[Fic - KhunWoo] Dream : Chap5

posted on 06 Nov 2010 12:23 by talingping-fiction
 
Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

 

 

====================

 

 

Chap 5 Sweet and richly scented [ChanHo]

 

 

 

 

 

 

 

กาแฟดำส่งกลิ่นโชยหอมกรุ่นให้ชายหนุ่มที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จได้สูดดมจนเผลอเดินตามกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งในอากาศจากฝีมือใครอีกคนที่ตื่นนอนมาก่อนเขาชานซองวางผ้าขนหนูสีขาวบนศีรษะตัวเองแล้วจัดการเช็ดผมที่ชุ่มไปด้วยน้ำกลิ่นแชมพูผสมกลิ่นสบู่หอมไปทั่วร่างที่สวมเพียงกางเกงขาสั้นสีขาว เรียวตาคมมองร่างที่ยืนหันหลังชงกาแฟในห้องพักเล็ก ๆ แห่งนี้ กวาดตามองร่างเล็กกว่าที่สวมเสื้อกล้ามสีขาวเผยผิวกายขาวละเอียดขาขาวเนียนโผล่พ้นกางเกงขาสั้นสีครีม เขาไล่มองสะโพกผายเต่งตึงน่าสัมผัส ชานซองชอบรูปร่างอวบอิ่มแบบนี้ของจุนโฮมากกว่าร่างผอมบางของผู้หญิงหลายคนที่เข้ามาในชีวิตเขา

 

ชายหนุ่มอยากจะลูบไล้ไปตามเรือนร่างของจุนโฮซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่ก็กลัวว่าถ้าขืนทำอะไรลงไปคงได้อาบน้ำกาแฟแทนดื่มแน่ ๆ เขาจรดฝีเท้าเงียบกริบย่องไปทางด้านหลังสูดกลิ่นหอมอ่อน  ๆ จากแชมพูและสบู่กลิ่นเดียวกับเขา

 

“หอมจัง” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังข้างใบหู  ไม่รู้ว่าที่ว่าหอมน่ะคือกาแฟหรือกลิ่นกายของจุนโฮที่เขาใช้วงแขนโอบรัดเอวบางจากด้านหลังกันแน่

 

จุนโฮได้แต่ยืนกลั้นยิ้มรับรู้ถึงใครอีกคนโน้มตัวมาด้านหน้าเกยคางลงบนบ่าแผงอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังของเขามือหนาลูบไล้หน้าท้องมีกล้ามเนื้อหน่อย ๆ ของจุนโฮ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกายทุกครั้งที่ชานซองแนบชิดร่างแบบนี้

 

“หอมก็กินซะสิ” จุนโฮพูดเรียบ ๆ เก็บอาการหัวใจพองโตไว้มิดชิด เขาไม่อยากแสดงออกให้ชานซองรู้ว่ารู้สึกดีแค่ไหนที่ชายหนุ่มมาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ ไม่กล้าแสดงออกมากเกินไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะนึกรำคาญหรือหงุดหงิด แต่กลายเป็นว่าเขาเองต่างหากที่หงุดหงิดหัวเสียหากไม่มีชานซองคอยกวนใจอยู่ใกล้ ๆ

 

ฟอดดด~

 

จุนโฮหันไปทำตาเขียวใส่คนด้านหลังทันทีที่ชานซองยื่นหน้ามากดจมูกหอมแก้มนิ่มของเขาเสียฟอดใหญ่ แถมทำยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่ตนเองทำซักนิด

 

“นายมาหอมแก้มชั้นทำไมฮะ!!” ไอ้บ้า หากำไรแต่เช้าเลยนะ เมื่อคืนยังไม่พออีกหรือไงกัน

 

“ก็นายบอกให้ชั้นกิน”ชานซองเอียงคอพูดคางยังเกยบนบ่าเล็กสายตาจับจ้องใบหน้าขาวใสดวงตารีเล็กแวววาวจ้องจะเอาเรื่องแต่ชานซองกลับยิ้มหวานใส่

