างนึงกดปุ่มให้ประตูลิฟต์ชั้นใต้ดินเปิดออกสาวเท้าเข้าไปกดปุ่มเพื่อให้ลิฟต์เคลื่อนที่สู่ตัวบ้านชั้นบน มืออีกข้างประคองกล่องหลายใบไม่ให้ตกลงมานิชคุณก้มมองดูซองเอกสารสีน้ำตาลเหนือกล่องมากมายในอ้อมแขนอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มีสามหนุ่มจับจองพื้นที่ส่วนตัวอยู่กันคนละมุมห้องต่างคนต่างจดจ่อกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ

 

 

จุนซูกำลังนั่งกางเอกสารจนเต็มโต๊ะกระจกตัวเล็ก มือยังใช้ตะเกียบคีบบะหมี่ในชามใหญ่ใส่เข้าปากเคี้ยวแก้มตุ้ย สายตาจับจ้องตัวเลขมากมายหน้าจอแลปทอป  เสียงร้องเพลงบาดหูของแทคยอนดังน่ารำคาญมากกว่าจะไพเราะคลอไปกับเสียงเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าอยู่ริมหน้าต่าง ชานซองนอนเหยียดยาวก้มหน้าก้มตาดูแมกกาซีนรถแข่งสลับกับมองมือถือที่วางอยู่ข้างตัว

 

 

โลกส่วนตัวของสามหนุ่มหยุดหมุนลงเมื่อเสียงผิวปากของนิชคุณดังลอดเข้ามาในห้องนั่นเล่นขณะที่ร่างสูงโปร่งเดินผ่าน  เสียงรองเท้าแตะดังสลับจังหวะเดินไปเรื่อย ๆ จนเสียงแผ่วลงตามระยะห่าง สามหนุ่มสองรุ่นต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กหยุดชะงักทุกอย่างที่ตัวเองกำลังทำอยู่ พร้อมใจกันชะโงกหน้าออกไปนอกห้องเงี่ยหูฟังเสียงนิชคุณดังลอยหายไปทางบันไดขึ้นชั้นบนของบ้าน

 

 

“แกได้ยินอย่างที่ชั้นได้ยินมั๊ยวะซู” แทคยอนเอ่ยถามจุนซูแต่สายตายังคงจับจ้องร่างนิชคุณที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นไป

 

 

“เออ!!ได้ยิน” จุนซูหันไปมองชานซองที่ชันกายลุกขึ้นนั่งทำหน้าเหวอ พอจะเอ่ยปากถามน้องเล็กอย่างชานซอง เขาปิดหนังสือลงส่ายหน้าพร้อมโบกหนังสือในมือเป็นเชิงห้ามไม่ให้จุนซูหันมาถามตนเอง

 

 

“อย่าถามผม ผมไม่รู้....”

 

 

ชานซองลุกขึ้นยืนโยนหนังสือที่อ่านในมือทิ้งคว้ามือถือใส่กระเป๋ากางเกง เขาก้าวขายาวเร็วไล่ตามนิชคุณที่ก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายเตรียมตัวเดินเลี้ยวไปทางปีกซ้ายของบ้านตรงไปยังห้องนอนตัวเอง จุนซูกับแทคยอนต่างวิ่งไล่ตามชานซองอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างหลัง

 

 

“พี่..ชาย...ครับ...”

 

 

ชานซองวิ่งกระหืดกระหอบตามนิชคุณจนทัน  เขาคว้าร่างพี่ชายที่เดินตัวปลิวขึ้นมาชั้นบนทั้ง ๆ ที่แบกกล่องหลายใบอยู่เต็มอ้อมแขน นิชคุณนิ่วหน้าสงสัยที่ทั้งน้องชายและเพื่อนรักต่างวิ่งตามตนเองแถมทำหน้ายังกับถูกผีหลอกยังไงยังงั้น

 

 

“มีอะไร”

 

 

“พวกชั้นต้องถามนายมากกว่าว่ามีอะไร” แทคยอนยืนหอบแฮ่กโดยมีจุนซูยืนเกาะบ่ารั้งท้าย ทุกคนต่างรอคำตอบจากปากนิชคุณ  แต่นิชคุณเพียงยักไหล่ให้แทนคำตอบ  สีหน้าไม่ได้ดูเคร่งขรึมเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน

 

 

“ก็ไม่มีอะไรนี่”

 

 

นิชคุณหันหลังปิดประตูใส่หน้าทิ้งไว้แต่เครื่องหมายคำถามเต็มหน้ายาว ๆ ให้สามหนุ่มงุนงงเล่น

 

 

“ทำไมวันนี้มันอารมณ์ดีจังวะ”  แทคยอนหันไปถามจุนซูที่ทำหน้างุนงงไม่ต่างกัน

 

 

“ชั้นจะไปรู้เรอะ  ชั้นก็อยู่กะแกเนี่ยจะไปรู้กับมันมั๊ยห๊ะ” 

 

 

“พักนี้มันทำตัวแปลก ๆ วันนี้มันก็ชิ่งหายไปตั้งแต่ตอนสายไม่รู้ ไปไหน ถามเลขามันก็บอกไม่รู้” 

 

 

“ชานรู้มั๊ยวะ”

 

 

“พี่ทำงานอยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่รู้แล้วผมจะรู้มั๊ยครับพี่ซู”  เออก็จริงอย่างไอ้น้องเล็กมันพูด แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะที่ทำให้พ่อรูปหล่อประจำบ้านอารมณ์ดีได้น่ะ

 

 

“ไอ้คุณมันต้องมีซัมติงแหง ๆ”

 

 

 

......

 

 

......

 

 

 

แม้โลกภายนอกจะถูกกั้นไว้เพียงประตูไม้บานเดียว หากไม่ต่างจากกำแพงหินหนาสามารถกักกั้นความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์สามคนได้ ชายร่างสูงเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบพูดคุยด้านนอกมือยังไม่คลายลูกบิดในกำมือ เสียงพูดคุยถกเถียงกันยังดังแว่วให้รู้ว่าทั้งเพื่อนและน้องรักยังพูดคุยอยู่หน้าห้อง  แผ่นหลังพิงประตูหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ชายหนุ่มจะปิดกั้นตัวเองจากความอยากรู้ของคนข้างนอกได้อีกนานแค่ไหนกัน

 

 

แสงไฟสลัวส่องเป็นลำแสงแยงตา ร่างสูงเปิดเปลือกตาขึ้นมองเงาสลัวกลางห้องอย่างโหยหา แม้ภาพลางเลือนเป็นเพียงเงาสะท้อนร่างจริงของคนรักแต่ชายหนุ่มกลับไขว้คว้ามาโอบกอดไว้  ความทุกข์พลันมลายหายเพียงเห็นใบหน้าหวานซึ้งพวงแก้มกลมนุ่มนิ่ม

 

 

“..อูยอง..”

