[Fic - KhunWoo] Dream : Chap6

posted on 10 Nov 2010 21:03 by talingping-fiction
Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

 

 

====================

 

 
 
Chap 6 :Open your eye, Open your heart
 
 

 

 

 

 

 

เสียงเครื่องยนต์สี่สูบจากรถคันโตสีดำสนิทดังกระหึ่มบนท้องถนนมาแต่ไกล ก่อนตีโค้งเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายส่วนบุคคลนอกเขตตัวเมือง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเครื่องยนต์ที่กำลังคำรามก้องวับวามจนดูน่าเกรงขาม ร่างผู้เป็นเจ้าของรถยังนั่งคร่อมอยู่บนนั้นเขาบิดกุญแจดับเครื่องลง วาดขายาวลงจากอานหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านล้อมด้วยรั้วสีน้ำตาลเป็นทางยาว หรือถ้าจะเรียกให้ถูกน่าจะเรียกสิ่งก่อสร้างขนาดหลายสิบไร่นี่ว่าคฤหาสน์น่าจะดูเหมาะสมกว่า

 

 

ชานซองถอดหมวกกันน็อคสีดำออกก่อนสะบัดผมกระจายมือเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าออก เขาควานหากุญแจบ้านในเสื้อแจ็กเกตก่อนไขประตูเล็กหน้าบ้านเข้าไปโดยไม่รอคนรับใช้มาเปิดรับ เท้ายาวสาวเดินเอื่อย ๆ ไปตามทางเดินที่ถูกปูพื้นอย่างสวยงาม พร้อมกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณสวนหน้าบ้านที่ยังคงความงดงามเหมือนทุกครั้งที่เขาเคยเห็น   ไอเย็นรายรอบตัวจนหนาวสั่นแม้จะเป็นช่วงเวลาบ่ายแล้วก็ตาม แต่บรรยากาศที่นี่ยังเย็นเยียบไม่ต่างจากอากาศยามเช้าเท่าไหร่นัก

 

บ้านสวยหลังนี้เป็นฝีมือการออกแบบของพี่ชายเขารวมทั้งสวนงดงามราวกับสรวงสวรรค์แห่งนี้ด้วยมันเป็นแค่พรสวรรค์เล็กๆ น้อยๆ ที่พี่ชายเขามีไม่นับรวมกับความสามารถในด้านอื่นๆที่ติดตัวนิชคุณมา  พรสวรรค์ที่ชานซองไม่มีแม้แต่น้อย

 

ชายหนุ่มซุกมือในเสื้อแจ็กเกตก่อนเดินเข้าบ้าน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้นานาชนิดส่งกลิ่นหอมล่องลอยไปทั่วบริเวณ กระจกติดผนังบ้านสีเขียวสะท้อนแสงแดดวิบวับงดงามเหมือนที่มันเคยเป็น ปลาคาร์ฟสีจัดหลายตัวยังคงว่ายวนอยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่ใต้สะพานไม้สีแดงสดแม้อากาศจะเย็นมากก็ตาม ทุกอย่างรอบตัวเขาดูจะเหมือนเดิม  แต่มีบางอย่างที่เขารู้สึกว่าแปลกแตกต่างจากทุกวัน

 

“ทำไมวันนี้บ้านมันเงียบอย่างนี้นี่” 

 

ชานซองอดจะแปลกใจไม่ได้ แค่เพียงชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน เขายิ่งรับรู้ถึงความผิดปกติ น่าแปลกบ้านหลังนี้ไม่เคยเงียบเชียบอย่างนี้มานานแล้วตั้งแต่อูยองเข้ามาดูแลพี่ชายเขา มันต้องมีเสียงอึกทึกครึมโครม เสียงโวยวาย หรือไม่ก็เสียงแก้วจานที่แตกกระจายเป็นประจำแทบทุกครั้งที่เขากลับมาที่นี่

 

 