 

“ชั้นหมายถึงกาแฟนี่” จุนโฮแว๊ดใส่พร้อมชูแก้วกาแฟถ้วยโปรดของชานซองให้ดู ว่าแล้วยังมายิ้มอีกชานซองคนผีทะเล

 

“อ๋อเหรอ...ชั้นนึกว่านายให้ชั้นกินแก้มนายซะอีกนะ” ชานซองส่งสายตาหวานฉ่ำแฝงความนัยมาให้  จุนโฮรู้สึกฉุนเฉียวที่ถูกชานซองหากำไรจากแก้มของเขาแต่เช้าเขาหันขวับหมายจะเงื้อมือทุบหน้าหล่อ ๆ นั้นซักตุ้บแต่ชานซองไวกว่ายกมือข้างหนึ่งคว้าหมัดเล็ก ๆ ที่จ้องจะทุบจรดริมฝีปากลงบนหลังหมัดแผ่วเบา จุนโฮอ้าปากค้างใบหูแดงก่ำจนลามไปทั่วใบหน้า มือที่จ้องจะทุบตีอ่อนยวบพร้อมหัวใจดวงน้อยที่แทบละลายกลายเป็นน้ำไปแล้ว ชานซองยกยิ้มดวงตาคมจ้องมองจุนโฮนิ่ง รั้งร่างเล็กเข้ามาในวงแขน จุนโฮทำอะไรไม่ถูกได้แต่ซุกหน้าลงบนแผงอกกว้าง เขารู้สึกเขินอายจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาชายตรงหน้า

 

“กินกาแฟซะสิ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก” จุนโฮก้มหน้าพูดเสียงอู้อี้กับแผงอกกว้าง

 

“ไม่เป็นไรเย็นชั้นก็กินได้ถ้าเป็นฝีมือนายชงให้น่ะ” จุนโฮใบหูแดงก่ำใบหน้าไม่ต้องพูดถึงมันแดงจนกลายเป็นผลเชอรี่สุกไปแล้ว เขาล่ะอยากจะบ้าตาย ไอ้บ้า!! หวานเรี่ยราดอีกแล้วนะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ชอบที่ชานซองพูดแบบนี้ ถึงมันจะหวานเลี่ยนไปหน่อยก็เถอะ

 

“บ้า!!” เขาล่ะอยากจะทุบชานซองให้ตายคามือจริง ๆ

 

“บ้าแล้วรักหรือเปล่าล่ะ” ชานซองถามล้อ ๆ ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ทำเอาจุนโฮเขินหนักกว่าเดิมปากคอสั่นไปหมด ทั้งเขินทั้งอายจนไม่รู้จะวางหน้ายังไงแล้ว

 

“เลิกพูดไปเลยนะ!!” ชานซองได้แต่กลั้นยิ้ม เขาล่ะชอบใจจริง ๆ ที่เห็นใบหน้าจุนโฮกลายเป็นสีแดงระเรื่อแบบนี้ ไหนจะตาเล็กตี่คู่นี้อีกเวลาโมโหเขามันเบิกกว้างน่ารักน่ามองที่สุด

 

ชานซองคลายวงแขนลงสายตาจับจ้องดวงหน้าหวานฉ่ำเนิ่นนาน สองมือประคองแก้มนุ่มจูบกลีบปากบางยั่วเย้าอย่างรักใคร่ จุนโฮปิดเปลือกตาลงเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอุ่นชื้นที่อีกฝ่ายมอบให้ ชานซองกดริมฝีปากซ้ำไปซ้ำมาดูดดึงกลีบปากบางให้ตอบรับสัมผัสอ่อนนุ่ม เขาเอียงหน้ากดริมฝีปากลงเนิ่นนานก่อนถอนริมฝีปากออก เชยคางจุนโฮขึ้นมองดวงตารีเล็กหวานฉ่ำมีเพียงเงาของเขาอยู่ในนั้น กลีบปากแดงระเรื่อจากรสสัมผัส น่ารัก น่าทะนุถนอม

