[Fic - KhunWoo] Dream : Chap10

posted on 21 Nov 2010 15:34 by talingping-fiction
Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

====================

 

Chap: 10 still in love

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นหอมกรุ่นจากดอกลิลลี่บานสะพรั่งถูกจัดอยู่ในแจกันทรงสูงภายในห้องนอน ของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องนอนสีครีมสะอาดตา สายลมเย็นลอยพัดพาอากาศหนาวเยือกจากด้านนอกเข้ามาภายในห้อง ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นลงทุกขณะ

 

 

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดใบหน้าราวเทพบุตรเดินออกมาจากห้องน้ำนุ่ง เพียงผ้าขนหนูผืนเดียวหลังจากชำระร่างกายให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง เขาเอื้อมมือเปิดไฟหัวเตียงก่อนหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กที่พาดบนบ่าขึ้น เช็ดผมสีน้ำตาลที่เปียกชื้น หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วร่างกายจนหนาวสั่น ชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียงสายตาทอดมองความงามยามรัตติกาลทางระเบียงที่เปิด ประตูกระจกทิ้งไว้ ดวงดาวนับพันส่องประกายงดงามดั่งอัญมณีเลอค่า

 

 

“เช็ดอย่างนั้นแล้วเมื่อไหร่ผมจะแห้งล่ะครับ”

 

 

นิชคุณชะงักงันใจเต้นตึกตักก่อนเอี้ยวตัวมองเงาลาง ๆ ข้างกาย เขาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นเงาลางเลือนของอูยองปรากฎขึ้นพร้อมดึงผ้าขนหนูออก จากมือแล้วคลานขึ้นไปนั่งบนเตียงด้านหลังของเขาแผงอกอูยองแนบชิดกับแผ่นหลัง อูยองลงมือเช็ดผมนิชคุณอย่างทะนุถนอมเหมือนที่ทำให้เขาอยู่เกือบทุกวัน

 

 

“ทำไมเจ้านายไม่ใส่ชุดที่ผมเตรียมไว้ให้ล่ะครับ เดี๋ยวก็เป็นหวัดอีกหรอก เจ้านายเนี่ยดื้อชะมัดเลยนะ”

 

 

นิชคุณได้แต่ก้มหน้านิ่งยอมให้เด็กแสบจางอูยองเช็ดผมของเขาต่อไป เสียงเพลงหวานใสดังคลอในลำคอ จนนิชคุณอดเผลอร้องตามไม่ได้

 

“เจ้านายชอบเพลงนี้มั๊ยครับ”

 

 

อูยองก้มหน้าลงมาถามพวงแก้มน่ารักเฉียดใบหน้าของนิชคุณลมหายใจอุ่น ๆ รดต้นคอ ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้ารับ สร้างเสียงหัวเราะดีใจเหมือนเด็กๆ ให้กับอูยองได้ไม่น้อย

 

 

“ดีจังที่เจ้านายชอบ ผมล่ะอยากได้ยินเสียงเปียโนที่เจ้านายเล่นจัง เมื่อไหร่น๊อจะได้ยินน๊า”

 

 

เสียงหัวเราะของอูยองดังแว่วก่อนเลือนหายไปพร้อมเงาลางเลือนของอูยองเหมือนเป็นเพียงภาพฝัน

 

 

นิชคุณข่มตาลงมือขาวจิกลงบนขอบเตียงแน่น กล้ำกลืนความเจ็บปวดที่ปั่นป่วนอยู่ภายในให้มันลงไปกัดกร่อนหัวใจของเขา อย่างช้า ๆ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีจากความมืด ดวงตากลมโตเหลือบมองไปอีกมุมนึงของห้อง เหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์เขาลุกขึ้นยืนช้า ๆนิชคุณหยิบผ้าขนหนูสีขาวที่คลุมศีรษะวางไว้บนเตียง สาวเท้าเงียบกริบไปยังเงาตะคุ่มตรงมุมห้อง ยืนมองมันชั่วอึดใจแล้วดึงผ้าคลุมออกเผยให้เห็นโซฟาที่มีผ้าห่มทับหมอนสีขาว ใบใหญ่ที่ยังคงสภาพยับยู่ยี่จากการใช้งานของอูยองมานานร่วมเดือน