 

รัตติกาลทาบทับแสงอาทิตย์จนดับแสงลง หากห้องกลับไม่มืดมิดแม้ไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง สายลมเย็นพัดเอื่อยมาจากด้านนอกระเบียงพัดผ้าม่านปลิวไสวพลอยให้ภาพที่ถูกฉายบนผืนผ้าเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

 

 

นิชคุณมองดูภาพถ่ายของเด็กหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบปีท่วงท่าอิริยาบถหลากหลายด้วยความรักและคิดถึง ชายหนุ่มเอื้อมมือวาดโครงหน้ากลมมนพวงแก้มแดงระเรื่อแลดูอ่อนวัยน่ารักน่าทะนุถนอม รอยยิ้มแสนเศร้าฉายบนใบหน้าเหล่านั้นเกือบทุกรูป นิชคุณจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่เรียวเล็กที่บัดนี้อ่อนแสงลงด้วยความเศร้าต่างจากครั้งที่เด็กหนุ่มเคยอยู่ร่วมกับเขาในบ้านหลังนี้

 

 

ความจริงนิชคุณควรจะยอมตัดใจจากอูยองนับตั้งแต่วันที่อูยองเดินออกไปจากชีวิตเขาแล้วทิ้งไว้แต่ความรักความคิดถึงให้นิชคุณได้ระลึกถึงเท่านั้น  เพราะทุกคนทำให้ชายหนุ่มเชื่อว่าอูยองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเชวซึงฮยอน  แม้แต่ตัวชานซองเองก็ไม่ยอมคลายความกระจ่างให้เขาผู้เป็นพี่ชายแม้แต่น้อย  กลับปล่อยให้เขาทรมานจิตใจต่อไปด้วยความเจ็บปวดเพียงลำพัง

 

 

แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะเมตตานิชคุณอยู่บ้าง  คืนหนึ่งหลังจากที่เขาขึ้นไปนอนแล้วแต่ตัวเองกลับลืมโน้ตเพลงไว้ในห้องนั่งเล่นนิชคุณกำลังจะเดินเข้าไปในห้อง แต่ร่างสูงกลับต้องชะงักเท้าลงเมื่อบังเอิญได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่

 

 

“เดือนหน้าอูยองจะอายุครบยี่สิบปีแล้ว เมื่อถึงวันนั้นซึงฮยอนจะประกาศความเป็นพันธมิตรระหว่างสองตระกูล มาตรการความปลอดภัยจะแน่นหนามากขึ้น และกว่าจะถึงวันนั้นอูยองต้องได้รับความคุ้มครองสูงสุด” 

 

 

“ทำไมต้องคุ้มครองอูยองขนาดนั้น” 

 

 

“ก็เพราะ....อูยองมีความสำคัญกับงานนี้มากยังไงล่ะครับ” 

 

 

สำคัญอย่างนั้นเหรอ อูยองเกี่ยวข้องอะไรกับเชวซึงฮยอนกันแน่

 

 

 

......

 

 

......

 

 

 

สายใยรักระหว่างหัวใจสองดวงถักทอเกาะเกี่ยวให้ผูกพันลึกซึ้ง แม้เจ้าของหัวใจจะรู้ตัวเมื่อสายแต่กลับตัดสายสัมพันธ์นั้นไม่ขาด  หัวใจเปราะบางของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของกลับถูกเด็กแสบแก้มนุ่มนิ่มกลิ่นแก้มหอมกรุ่นยึดครองด้วยกุญแจสลักคำว่ารักไปเนิ่นนานแล้ว ชายหนุ่มหงุดหงิดจนแทบไม่เป็นตัวเองจากเรื่องที่ได้ยินมันทำให้เขาพะวักพะวงเป็นห่วงอูยอง   ถึงจะจากกันไปนานแล้ว แต่ส่วนลึกในหัวใจของชายหนุ่มกลับหวังลึก ๆ ที่จะได้เจอกันอีกครั้งไม่ว่าในฐานะใดก็ตามเขาก็ยอม

 

 

เสี้ยวหนี่งในหัวใจนิชคุณอยากปกป้องดูแลคนที่เขามอบใจให้แล้ว แต่หากกลับทำไม่ได้ ชายหนุ่มขอแค่ได้รู้ว่าอีกหนึ่งหัวใจยังสุขสบายดีแค่นี้ก็พอใจแล้ว  เพราะหัวใจมันรุ่มร้อนจนนิชคุณถึงกับเอ่ยปากถามกับชานซองทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มไม่เคยปริปากแม้แต่ชื่อของอูยองให้ชานซองได้ยิน

 

 

 “พี่อย่าถามผมเรื่องนี้ได้มั๊ย  ถึงพี่จะคาดคั้นกับผมยังไงผมก็บอกพี่ไม่ได้อยู่ดี” 

               

“แล้วทำไมนายจะบอกพี่ไม่ได้ห๊ะชาน  เรื่องที่นายกำลังปิดบังพี่มันเกี่ยวกับอูยองใช่มั๊ย  อูยองเป็นอะไรนายจะบอกพี่บ้างไม่ได้หรือไงชาน”

 

 

แต่ความหวังเพียงอย่างเดียวกลับสูญเปล่า ชานซองกลับทำใจดำไม่ยอมเล่าเรื่องของอูยองให้คลายความกังวลเลยแม้แต่น้อย  ไม่สนใจฟังเสียงวิงวอนจากชายหนุ่มที่พร่ำขออย่างหมดสภาพ ชานซองได้แต่เมินหน้าหนีเขาไปซะอย่างนั้นและพยายามหลีกเลี่ยงจะพบหน้ากัน ชายหนุ่มต้องเก็บกลั้นอารมณ์โกรธขึ้งจนกลายเป็นหยดน้ำตาประดับบนดวงตากลมโต

 

 

นายมันใจร้ายเกินไปแล้วชานซอง!