 

ชานซองเอื้อมมือไปหยิบแก้วใบสวยก่อนกุมมือจุนโฮเดินออกจากครัวจุนโฮนั่งบนโซฟาตัวยาวสีดำส่วนชายหนุ่มร่างสูงย่อตัวนั่งบนพื้น เขายกมือที่เกาะกุมอยู่มองนิ้วเรียวขาวอูมที่มีปลายเล็บสีขาวยาวพ้นปลายนิ้วออกมาเขาผละจากจุนโฮเดินตรงไปค้นหาของบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะสีน้ำตาลเข้มตรงมุมห้อง ก่อนเดินกลับมานั่งบนพื้นห้องอีกครั้ง ดึงมือจุนโฮวางบนตักค่อย ๆ บรรจงตัดเล็บที่ยาวเกินออกมา จุนโฮเอียงคอมองสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชานซองมักทำให้กับเขา อดจะอมยิ้มจนตาเล็กหยีไม่ได้

 

“ยิ้มอะไร” ชานซองเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่ยังคงก้มหน้าตัดเล็บยาวให้ ทำเอาจุนโฮหุบยิ้มแทบไม่ทันชานซองรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังยิ้มอยู่

 

“ยิ้มเถอะ ชั้นชอบเวลานายยิ้มนะ” ชานซองเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มอบอุ่นเผยบนใบหน้าหล่อเหลาปานเทวรูปกรีก แต่จุนโฮยิ้มไม่ออกซะแล้ว ถูกจับได้อย่างนี้จะยิ้มออกได้ยังไงกัน

 

“ชาน ทำไมนายถึงรักชั้น” จู่ ๆ จุนโฮก็เอ่ยถามคำถามนี้ขึ้นมายิ่งชานซองห่วงใยใส่ใจกับเขามากเท่าไหร่ คำถามนี้ก็คอยกวนใจให้เขารู้สึกรำคาญมากขึ้นเท่านั้น

 

“นึกยังไงถึงได้ถามแบบนี้” ชานซองชะงักกับสิ่งที่ทำอยู่ เอ่ยถามย้อนกลับไปด้วยความรู้สึกอึดอัดกับท่าทีไม่มั่นใจในความรักที่มีให้ ที่ผ่านมายังทำให้จุนโฮมั่นใจได้ไม่มากพออีกหรือเขาว่าเขาทำทุกอย่างชัดเจนแล้วนะมีอะไรที่จุนโฮยังคาใจอีก

 

“...ป..เปล่า...ชั้นก็แค่...” จุนโฮได้แต่ก้มหน้านิ่ง รู้สึกผิดที่ถามคำถามแบบนั้นออกไป บรรยากาศกำลังดีแท้ ๆ ทำไมต้องทำให้มันเสียทุกทีเลยนะ อยากรู้ไม่เข้าเรื่อง นายนี่มันแย่จริง ๆ จุนโฮ

 

ชานซองละจากมือนุ่มเชยคางจุนโฮขึ้นแววตาสับสบปนสำนึกผิดทอดมองมาที่เขาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของชานซองห่อเหี่ยวจนฟีบแบน เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ของจุนโฮเลยจริง ๆ เหมือนกำลังใจที่มีมันจะถดถอยเสียอย่างนั้น แต่พอเห็นแววตาคู่เล็กนั้นแล้วเขาก็ได้แต่ลอบถอนใจคงต้องแสดงให้จุนโฮเห็นมากกว่านี้ล่ะมั้งว่าเขาจริงใจกับจุนโฮมากแค่ไหน

 