 

 

นิชคุณนั่งลงบนโซฟาปิดเปลือกตาลง มโนภาพในความทรงจำก่อร่างลางเลือนของเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกง ขาสั้นสีครีมที่เจ้าตัวใส่เป็นประจำ นิชคุณลูบผมของอูยองที่หลับสนิทเหมือนเด็กน้อยอย่างเบามือ เด็กหนุ่มนอนดิ้นจนผ้าห่มลงไปกองแค่ช่วงขา นิชคุณยกยิ้มก่อนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายที่หนาวสั่นของอูยอง   เขาโน้มตัวลงบรรจงจูบหน้าผากอูยอง เงาภาพลางเลือนจางหายไป นิชคุณลืมตามองพบเพียงความว่างเปล่า นิชคุณวางมือที่สั่นเทาลงบนหมอนลูบไล้เพียงแผ่วเบา คิดถึงสัมผัสและไออุ่นของใครบางคนที่เคยมอบให้เขาแทบทุกคืน

 

 

เขาอยากจะหัวเราะเยาะตัวเองนัก ตอนที่อูยองยังอยู่เขาไม่เคยใส่ใจว่าอูยองจะอยู่ยังไง จะกินจะนอนยังไง ไม่เคยใส่ใจว่าคนที่คอยดูแลเขามาเกือบเดือนจะหนาวสั่นเพราะอากาศหนาวเย็น หรือเปล่า จะเหนื่อยล้าจากที่ต้องคอยดูแลเขาหนักหนาสาหัสบ้างมั๊ย ไม่เคยแสดงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าเป็นห่วงกันเลยสักนิด

 

 

แล้วตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ทำราวกับอูยองยังอยู่ที่นี่ ยังคอยพูดปลอบใจให้กำลังใจยามที่เขาหดหู่ท้อแท้นายปล่อยเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไรกันนิชคุณ

 

 

นิชคุณล้มตัวลงนอนซบหน้าลงบนหมอนที่ยังมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของอูยองติดอยู่ดึงผ้าห่มเข้ามากอดไว้แนบอก ชายหนุ่มไม่อนุญาตให้แม่บ้านเข้ามาวุ่นวายในห้องนี้นับตั้งแต่อูยองจากไป เขาพยายามรักษาทุกอย่างเหมือนเมื่อครั้งที่อูยองยังอยู่

 

 

นิชคุณตะแคงตัวนอนสายตามองไปรอบห้องแม้จะมืดมิดแต่เขากลับเห็นเงาอูยองมากมาย ก่อรูปร่างไปทั่วห้อง เสียงทุ่มเถียงระหว่างกันดังลั่นในความทรงจำ นิชคุณรู้สึกปวดหัวจนเขาต้องลุกขึ้นสลัดศีรษะให้คลายความมึนงง

 

 

“..เจ้า..นาย...อ...อย่า...”

 

 

“ตัวนายหอมจังเลยอูยอง”

 

 

นิชคุณหันกลับไปมองต้นเสียง เขาได้แต่มองภาพตัวเองหยอกล้อกับร่างเล็กบนเตียงนอนในคืนสุดท้ายที่นอนด้วยกัน นิชคุณเห็นตัวเองจูบร่างเล็กที่อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขน เขาซุกไซ้ซอกคอขาวจนเกิดรอยสีแดงระเรื่อ มือหนาลูบไล้หน้าท้องแบนราบเคล้นคลึงผิวกายเนื้อละเอียดจนนิชคุณแทบอดใจไม่ ไหว

 

 

“อย่า...อื้อ~”

 

 

“ชั้นเพิ่งรู้วันนี้เอง... ว่านายน่ารักมากแค่ไหน”

 

 

“จ..เจ้า..นาย อื้อ~”

 

 

อูยองยอมให้นิชคุณเอาแต่ใจเกือบตลอดทั้งคืนและถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของ ร่างกายนั้นอย่างสมบูรณ์แต่สิ่งที่นิชคุณทำลงไปมันก็มากเกินคำว่าเจ้านายควร ทำเสียแล้ว