 

 

“ได้!! ในเมื่อนายปิดบังพี่ พี่ก็จะหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

 

 

ในเมื่อหวังพึ่งชานซองไม่สำเร็จแถมยังพูดจาให้ตัดใจทำเมินหน้าหนีกันสารพัด  เขาก็จะพึ่งตัวเองและจะทำอย่างที่ชานซองทำกับเขาบ้าง  นิชคุณเอาแต่หลบหน้าน้องชายโดยการเอางานมาบังหน้าหรือไม่ก็ดึงเวลาการประชุมออกไป ถึงจะกลับมาอยู่ร่วมบ้านกันแล้วชายหนุ่มก็มีงานกองพะเนินที่ต้องจัดการไม่สนใจชานซองที่คอยตามทู่ซี้อยู่เป็นอาทิตย์  ในเมื่อชานซองไม่คิดจะบอกเรื่องอูยองกับตน  นิชคุณก็จะหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

 

 

เพื่อให้ตัวเองคลายความสงสัยบวกกับความเป็นห่วงอูยองในเรื่องที่ได้ยินในคืนนั้น  เขาจึงจ้างนักสืบเอกชนสืบเสาะประวัติจางอูยองด้วยราคาแพงลิบลิ่วรวมทั้งรูปถ่ายมากมายที่ชายหนุ่มให้นักสืบจัดการส่งมาให้นิชคุณเป็นระยะ

 

 

“จางอูยองไม่เคยอยู่ตามลำพังครับคุณชายใหญ่  จะมีคนของเชวซึงฮยอนคอยตามประกบอยู่ตลอด ส่วนอพาร์ทเมนท์สมุนของเชวซึงฮยอนจะรักษาความปลอดภัยเกือบทุกจุดปะปนไปกับคนเช่าคนอื่น ๆ ด้วย แต่เวลาที่อยู่มหาวิทยาลัยจะมีฮวางชานซองคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา  แล้วก็มีเพื่อนของจางอูยองที่ที่ชื่ออีจุนโฮกับอีซึงรีคอยติดตามอยู่ด้วยครับ” 

               

 

นิชคุณนั่งคิดทบทวนเรื่องนี้วนเวียนอยู่ในหัวหลายต่อหลายครั้งจนแทบไม่มีสมาธิทำอย่างอื่น อูยองคงไม่ได้เป็นแค่คนรักของเชวซึงฮยอนแน่ ๆ มันมากเกินไปสำหรับการปกป้องคุ้มครองขนาดนี้  ยิ่งมีชานซองที่ต้องคอยงตามประกบอูยองด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะเป็นแค่คนรักของเชวซึงฮยอนธรรมดาแน่ ๆ มันต้องมากกว่านั้น  แต่จะเป็นอะไรล่ะนั่นคือเรื่องที่เขาต้องหาคำตอบ

 

“นายต้องสืบมาให้ได้ว่าอูยองเป็นใครมีประวัติยังไงแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชวซึงฮยอนยังไง เรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงถ้านายหาคำตอบเรื่องนี้ให้ชั้นได้  ชั้นจะจ่ายเพิ่มให้สองเท่าจากที่เราตกลงกัน” 

 

นิชคุณลอบไปหานักสืบทุกครั้งที่อีกฝ่ายนัดมา  เขาไม่ต้องการให้คนที่บริษัทรู้เรื่องว่าเขากำลังทำอะไร แม้แต่ชานซองหรือแทคยอนก็ไม่รู้เรื่องนี้รวมทั้งจุนซูที่คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทด้วย ค่าจ้างทุกวอนเป็นเงินส่วนตัวนอกบัญชีที่ไม่มีใครรู้ทั้งสิ้น  จะไม่มีใครตามเจอว่าเขากำลังทำอะไร  อดีตสอนให้เขารู้ว่าอย่าไว้ใจใครอีก

 

 

“ประวัติของอูยองอย่างละเอียดผมส่งผ่านอีเมล์รวมทั้งรูปที่ผมแอบถ่ายมาได้ให้คุณชายแล้วนะครับ  ส่วนในซองนี่เป็นประวัติคร่าว ๆ และรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่อูยองมักจะไปเป็นประจำที่ไหนกับใครเมื่อไหร่ผมจัดการตามที่คุณชายใหญ่ต้องการทุกอย่างแล้วนะครับ”

 

นิชคุณเปิดซองดูรายละเอียดในซองคร่าว ๆ อย่างพอใจ  เขาหยิบซองเงินหนาปึกส่งให้นักสืบ แว่นตากันแดดสีดำซ่อนแววตาลิงโลดไม่ต่างจากหัวใจของเขาที่ไชโยโห่ร้องอยู่ภายใน  ในที่สุดนิชคุณก็รู้คำตอบที่เขาตามหามาเแรมเดือนแล้ว

 

 

“นายห้ามเพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้ทั้งนั้น  ไม่อย่างนั้นชั้นก็ไม่รับประกันว่านายจะมีปัญหากับเชวซึงฮยอนหรือเปล่า”

 

 

นักสืบพยักหน้าหยิบซองเงินก่อนลุกเดินออกไป ทิ้งให้นิชคุณยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว

 

 

 

......

 

 

......

 

 

 

สามหนุ่มยังยืนซุบซิบอยู่หน้าห้องด้วยเหตุผลของจุนซูผู้อยากรู้ว่าเพื่อนหน้าหล่อประจำกลุ่มอารมณ์ดีเกินไป  จุนซูกวักมือเรียกอีกสองหนุ่มล้อมวงเข้ามาใกล้ยื่นปากกระซิบกระซาบอย่างกับกลัวคนในห้องจะได้ยิน

 

 

“หรือว่าไอ้คุณมันตัดใจจากเพื่อนนายได้แล้วห๊ะชาน”  ชานซองส่ายหัวดิกขณะที่แทคยอนก้มหน้าฟังความคิดเห็นเพื่อนมือหนาเคาะคางมนอย่างใช้ความคิด

 

 

“ไม่มีทาง! ไอ้คุณไม่ใช่คนที่ลืมอะไรง่าย ๆ ขนาดนั้น ถ้าเป็นนายก็ว่าไปอย่างจริงมั๊ยวะชาน”  ชานซองพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย  ความคิดของสารวัตรแทคยอนดูจะมีเหตุผลเข้าท่ากว่า

 

 

“อ้าว! ไอ้นี่หลอกด่ากันนี่หว่า เดี๊ยปั๊ด...”  จุนซูเงื้อมือจะตบกบาลเพื่อนรักซักทีแต่ถูกขัดซะก่อน  จุนซู  เลยต้องค้างฝ่ามือไว้กลางอากาศจ้องหน้าชายหนุ่มที่เปิดประตูชะโงกหน้าออกมา

 

 

“พวกนายยังไม่ไปไหนอีกเหรอ”

 

 

“ยัง!!”