ชายหนุ่มสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่พี่ชายเขามักจะขลุกอยู่ในห้องนี้เป็นเวลานานกับการเล่นเปียโนสีดำตัวเขื่องงานอดิเรกที่พี่ชายต่างมารดาของเขาโปรดปรานมาตั้งแต่วัยเยาว์  เพียงแต่ในระยะหลังนิชคุณกลับหันไปสนใจเบียร์ในกระป๋องเสียจนเมาหัวทิ่มแทบทุกวันซะมากกว่า

 

 

จะมีใครจำพี่ชายเขาได้มั๊ยว่านิชคุณเคยเป็นอดีตนักเปียโนมือหนึ่งระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วรวมทั้งเป็นเดือนคณะที่เลื่องลือที่สุดในรุ่นด้วย ชีวิตอันรุ่งโรจน์ที่เขาไม่แน่ใจนักว่านิชคุณยังจำอดีตของตัวเองได้หรือเปล่า

 

“ไม่มี” 

 

น่าแปลกทำไมไม่มี ชานซองได้แต่ยืนหมุนอยู่กลางห้อง คิ้วขมวดจนแทบพันกันเป็นปมพี่ชายเขากับคนดูแลตัวแสบหายไปไหนกันหมดหรือจะอยู่บนห้องกันนะ ชานซองกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบนพลันได้ยินเสียงดังแว่ว ๆ จากด้านหลังบ้าน เขาชะงักฝีเท้าก่อนเดินออกไปเปิดประตูกระจกด้านริมสระว่ายน้ำออก สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ไร้ผู้คนมีเพียงคลื่นน้ำซัดเป็นระลอกอยู่ในสระตามกระแสลมที่พัดผ่าน พลันสายตาเรียวคมเห็นบางอย่างลอยเกาะกลุ่มกันอยู่กลางอากาศกระทบแสงแดด เขาได้แต่มองแปลกใจสองคนนั่นเล่นอะไรกันเนี่ย

 

……

……

 

เสียงฝีเท้าย่ำลงบนทางเดินปูด้วยแผ่นหินลาดออกไปด้านนอกไปบริเวณสวนหลังบ้านกลับเงียบสนิทเพราะมันถูกกลบด้วยเสียงโหวกเหวกทุ่มเถียงดังลั่นสะท้อนกำแพงบ้านเสียงก้องกังวาลน้ำเสียงที่เขารู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้เสียงเหล่านั้นจะดังก้องไปทั่วแต่เขากลับไม่รู้สึกถึงอารมณ์เกรี้ยวกราดที่สาดใส่ต่อกันด้วยถ้อยคำเหล่านั้นมันดูผิดแปลกจากทุกครั้งที่ได้ยินมาซะเหลือเกิน

 

 

ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านรั้วเถาวัลย์ต้นมอนิ่งเกลอรี่ที่ปลูกคั่นระหว่างสระว่ายน้ำกับสนามหญ้าหลังบ้าน เขายืนกอดอกมองภาพที่ปรากฏตรงหน้างดงามดั่งความฝัน ฟองแชมพูหลากสีลอยล้อแสงอาทิตย์ยามบ่ายอยู่กลางอากาศ

 

 

พี่ชายของเขากำลังนอนบนเก้าอี้ผ้าใบตัวยาวสีขาวผมยาวประบ่าสีน้ำตาลทองปกคลุมไปด้วยฟองแชมพูกลิ่นหอมปากยังโวยวายไม่หยุดหย่อน ส่วนเพื่อนช่างจ้อของเขากำลังขยำขยี้ผมบนศีรษะพี่ชายของเขาอยู่ แต่มองดูไกลๆ เหมือนกำลังทึ้งศีรษะคนที่นอนอยู่ซะมากกว่าปากก็ยังว๊ากคนที่นอนเสียเปรียบไร้แรงต่อสู้อยู่บนนั้น

 

 

"นอนนิ่ง ๆ ไม่ได้หรือไงครับ เดี๋ยวแชมพูก็เข้าตาหรอก"

 

"นายก็ทำให้มันเบา ๆ หน่อยไม่ได้หรือไงฮะ!! แรงควายชัดๆ "

 

"หนอย!!! ว่าอีกแล้วนะ เจ้านายก็นอนให้มันนิ่ง ๆ หน่อยสิครับ ยุกยิกอยู่ได้" อูยองกระชากผมสีน้ำตาลที่ผงกศีรษะขึ้นให้กลับมานอนนิ่ง ๆ เหมือนเดิม

 

"โอ๊ย!!ชั้นเจ็บนะ ไอ้เด็กบ้า!!"