 

 

“อูยองชั้นคิดถึงนาย”

 

 

หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหมอนเขาทำได้เพียงซุกหน้ากลั้นเสียงสะอื้นกอดร่างที่สั่น เทิ้มไว้เพียงลำพัง ค่ำคืนอันเหน็บหนาวไม่เท่าความหนาวเหน็บภายในหัวใจที่มันกัดกร่อนหัวใจให้ ด้านชาลงทุกวัน

 

 

 

กว่าจะรู้ตัวว่ารักมากมายแค่ไหนมันกลับสายเกินไปที่จะฉุดรั้งคนที่รักไว้ได้

 

 

แม้คำว่ารักไม่อาจพูดออกไปได้ดั่งใจคิด

 

 

แต่เขาจะไม่มีวันลืมความรักที่อูยองมีให้

 

 

ไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหน

 

 

ความรักที่เหมือนดั่งฝันระหว่างเขากับอูยอง

 

 

จะยังมั่นคงไม่เสื่อมคลายและนับวันมันก็ยิ่งทวีเพิ่มขึ้น

 

 

แม้ต้องลาจากกันชั่วนิรันดร์.....

 

 

รักนั้นยังคงมีให้เธอเพียงผู้เดียว

 

 

“จางอูยอง….ชั้นรักนาย”

 

 

 

......

 

 

.......

 

 

 

 

ผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่ในเช้าวันที่อูยองกลับไปนิชคุณเอาแต่ขังตัว อยู่ในห้องนอนตลอดทั้งวันจนชานซองอดรนทนไม่ไหวต้องลากพี่ชายเขาออกมาจากใน ห้อง แต่พอเห็นสภาพของพี่ชายตัวเองก็ได้แต่ยืนอึ้งเขาไม่คิดว่านิชคุณจะเป็นไปได้ มากขนาดนี้ ดวงตากลมโตแดงก่ำดูหม่นหมองใบหน้าเงียบขรึมดูไร้ชีวิต นิชคุณนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาไม่พูดไม่จาอะไรกับเขาซักคำ ชานซองรั้งนิชคุณเข้ามากอดไว้แน่น นี่เขาทำอะไรลงไป

 

“พี่ชายผมขอโทษ”

 

ถ้าเขาต้องเสียน้ำตาเพราะเรื่องนี้เขาก็ยอม นี่เพราะเขาใช่มั๊ยนิชคุณถึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้

 

“พี่ไม่เป็นไรชาน อย่าร้องไห้”

 

นั่นเป็นประโยคแรกที่นิชคุณเปิดปากพูด และเกือบจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ชานซองได้ยิน

 

......

 

......

 

 

 

“อย่าคิดมากสิวะคุณ ยังไงไอ้เด็กแก้มป่องนั่นน่ะก็อยู่ในใจนายเสมอนะเว้ย”

 

คำปลอบใจที่ดังขึ้นไม่เว้นแต่ละวันจากอคแทคยอนไม่ได้ทำให้นิชคุณดีขึ้น นิชคุณพูดแทบนับคำได้เขาพยายามที่จะปลีกตัวออกมาอยู่เพียงลำพัง แต่ไม่ว่านิชคุณอยู่ที่ไหนอีกสามหนุ่มก็จะลากกลับมาอยู่ด้วยกันในห้องนั่ง เล่นด้วยกันแทบทุกครั้ง

 

“ชั้นไม่กิน”

 

นิชคุณปัดเบียร์ที่จุนซูรินใส่แก้วอย่างเอาใจ แทคยอนกับจุนซูมองอย่างแปลกใจ นิชคุณเลิกกินของพรรณนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ชานซองได้แต่มองความเปลี่ยนแปลงของพี่ชายตัวเองอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนนิชคุณกำลังจะสร้างโลกใบใหม่ที่ใช้คุ้มครองตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ชานซองเริ่มรู้สึกเหมือนโลกที่นิชคุณสร้างขึ้นเว้นที่ว่างไว้ให้ใครอีกคน

 

ใครคนนั้นที่จากกันไปแล้ว

 

......