 

 

สามหนุ่มประสานเสียงตอบพร้อมกัน พลอยให้นิชคุณที่ยื่นหน้าออกมามองอย่างสงสัย เขาปลดกระดุมเสื้อออกจนหมดแล้ว ผ้าขนหนูพาดไว้บนบ่าบ่งบอกว่ากำลังจะเตรียมตัวอาบน้ำถ้าไม่ได้ยินเสียงทุ่มเถียงที่ดังลอดเข้าไปข้างในรบกวนสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำค้างอยู่ นิชคุณเอาตัวบังไม่ให้ทั้งสามคนเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มซุกซ่อนเอาไว้

 

 

“พวกนายไปได้แล้ว ชั้นจะอาบน้ำ”

 

 

ถึงจะโดนออกปากไล่แต่ความสงสัยอยู่ในระดับที่สูงกว่า สามหนุ่มยังไม่ยอมถอนเท้าเดินจากไปต่างพากันมองมาที่นิชคุณด้วยแววตาสงสัยเต็มเปี่ยม ร่างสูงโปร่งได้แต่ถอนใจยาวไอ้พวกนี้นี่ช่างสงสัยจริง ๆ

 

 

ร่างสูงทำท่าจะปิดประตูอีกรอบแต่กลับนึกอะไรขึ้นมาได้  นิชคุณยกยิ้มหวานวี๊งวั๊งที่แทบจะสูบลมหายใจของทั้งสามคนให้หมดปอดได้

 

 

“คืนนี้พวกนายว่างมั๊ย”

 

 

“ว่าง!!”

 

 

ทั้งสามหนุ่มตอบพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

 

 

“งั้นพวกนายไปแต่งตัวซะ คืนนี้ชั้นจะพาพวกนายไปเลี้ยงฉลอง”

 

 

“เลี้ยงฉลอง!!”

 

 

และก็เป็นอีกหนที่สามหนุ่มสามัคคีตอบพร้อมกัน วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ยท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นภูเขา ดวงดาวจะเป็นสายน้ำหรือยังไงกัน นิชคุณเนี่ยนะจะพาไปเลี้ยงฉลอง  เอ่ยปากชวนกี่ครั้งต่อกี่ครั้งทั้งลากทั้งจูงไม่มีวันไหนที่พ่อรูปหล่อตรงหน้าจะยอมไปด้วยซักครั้ง แต่วันนี้นึกยังไงถึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนเองได้ล่ะเนี่ย งงวุ้ย!!

 

 

“เนื่องในโอกาสอะไรวะไอ้คุณ”  ถึงรู้ว่างานกินฟรีชัวร์ไม่มีข้อแม้แต่แทคยอนก็อดจะซักถามอย่างสงสัยไม่ได้

 

 

“อย่าซักไซ้มากได้มั๊ยไปแต่งตัวได้แล้ว  เจอกันข้างล่างตอนทุ่มนึง โอเค๊”

 

 

“......”

 

 

เงียบกริบกันหมด

 

 

“จะไปมั๊ยเนี่ย”

 

 

“ไป!!”

 

 

“ไปก็ไปแต่งตัวสิยืนมองกันอยู่ได้”

 

 

“อ้อ! ชาน”  ผู้พี่หันไปมองผู้น้องที่ยืนเหวอปากค้างยังไม่หาย

 

 

“ค..ครับ”  ชายหนุ่มขานชื่อรับ  เขายังมึนงงกับเรื่องที่ได้ยินไม่หายนี่อะไรดลใจให้พี่ชายเขาออกจากบ้านไปเที่ยวกลางคืนด้วยกันได้ละเนี่ย

 

 

“นายช่วยโทรจองโต๊ะให้ด้วยนะเอาวีไอพีนะ คืนนี้ชั้นจะพานายสามคนไปปลดปล่อย อืม..Eurus นะชาน พวกนายไปแต่งตัวได้แล้วอย่าช้าไม่งั้นชั้นไม่คอย โอเค๊” นิชคุณผลุบหายเข้าห้องไปแล้วหลังจากประโยคปิดท้ายจบลง แต่สามหนุ่มยังยืนอึ้งกิมกี่อยู่

 

 

“ชั้นฝันไปหรือเปล่าวะ” จุนซูตบแก้มตัวเองเบา ๆ ส่ายหัวไปมา แทคยอนตบแก้มอีกข้างของจุนซูเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังเพี๊ย

 

 

“โอ๊ย!  ไอ้บ้า!  ชั้นเจ็บนะโว๊ย”  มือลูบแก้มที่แดงเถือกป้อย ๆ จากแรงตบของเพื่อน

 

 

“จะได้รู้ไงว่าไม่ได้ฝัน”  แทคยอนยื่นหน้าเจ้าเล่ห์มาให้

 

 

“ไอ้แรงช้างถึก! เจ็บนะโว้ย! ไอ้ตำรวจรังแกประชาชน ไอ้...ไอ้บ้าเอ๊ย!” จุนซูอยากจะกระโดดงับหูมันนักตัวก็โตแล้วแรงยังจะเยอะอีก

 

 

“อ้าวแล้วมัวยืนทำอะไรกันอยู่เล่า ไปแต่งตัวสิ คืนนี้มีเสี่ยเลี้ยงเหล้า ชั้นโทรชวนสาว ๆ ไปด้วยดีกว่าเผื่อบรรยากาศมันจะได้คึกคักขึ้น เอาคนไหนดีว๊า งึมมมมม เอามาให้หมดละกันแล้วค่อยเลือกทีหลัง หุหุ...ว่าแต่...Eurus ชี่อมันคุ้น ๆ ชอบกลว่ะ มันอยู่ที่ไหนวะ”

 

 

จุนซูทำท่านึกมือยังคงจิ้มส่งข้อความหาสาว ๆ ในรายชื่อไปเรื่อยๆ  แล้วสมองของจุนซูก็กลับมารีแบตอีกครั้ง  รอยยิ้มระรื่นจางหายไปเมื่อนึกออกว่าผับที่ว่าอยู่ที่ไหน

 

 

“เฮ้ย!”