 

“เจ้านายก็อยู่ให้มันนิ่ง ๆ สิครับ ชอบให้ผมใช้ความรุนแรงนักหรือไง”

 

"ก็ชั้นเจ็บนี่ นายก็ทำให้มันเบา ๆหน่อยไม่ได้หรือไงฮะ!!"

 

นิชคุณยังบ่นกระปอดประแปดไม่เลิกต่างจากอีกคนที่ระบายยิ้มจนแก้มป่อง มือเล็กค่อยๆ เบามือลง อูยองใช้หลังมือเช็ดฟองที่ไหลย้อยเปรอะหน้าด้วยกลัวว่าจะทำให้อีกคนที่ต้องนอนทรมานกับการสระผมจากฝีมือเขาต้องเคืองตาปากยังคงฮัมเพลงเสียงหวานอย่างที่นิชคุณได้ยินเป็นประจำจนตัวเองเผลอร้องตามไปด้วยไม่ได้รอยยิ้มหวานละมุนน่ารักของเจ้าของมือนุ่มเปล่งประกายทั้งใบหน้าและดวงตา แต่น่าเสียดายที่นิชคุณมัวแต่นอนหลับตาฟังเสียงเพลงที่ดังในลำคอ จึงไม่เห็นสายตาที่อูยองทอดมองตนว่าเป็นแบบไหน

 

เพราะถ้านิชคุณเห็น หัวใจของเขาอาจจะลอยหายไปกลางอากาศไม่ต่างจากฟองแชมพูหลากสีตอนนี้ก็ได้

 

"โอ๊ย!! แสบตา!!"

 

"เดี๋ยวผมเช็ดออกให้ เจ้านายอยู่นิ่ง ๆ นะครับ"

 

 

“แสบอ่ะ ...อู..ยอง..เช็ดเร็ว ๆ”

 

“แป๊ปนึงนะครับ เจ้านายเอามือออกสิครับ ปิดไว้อย่างนั้นแล้วผมจะเช็ดยังไงเล่า”

 

“ก็มันแสบนี่”

 

“ปล่อยมือสิครับ อย่าขยี้ตา เดี๋ยวก็ตาแดงหรอก”

 

อูยองพยายามดึงมือนิชคุณออกจากใบหน้าก่อนก้มหน้าลงเช็ดหน้าให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ ช่องว่างระหว่างทั้งสองคนเหลือไม่ถึงเซ็นต์มีเพียงลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ลอดผ่านได้ เขาบรรจงเช็ดหน้านิชคุณที่ปากยังโวยวายไม่เลิก แค่เพียงครู่เดียวนิชคุณกระพริบแผงขนตาถี่ หยีตามองเรียวตาเล็กที่ก้มลงเช็ดฟองบนหน้าให้ นิชคุณเผลอจ้องมองเรียวตาเล็กฉ่ำหวานเสียจนหัวใจนิชคุณเต้นสะท้อนในอกรัวเร็ว มือหนาจิกเตียงผ้าใบแน่น  เขารู้สึกเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ

 

นี่เขาเป็นอะไรไป??

 

ทำไมถึง......

 

"หายแสบตาหรือยังครับ"

 

“................”

 

“เจ้านายครับ เคืองตาอยู่หรือเปล่า”

 

“.................”

 

“เจ้านาย!!”