 

……

 

 

เสียงเปียโนบรรเลงท่วงทำนองหวานเศร้าจากนิ้วเรียวอดีตนักเปียโนชื่อดังระดับ มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ยินมานานกลับดังกังวานอีกครั้ง ชานซองชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าบ้านมือสองข้างหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาพร้อมจุนซูต่างมองหน้ากัน กลิ่นดอกไม้นานาพันธ์ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องพวกเขาต่างมองกันอย่างแปลกใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นพวกเขามองมาทางแทคยอนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่สารวัตรกล้ามโตกลับทำได้เพียงส่ายหน้าแทนคำตอบ

 

“ผมชอบเพลงนี้จัง เจ้านายสอนผมเล่นเปียโนบ้างได้มั๊ยครับ”


“ได้สิ ชั้นจะสอนให้”

 

 

นิชคุณเหลือบมองเก้าอี้ข้างตัวที่ครั้งนึงอูยองเคยนั่งฟังเขาเล่นเปียโน ครั้งแรกนับแต่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นในชีวิตของเขาแต่บัดนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงเขานั่งอยู่เพียงลำพัง นิชคุณบรรเลงเพลงที่อูยองเคยขอให้เขาเล่นในคืนนั้นซ้ำไปซ้ำมา

 

ชายหนุ่มหลับตาลงก่อนลืมตามองความว่างเปล่าที่อยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง จังหวะเพลงเปลี่ยนเป็นอีกเพลงและอีกเพลง ทุกท่วงทำนองล้วนแล้วแต่เป็นเพลงที่อูยองเคยร้องคลออยู่ในลำคอแทบทั้งนั้น ทำไมบทเพลงเหล่านั้นเขาถึงจำมันขึ้นใจนะ ทำไมเขาถึงจำทำนองเพลงเหล่านั้นได้

 

ทำไม!!

 

 

และนับจากคืนนั้นในทุก ๆ คืน ทั้งเพื่อนและน้องรักจำต้องฟังเสียงเปียโนท่วงทำนองกรีดลึกลงไปในใจคนฟันจนแทบอดหลั่งน้ำตาไม่ได้

 

“พี่นายท่าจะอาการหนักกว่าเก่าว่ะชาน”

 

อคแทคยอนที่ได้กลายเป็นแขกประจำบ้านหลังนี้บุ้ยใบ้ไปยังชายหนุ่มที่เป็นนักดนตรี ประจำบ้านในทุกค่ำคืนไปแล้ว ดูเหมือนนิชคุณจะไม่ได้สนใจใครทั้งนั้น ชายหนุ่มกำลังจมอยู่กับโลกที่ตัวเองสร้างขึ้น

 

“เฮ้อ เมื่อไหร่ไอ้คุณมันจะหายช้ำในซะทีวะเนี่ย”

 

จุนซูได้แต่นอนเกยคางฟังเพลงที่นิชคุณเล่น ถึงมันจะฟังดูไพเราะยังไงก็เถอะแต่มันเศร้าจับใจเลยให้ตายเหอะ!

 

 “ชั้นว่าพวกเราคงจมน้ำตาตายกันแน่ว่ะงานนี้”

แทคยอนได้แต่พยักเพยิดไปทางชานซองที่นั่งกอดอกมองพี่ชายตัวเอง เขาเองก็หนักใจไม่แพ้คนอื่น อย่าว่าแต่นิชคุณอาการหนักเลย อีกคนก็ใช่จะอาการน้อยไปกว่ากัน

 

เพียงแต่ใครอีกคนจำต้องซ่อนอาการปวดร้าวเอาไว้ไม่แสดงออกให้ใครเห็นโดยเฉพาะกับเชวซึงฮยอน และเพราะพี่ชายเขาเป็นแบบนี้ชานซองเลยจำต้องกลับมานอนที่บ้านทิ้งให้จุนโฮ อยู่กับซึงรีลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งมาอาศัยอยู่ด้วยกัน


“ไม่ต้องห่วงนะฮะพี่เขย ผมจะดูแลพี่อูยองกะพี่จุนโฮเอง”