 

 

“อย่าบอกนะว่า ไอ้ผับที่ว่าเนี่ยมันอยู่ที่คังนัมอ่ะ...”

 

 

สองหนุ่มที่เหลือพยักหน้าพร้อมกัน  จุนซูครางเสียงในลำคอทำหน้าเหมือนจะโดนเชือด  แทคยอนถอนใจเฮือกแทรกตัวยืนตรงกลางสองหนุ่มกอดบ่าคนทั้งคู่ไว้แล้วตบเป็นเชิงปลอบใจ

 

 

“พวกเราไปแต่งตัวเหอะ เอาชุดที่หล่อที่สุดนะโว้ย!  เผื่อจะได้ใส่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”

 

 

จุนซูเหลือบมองหน้าเพื่อน มันปลอบใจเพื่อนหรือซ้ำเติมกันแน่วะ เป็นตำรวจจะคุ้มครองชีวิตเพื่อนไม่ได้หรือยังไงกัน

 

 

“ไม่ต้องมามองหน้าเลยไอ้ซูเมื่อกี๊ยังลั่ลล้าอยู่เลยนะ  ถ้าคืนนี้ไอ้คุณมันเกิดบ้าระห่ำทำอะไรขึ้นมาเราสามคนไม่ตายดีแน่รวมทั้งตัวมันด้วย”  จุนซูทำท่าจะอ้าปากด่าแทคยอนแต่ก็ต้องหุบปากลงได้แต่บ่นงุบงิบอยู่คนเดียว

 

 

“ผับมีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่ไปวะ ทำไมต้องเลือกไปผับของเชวซึงฮยอนด้วย  แค่มันไปชอบเด็กของซึงฮยอนก็เรื่องใหญ่จะแย่อยู่แล้ว  วันนี้มันเกิดบ้าจะไปที่นั่นอีก  เพื่อนใครวะบ้าระห่ำชิบ”

 

 

แทคยอนกับชานซองได้แต่ลอบมองหน้ากัน  พวกเขาไม่ได้บอกจุนซูหรือนิชคุณว่าความจริงเป็นยังไง  จุนซูเข้าใจไปเองว่าอูยองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเชวซึงฮยอน  ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาจะอธิบายให้เข้าใจเพราะถึงรู้ไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาอยู่ดี

 

 

ชานซองมีสีหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน  แล้วนี่เขาจะทำยังไงดี  เชวซึงฮยอนสงสัยอยู่บ้างหลังจากที่อูยองถูกลากตัวกลับไปจากบ้านหลังนี้ อูยองเอาแต่นั่งซึมเหม่อลอยแทบไม่พูดไม่จากับใคร ถึงแม้จะพยายามทำตัวร่าเริงต่อหน้าเชวซึงฮยอนแต่มันก็ทำได้แค่ฝืน ๆ เท่านั้น 

 

 

“พี่ชายนายทำอะไรอูยองหรือเปล่า”  ซึงฮยอนเรียกชานซองไปพบเมื่อเขาคาดคั้นจากอูยองที่ได้แต่บ่ายเบี่ยงตอบไปว่าเหนื่อยบ้างรำคาญบ้างที่ซึงฮยอนควบคุมเขาอย่างกับนักโทษ 

 

 

“ทำไมนายไม่ไปถามอูยองเองล่ะ”  ชานซองเองก็เคยตอกกลับไปแบบนั้นแกล้งทำเสียงหงุดหงิดรำคาญใจถึงต่อหน้าใคร ๆ เขาจะแสดงความเคารพเชวชึงฮยอนในฐานะผู้เป็นนายแต่ถ้าอยู่กันตามลำพังพวกเขาก็เป็นทั้งเพื่อนและพี่น้องที่ดีที่ซึงฮยอนไว้ใจ 

 

 

“ชั้นถามแล้วแต่อูยองไม่บอก อ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อย นายเป็นเพื่อนของอูยองแล้วนายก็เป็นคนให้อูยองไปอยู่ที่นั่น นายก็ต้องรู้สิ”  ชานซองได้แต่ส่ายหน้านั่งไขว่ห้างกอดอกมองซึงฮยอน เขาชะโงกหน้าเข้าหาผู้เป็นนายใหญ่ใกล้ๆ 

 

 

“ชั้นไม่รู้” 

 

 

“แน่ใจ” 

 

 

“แน่” 

 

 

“ก็ดี ถ้านายปิดบังชั้นเราคงต้องคุยเรื่องนี้กันยาว”  ชานซองมองหน้าซึงฮยอนนิ่ง ๆ แต่ในใจกลับรุ่มร้อนเขาหวาดวิตกว่าถ้าหากซึงฮยอนล่วงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างอูยองกับนิชคุณว่าอาจเกินเลยจากความเป็นลูกจ้างนายจ้างไปแล้วซึงฮยอนจะทำยังไง  ชานซองรู้อยู่เต็มอกว่าเชวซึงฮยอนทั้งรักและห่วงอูยองมาก  ไม่เพียงเพราะอูยองเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลจางและเป็นฐานอำนาจสำคัญของตระกูลเชวเท่านั้น แต่เพราะอูยองเปรียบเสมือนน้องชายร่วมสายเลือดที่เชวซึงฮยอนรักมากที่สุดด้วย

 

 

รักมากย่อมหวงมาก ถ้าเชวซึงฮยอนรู้ว่าทั้งสองคนนั่นอาจรักกันไม่มีทางอยู่เฉยแน่  ถ้าถึงวันนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่านิชคุณอาจไม่ตายดีแน่  แค่คิดเขาก็ขนลุกแล้ว 

 

 