 

"..ฮ..ฮะ อ..อะไร..นะ"

 

"หายแสบตาหรือยังครับ"

 

"ห...หาย...แล้ว"

 

"เดี๋ยวสระผมอีกรอบนะครับ ดูดิฟองดำปี๋เลยเนี่ย ฮ่า ฮ่า"

 

"นี่นายว่าชั้นสกปรกหรือไงฮะ!!"

 

"แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ"

 

"ไม่ใช่ซักหน่อย ก็แค่.....สะอาดน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง"

 

"หือ... แก้ตัว"

 

"นี่นายกล้าว่าชั้นเหรอฮะ ลามปามขึ้นทุกวันเลยนะ"

 

"ไม่ได้ว่าซักหน่อยอ่ะ ๆ เดี๋ยวผมสระให้อีกรอบนะครับ นอนนิ่ง ๆ นะ"

 

 นิชคุณปิดเปลือกตาลงนอนนิ่งอยู่บนนั้นไม่กล้าพูดอะไรอีก ไม่กล้าขยับตัวเลยซักนิดมือยังคงจิกบนเตียงแน่นไม่รู้ว่าเพราะกลัวแชมพูเข้าตาอีกรอบ หรือกลัวอีกคนจับได้ว่าตอนนี้เขารู้สึกหวั่นไหวมากแค่ไหนเขาได้แต่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ตื่นเต้นในอก  ไม่ให้มันทรยศแสดงออกมาทางสีหน้าว่าตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกเช่นไร

 

ชานซองได้แต่กลั้นยิ้มมองคู่แสบต่อล้อต่อเถียงกันไม่เลิกพี่ชายเขาจะเริ่มรู้ตัวหรือยังนะว่ากำแพงหนาที่นิชคุณสร้างปิดตายไม่ยอมรับใครเข้ามากำลังเริ่มสั่นคลอนลงช้า ๆ ด้วยฝีมือคนดูแลจอมแสบอย่างจางอูยอง เขาไม่หวังให้พี่ชายตัวเองกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้วแต่ขอแค่อย่าย่ำแย่อย่างที่ผ่านมาก็พอ

 

แต่ตอนนี้สิ่งที่ขอดูจะน้อยเกินกว่าภาพที่เห็นนัก นิชคุณกำลังเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม ถึงจะยังดูร้ายกาจอยู่บ้าง แต่คนอย่างนิชคุณไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตส่วนตัวนอกจากเขาเพียงคนเดียว แต่บัดนี้นิชคุณกลับยอมให้ใครอีกคนก้าวเข้ามา ใครคนนั้นที่เขาไม่คาดคิดว่าจะทำให้พี่ชายเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในเวลาสั้น ๆ ใครคนนั้นที่ยอมทุ่มเทเวลาทุกอย่างดูแลพี่ชายคนเดียวของเขา

 

จางอูยอง

 

……

……      

 

นิชคุณนั่งเซ็งอยู่หน้าเปียในห้องนั่งเล่นมาร่วมชั่วโมงแล้ว  นับตั้งแต่ชานซองกลับไปในช่วงเย็น   เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมถึงได้หงุดหงิดอารมณ์เสียนักหนา น้ำสีเหลืองฟองฟู่หลายสิบกระป๋องไหลผ่านลำคอขาวเข้าไปทรมานในกระเพาะของเขาเล่นกระป๋องแล้วกระป๋องเล่า  แววตาที่เริ่มฉายแววสดใสในช่วงเช้ากลับต้องมาขุ่นมัวอีกรอบ หน้ายุ่งคิ้วขมวดจนหน้าที่หล่อเหลาลดเลเวลลงจนแทบติดลบ

 

พลันสายตาคู่สวยเหลือบเห็นอูยองเดินถือตะกร้าผ้าเข้ามาในห้องรอยยิ้มหวานฉ่ำส่งผ่านใบหน้าหวานละมุนมาให้เขา  แต่นิชคุณกลับทำเบือนหน้าหนีทำเป็นมองไม่เห็นร่างเล็กที่ยืนยิ้มค้างคิ้วขมวดเป็นปมอยู่อย่