 

ถึงชานซองจะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเด็กตาห้อยเหมือนหมีแพนด้านัก แต่อย่างน้อยเขาก็เชื่อว่าสองคนนั่นจะปลอดภัยการคุ้มครองอย่างดีของสมุน ฝีมือดีของเชวซึงฮยอนอย่างแน่นอนนั่นก็เพราะอูยองไม่ยอมออกจากอพาร์ทเมนท์ไป อยู่คฤหาสน์ตระกูลเชว ซึงฮยอนเลยต้องส่งคนมาดูแลคุ้มกันให้ ถึงแม้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ต่างพากันสงสัยที่มีผู้ชายน่ากลัวมา เดินป้วนเปี้ยนเต็มอาคาร แต่พอรู้ว่าเป็นคนของผู้ทรงอิทธิพล
อย่างเชวซึงฮยอนก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จะมีก็แต่...

 

“พี่อูยองเป็นกิ๊กกะเจ้าพ่อหน้าดุนั่นเหรอฮะ โหยยยย หน้าก็โหด เก๊กโคตร ๆ พี่อูยองเอามาเป็นแฟนได้ยังไงกัน”

 

ชานซองได้แต่หัวเราะขำ เรื่องที่อีซึงรีบ่นงุบงิบออกอาการหมั่นไส้กับความขี้เก๊กของเชวซึงฮยอน เพราะหากเขากับอูยองไปไหนก็จะมีจุนโฮกับซึงรีพ่วงท้ายไปด้วยตลอด อีซึงรีไม่ชอบความวุ่นวายเรื่องมากแต่พอรู้ว่าพวกนั้นคอยดูแลพวกเขาทุกคนซึง รีก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย

 

เขาไม่เคยแก้ตัวให้อูยองในเรื่องที่ใครหลายคนเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนแก้มป่องของเขากับเชวซึงฮยอน ปล่อยไปแบบนั้นก็ดีจะได้ไม่มีใครกล้ามากวนใจอูยอง แม้แต่นิชคุณเขาก็ไม่บอกความลับนี้ให้ล่วงรู้ เพราะถ้ารู้นิชคุณไม่มีวันอยู่เฉยแน่

 

เขารู้ว่าตอนนี้ความรักกำลังเข้าตาพี่ชายตัวเองอยู่ ความเงียบขรึมบนใบหน้าเรียบเฉยเป็นเพียงมายาฉาบกั้นความรู้สึกแท้จริงไว้ภาย ในอย่างมิดชิดการสร้างเกราะป้องกันความเจ็บปวดที่นิชคุณชอบสร้างขึ้นมาคุ้ม ครองตัวเอง

 

จุนซูเขย่ากระป๋องเบียร์หรี่ตาดูหยดน้ำสีเหลืองในกระป๋องหมดเป็นกระป๋องที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้เขา เหลือบมองนิชคุณแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวหนักใจกับอาการอกหักของเพื่อน  มือยังควานหาเบียร์กระป๋องใหม่ในกระติกน้ำแข็งด้วยสีหน้าเซ็งสุด ๆ เขาต้องลดละเลิกเที่ยวกับสาว ๆ ในบัญชีรายชื่อมาเกือบอาทิตย์จนจะลงแดงอยู่แล้ว ปกติสาว ๆ ไม่เคยห่างกายจุนซูในยามพระอาทิตย์ตกแบบนี้ แต่เพื่อนย่อมสำคัญกว่าสาว ๆ ขาวอวบแก้มอิ่มปากเล็กน่ารัก  เพราะอย่างนั้นเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน

 

“โอ๊ย!! ใครก็ได้ เอาทิชชู่ให้กูทีกูอยากร้องไห้”

 

 

……

 

……

 

 

“คุณชายใหญ่อยู่ในห้องทำงานค่ะคุณชาน”

 

ชานซองถอนใจเหนื่อยอ่อนได้แต่พยักหน้ารับรู้ นิชคุณเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานหลังจากกลับมาจากบริษัทเกือบทุกวันกว่า จะออกมาก็