แทคยอนไม่สนใจอาการบ่นกระปอดกระแปดของจุนซู  เขาหันมาเตือนชานซอง

 

 

“ชาน...นายโทรจองโต๊ะสิ”  ชานซองเหลือบมองแทคยอนที่ยักคิ้วเอียงหน้ามองเป็นเชิงออกคำสั่ง  เขาปล่อยลมหายใจดังพรืดสีหน้าเซ็งสุด ๆ จำใจกดเบอร์โทรศัพท์โทรหาผู้จัดการดูแลผับที่เป็นเพื่อนของเขาและเป็นสมุนมือดีของเชวซึงฮยอนอีกคนนึงด้วย  สายตาเหลือบมองพี่ชายสองคนที่ยืนลุ้นอยู่ข้าง ๆ พอสัญญาณตอบรับดังขึ้นชานซองก็กรอกเสียงลงทันที

 

 

“ดูจุน นี่ชั้นเองนะ”

 

 

[เออ... ว่าไง]

 

 

“คืนนี้นายจองโต๊ะให้ชั้นหน่อยวีไอพีนะ....เอ่อ อาจจะกลุ่มใหญ่หน่อยนะซักสิบคน” ชานซองเหลือบตามองจุนซูที่ชูมือบอกจำนวนให้

 

 

[ได้...ให้จองในชื่อนายหรือเปล่า]

 

 

“ใช่” ชานซองเหลือบมองพี่ชายอีกสองคนที่เอาหูแนบกับโทรศัพท์คนละข้างลอบฟังเสียงสนทนากับปลายสาย

 

 

[เออ....ชาน นายมาก็ดีแล้ว ซึงฮยอนยอมให้อูยองกลับมาทำงานแล้วนะ ไอ้เด็กแสบนั่นทั้งอ้อนทั้งอาละวาดจนซึงฮยอนต้องยอมให้อูยองกลับมาทำงานที่นี่ เจ้าตัวก็เลยประกาศเลี้ยงฉลองให้คืนนี้เป็นฟรีแดนซ์ นายก็มาให้ไว ๆ ด้วยล่ะ เผื่อมาช่วยชั้น ท่าทางคืนนี้งานจะเข้าว่ะ]

 

 

“เลี้ยงฉลอง...อย่างนั้นเหรอ”  ชานซองครางในลำคอเข้าใจแล้วว่านิชคุณจะพาพวกเขาไปเลี้ยงฉลองเรื่องอะไร ชานซองเริ่มปวดหัวหนึ่บ  คืนนี้งานนายเข้าแน่ดูจุน  ชั้นกำลังจะพางานช้างไปหานายอยู่นี่ไง

 

 

“แล้วอย่างนี้ซึงฮยอนไม่มาคุมอูยองเหรอ...” ชานซองรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสุกจากการบดเบียดของพี่ชายทั้งสองที่เงี่ยหูฟังอยู่ไม่ห่าง

 

 

[ซึงฮยอนมีประชุมกับนายท่านคืนนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมาตอนดึก ๆ นายมีอะไรหรือเปล่า]

 

 

“เอ่อ... เปล่าไม่มีอะไรหรอกขอบใจ  แค่นี้นะแล้วเจอกัน”

 

 

ชานซองปิดโทรศัพท์ลงก่อนมองหน้าพี่ชายทั้งสองคนที่ยืนจ้องตาไม่กระพริบเหมือนกลัวข้อมูลจะหล่นหายระหว่างรอฟังชานซองพูด  ชานซองนิ่งคิดทบทวนนิดนึงก่อนมองหน้าแทคยอน

 

 

“คืนนี้อูยองจะกลับไปทำงานที่ผับ”  แทคยอนยืนกอดอกอีกมือลูบคางสมองใช้ความคิดอย่างหนัก  จุนซูมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา

 

 

“แล้วไง อย่าบอกว่านะไอ้คุณจะไปที่นั่นเพราะอูยองน่ะไม่มั้ง  บังเอิญหรือเปล่า ไอ้คุณมันจะรู้ได้ไงว่าอูยองจะไปทำงานคืนนี้  นายเองก็เพิ่งรู้เมื่อกี๊ไม่ใช่เหรอ”

 

 

สองหนุ่มมัวแต่ไล่ตามความคิดนิชคุณทีละเปราะไม่สนใจคำพูดของจุนซู  แทคยอนนิ่งคิดสมองทบทวนเส้นทางวกวนในกลอุบายของเพื่อน

 

 

“พี่นายไม่ได้อยู่เฉยมาตั้งแต่ทีแรกแล้วล่ะชาน ไอ้คุณมันคงสงสัยเรื่องที่เราแอบคุยกัน  ในเมื่อมันคาดคั้นเอาคำตอบจากนายไม่ได้ มันก็เลยจัดการหาคำตอบด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านเรา” แทคยอนมองชานซองยิ้ม ๆ

 

 

“พี่ว่าไอ้คุณมันคงรู้มากกว่าที่เราคิดแน่ ๆ ”

 

 

สีหน้าลำบากใจฉายชัดบนใบหน้าชานซอง เขาลืมเสียสนิทว่านิชคุณมีสมองเป็นเลิศแค่ไหน พี่ชายที่แสนดีของชานซองมักซ่อนความลับมากมายบนใบหน้าหล่อเหลานั่น นี่เขาประมาทพี่ชายตัวเองขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยให้ตายเหอะ!

 

 

“ตอนนี้เชวซึงฮยอนวางกำลังคนไว้แน่นหนามาก ถ้าพี่คุณเกิดทำอะไรบ้าระห่ำขึ้นมาล่ะก็พวกเราตายหมู่แน่”

 

 

จุนซูได้แต่ยืนงงเรื่องที่แทคยอนพูด  มันเรื่องอะไรกัน

 

 

“นี่ ๆ บอกชั้นหน่อยได้มั๊ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น”  จุนซูสะกิดแขนแทคยอนยิก ๆ นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า

 

 

“อย่าเพิ่งรู้ได้มั๊ย  รอให้แน่ใจก่อน”  แทคยอนหันมาดุจุนซูที่ทำหน้าหงุดหงิดตั้งท่าจะโวยวายอีกรอบ

 

 

“แล้วเมื่อไหร่พวกนายจะแน่ใจละโว๊ย ต้องให้ชั้นตายไปก่อนพวกนายถึงจะแน่ใจหรือไงล่ะ นะนะ บอกหน่อยดินะแทคน๊า”  จุนซูบีบแขนแทคยอนเอาใจ พลางทำเสียงอ้อนใส่

 

 

แทคยอนสุดเอือมอาการสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนเหลือเกิน เขาพยายามแกะมือที่เหนียวเป็นกาวของจุนซูที่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย

 

 

“อยากรู้ก็จะเล่าให้ฟังแต่ไม่ใช่ตอนนี้เข้าใจมั๊ย”  แทคยอนทำหน้าเคร่งเอ่ยเสียงดุใส่จุนซูที่หน้างอง้ำอย่างขัดใจ  ชานซองเห็นท่าว่าสองคนนี้จะทะเลาะกันไม่เลิกเขารีบแทรกตัว ยกมือห้ามทั้งสองคนให้พักรบกันไว้ก่อน

 

 

“พี่สองคนเลิกทะเลาะกันก่อนได้มั๊ยครับ ผมว่าเราไปแต่งตัวกันดีกว่า ขืนชักช้าพี่คุณฉายเดี่ยวแน่” ชานซองลากแขนจุนซูที่ตั้งท่าจะเถียงกับสารวัตรแทคยอนอีกรอบ ชานซองหยุดกึกก่อนหันมามองที่ชายทั้งสอง

 

 

“ผมว่าพวกพี่เอานังหนูติดตัวกันไปคนละกระบอกก็ดีนะครับ เอาไว้เผื่ออุ่นใจน่ะครับ”

 

 

จุนซูอ้าปากค้างเนี่ยเขาต้องพกนังหนูมีลูกเป็นกระสุนอย่างที่ชานซองว่าด้วยเหรอเนี่ย โอ๊ย!จะบ้าตายเขาไปเที่ยวหรือไปรบกันแน่เนี่ย ต่างจากแทคยอนที่พยักหน้าเข้าใจ พกให้อุ่นใจก็ไม่เสียหลายแต่เขากลับมีข้อสงสัยว่าจะเอาเข้าไปได้ยังไงกัน

               

“ก็ไหงนายว่าซึงฮยอนให้ลูกน้องตรวจเข้มไง แล้วมันจะไม่มีปัญหาเหรอ”  ชานซองส่ายหน้าแทนคำตอบ

 

 

“ถ้าไปกับผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าผมเป็นใครน่ะ”  ชานซองยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ แทคยอนเพิ่งถึงบางอ้อ ลืมไปเสียสนิทว่าน้องเล็กของพวกเขามันไม่ธรรมดาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

 

 

“เออ ชั้นลืมไปว่ะว่าตอนนี้นายเป็นสมุนคนสนิทของเชวซึงฮยอนไปแล้ว”

 

 

ชานซางยิ้มรับและก็ต้องคลายรอยยิ้มลงสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“แต่ถ้าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับอูยอง  ผมอาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งพร้อมลมหายใจของตัวเองด้วยนะครับ”

 

 

ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันเสียงถอนใจยาวดังเฮือก แยกย้ายห้องใครห้องมันเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉลองคืนนี้ พวกเขาจะมีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนิชคุณคนเดียวเท่านั้น  พวกเขาทั้งสามอดหวั่นใจกับประโยคที่แทคยอนพูดทิ้งท้ายไว้ไม่ได้

 

 

“ชั้นก็หวังว่าคืนนี้ไอ้คุณมันแค่อยากเลี้ยงเหล้าพวกเรา ไม่ได้คิดบุกเข้าถ้ำเสือขโมยลูกเสืออย่างคุณหนูจางอูยองเหมือนที่พวกเรากลัวก็เท่านั้น”

 

 

 

 

 

 === To be Continue ====

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk>>>talingping

 

ชีวิตจริงไรท์เตอร์มันรันทด  เลยจัดหนัก ๆ กะคุณด้งแทน 5555  อ่ะตอนต่อไปคุณด้งจะเหนื่อยกว่านี่อีก แต่เหนื่อยแบบไหนต้องตามลุ้นกันต่อไป หุหุ 

ช่วงนี้ปิงไร้คอมพ์พิวเตอร์เลยต้องแอบมาลงที่ออฟฟิศแทนเพราะงั้นมันก็เลยช้าซ๊าาาาาาา แต่ก็พยายาม(แอบ)ลงให้เพื่อน ๆ ไ่ม่ขัดใจ เพราะปิงเองเวลาไปอ่านฟิคคนอืื่นลงช้าก็หงุดหงิดเหมือนกัน เหอ ๆ

จะบอกว่าตอนต่อไปจะอิโร..นิด ๆ นิสสสสเดียวจริง ๆ อยากลองของขอเขียนอะไรแบบนี้บ้าง แต่จะทำได้ดีแค่ไหนก็ติดตามด้วยนะคะ

ขอคอมเมนท์ให้ปิงบ้างนะคะ ปิงจะหมดแรงอยู่แล้วเนี่ย ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ขอบคุณจากใจค่ะ

 

 

 


Comment

Comment:

Tweet

นั้นไงว่าแล้วเชียว พี่คุณที่แสนฉลาดไม่ยอมปล่อยอูยองไปง่ายๆ
รักมากสะขนาดนั้น แต่ก็หวังว่าอิพี่คงไม่บ้าคลั่งมากนะคะ ^^

#15 By anty LOVE taec Two on 2015-09-13 11:06

สนุกมากคุณปิง ตื่นเต้น ลุ้นระทึกตามไปด้วย
ขอบคุณมากนะคะ

#14 By travelsweet on 2013-04-25 18:13

อ่านปลุ้นไปค๊าา ว่าจะเป็นยังไงต่อไป

#13 By คุณด้ง (103.7.57.18|171.97.26.59) on 2012-05-01 15:59

กริ๊ดดด ตื่นเต้นมากมายค่ะ ลุ้นๆ

#12 By Leeya (171.7.218.127) on 2012-03-17 04:25

สนุกมากมายไรเตอร์
นับวันเนื้อหายิ่งเข้มขนมากๆ
รักไรเตอร์ที่สุดดดดดด
มันส์มากขอบอกว๊ากกก

#11 By Visa (27.55.3.92) on 2012-01-09 15:57

การเปลี่ยนแปลง ชัดเจนมาก หน้ามือเป็นหลังมือ ปกติอยู่แต่ในโลกตัวเอง นี่อารายยยยย~~~ เดินฮัมเพลงมาเชียว ที่อยู่ในกล่องอ่ะ เกี่ยวกะด้งสินะเลยอารมณ์ดีขึ้นมา ^ ^ เหมือนว่าพี่คณจะเอาจริงแล้วแหละ จะทวงน้องคืนแล้วใช่มะ สู้ๆ!!!

เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ต้องหวงขนาดนี้เชียวยังกะลูกอ่ะ ต้องมีไรแน่ๆ (รึพลอยคิดมากไปเอง น้องมันน่ารักก็มีแต่คนหวงนี่นะ)

ซูกะแทคนี่คู่หูคู่ฮาอ่ะค่ะพี่ปิง ชอบแต่ละประโยคที่สองคนนี้พูดมาก น็อกคนอ่านเลย 555 ทั้งจิกทั้งฮา

ขอบคุณค่ะพี่ปิง ^ ^

#10 By ploy saii (101.51.48.128) on 2011-10-20 23:21

เสี่ยง..

มันเสี่ยงตั้งแต่ที่พี่คุณจะบุกถ้ำเสือแล้วว !
แล้วยิ่งลูกเสือนั้นช่างน่ารัก น่าเอ็นดูน่าเอามาเลี้ยงเองขนาดนั้น

อ๊ากกกกกกกกกกกก ><!!!!
ฮามากค่ะะะ ชอบมาก บทสนทนาของสามหนุ่ม เปิดคาเฟ่ได้เลย
5555555555.

ขอบคุณไรเตอร์ค่ะ ^^double wink cry cry Hot! Hot! Hot!

#9 By dinamix on 2011-08-05 18:01

พี่คุณที่แท้ก็วางแผนไว้แล้วนี่เอง

คืนนี้พี่จะไปลักพาตัวด้งหรือเปล่าเนี่ย

ติดตามๆๆๆ

ไรเตอร์แต่งสนุกมากเลย อยากอ่านต่อเรื่อยๆ เลยอ่า

#8 By ladielizz (124.122.75.216) on 2011-03-12 19:26

สู้ต่อไปจ้า

ติดตามอยู่นะ

#7 By (223.206.159.101) on 2010-12-31 09:52

โอ้ยยยย ตอนอยุ่ใกล้ๆได้ง่ายๆไม่คว้าไว้

อิตอนนี้หล่ะเป็ฯงัยหล่ะ จะได้เจอทีเสี่ยงตายแหล่ไม่ตายแหล่

เอาเว้ยสู้ๆ

#6 By hip2dapo on 2010-12-03 20:12

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อูย๊องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ทำไมหนูถึงได้มีค่าแบบนี้นะ อิแม่ปลื้มมากกก กระโดดกอดไรเตอร์แรงๆๆๆๆๆ อิพี่คุณเอาแล้วไง คือตอนก่อนที่กูเม้นไปบอกว่าให้สู้ๆเนี่ย แม่งทันใจมากโว้ยยย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้มึงเข้าไปตายนะยะ แล้วหล่อๆทั้งหลายเพื่อนแกน้องแกก็อาจจะตายด้วยก็ได้นะยะ ฮือๆๆๆๆ

คือเราชอบมากตรงที่พี่คุณมันไม่ได้อยู่เฉยๆเศร้าไปวันๆอย่างตอนแรกอ่ะ คือคิดไว้แล้วว่าตอนนี้นิชคุณมันยังเศร้าหมดอาลัยตายอยากอยู่เราจะเคืองมันมาก แต่พอมารู้ว่าที่ผ่านมามันยังมุมานะอยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับน้องเรางี้กรี้ดเลย กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด แล้วเป็นไง อูยองแม่งโคตรสูงศักดิ์ อารมณ์องค์ชายชัดๆ แล้วนิชคุณเป็นแค่กำนันเองอ่ะ (อีนี่..- -)

แล้วน้องจะมาทำงานนนนนนน น้องงงอแงง้องแง้งจนสำเร็จสินะ น่ารักจริงๆเลยจางอูยอง หนูน่ารักมากกก ของให้เจอออ และหวังว่าอีพี่คงไม่ฉุดเด็กเขามานะยะ ยิ่งใกล้วันที่น้องจะอายุยี่สิบแล้วอ่ะ อ้ากกกกกกกกกกกกกกก ยิ่งใหญ่จริงๆว้อยยย

ขอบคุณค่ะ
สนุกมากกกกกกกกกก

#5 By kumameaw on 2010-12-03 19:23

“พวกเราไปแต่งตัวเหอะ เอาชุดที่หล่อที่สุดนะโว้ย! เผื่อจะได้ใส่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”ตลกได้อีกนะสารวัตรแทค...ฮ้า~ดีจังจะได้เจอกันแล้ว

...สู้สู้ไรท์เตอร์question question question

#4 By Yukisho (223.206.4.16) on 2010-12-01 16:22

แหม่!! วันนี้มาแปลกจริงๆแหละ
อารมณ์แบบดีผิดปกติ จากมากไปมากๆ จนเพื่อนสงสัย
มีพิรุทธ์เกินไปไหมค่ะ แหม่ๆ
แต่อะไรมันจะโชคเข้าข้างกันขนาดนี้เนอะ
วันที่เฮียจะพาเพื่อนและน้องไปผับ(ข้ออ้างมาก)
จอย ก็ถูกปล่อยกลับมาทำงาน อ๊าก ก ก
จะได้เจอกัน จะได้เจอกันแล้วใช่ไหม
ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ รีดเดอร์จะทนรอไม่ไหวแล้วนะ
อยากรู้ความเป็นไปของลูกสาวบ้างไรบ้าง
หายไป หลายตอนไม่ส่งข่าว ให้พี่ท่านเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ฝ่ายเดียว

#3 By ll_lol on 2010-11-26 10:14

แอบติดตามมาเงียบๆๆ หนุกสุดๆๆ

#2 By (182.53.80.112) on 2010-11-25 19:58

ตามมาให้กำลังใจ

#1 By au (118.172.121.241) on 2010-11-25 16:26