“ชั้นก็ไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ว่าตอนนี้ถ้าไม่มีนายชั้นก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” จุนโฮช้อนตามองรู้สึกตื้นตันกับคำสารภาพนั้นตาเล็กโตขึ้นจนน่ารักน้ำใส ๆ เอ่อคลอ นี่หัวใจเขากำลังอ่อนไหวอีกแล้วเหรอเนี่ย หวั่นไหวกับคำสารภาพรักกลาย ๆ ของชานซอง ทำไมเขาถึงไม่เข้มแข็งเหมือนที่เคยเป็นนะ

 

“ทั้ง ๆ ที่ ตอนแรกนายไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของชั้นน่ะเหรอ ทั้ง ๆ ที่ นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชั้นเลย แล้วเราก็ยัง...เอ่อ...ตั้งแต่ครั้งแรกที่นายเจอหน้าชั้นอย่างนั้นน่ะนะ”

 

“นายคิดมากเรื่องนี้หรอกเหรอจุนโฮ” ชานซองเปลี่ยนเป็นนั่งคุกเข่าแววตาคลายความเครียดลง มือหนาเอื้อมสัมผัสใบหน้าเนียนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยพวงแก้มสีระเรื่อ นายยังฝังใจเรื่องเก่า ๆ อยู่อีกเหรอเนี่ยชานซองยกยิ้มขึ้นก่อนเอ่ยเสียงเบาแต่แฝงความหนักแน่น

 

“สำหรับชั้น มันไม่ได้สำคัญอะไรเลยนะ ว่าเราจะรู้จักกันยังไง นายลองคิดดูดี ๆ นะทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นนายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับชั้นแท้ ๆ ชั้นก็ยังตามนายมาถึงห้อง ทั้ง ๆ ที่ในคืนนั้นนายก็เห็นว่าชั้นน่ะย่ำแย่แค่ไหน แต่นายก็ยังคิดจะช่วยชั้น มันไม่น่าแปลกกว่างั้นเหรอ”

 

จุนโฮได้แต่มองหน้าชานซองนิ่ง เรื่องราวเก่า ๆ ลอยวนกลับมาในความคิดของเขาอีกครั้ง เรื่องราวความผูกพันระหว่างเขากับชานซองมันไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำเลยซักนิด

 

เขาแอบหลงหลงรักชานซองมาตั้งแต่สมัยเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ชายหนุ่มเป็นหนุ่มเนื้อหอมประจำมหาวิทยาลัยและเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนนึง ถ้าไม่นับนิชคุณที่เป็นรุ่นพี่ปีสี่แล้ว ชานซองเป็นผู้ชายพี่ป๊อปปูล่ามากที่สุดในหมู่สาว ๆ ในมหาวิทยาลัยเขาเห็นชานซองครั้งแรกในวันปฐมนิเทศน์นักศึกษาใหม่จุนโฮยังจำภาพชานซองในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ผู้ชายมาดเข้มที่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องประชุมโดยไม่เกรงกลัวสายตานับพันคู่ที่จ้องมองมา เสน่ห์ในตัวที่ล้นเหลือจนไม่มีใครเทียบผู้ชายคนนี้ได้ยังเป็นภาพความทรงจำที่จุนโฮไม่เคยลืมแม้เวลาจะผ่านเลยมาหลายปีแล้วก็ตาม

 

เขาเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกวันจุนโฮแอบสืบหาข้อมูลของชานซองอยู่เงียบ ๆ เฝ้าเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายคนนี้ไว้เพียงลำพัง ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับฮวางชานซองที่จุนโฮไม่รู้ แต่สุดท้ายอูยองที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาก็รู้จนได้ว่าตัวเขาคลั่งไคล้ชานซองมากแค่ไหน

 

จุนโฮแอบติดตามชานซองไปทุกที่ที่ชายหนุ่มไปสืบรู้ความเคลื่อนไหวของชานซองทุกอย่างเขาทำอย่างนี้มาสามปี จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน พระเจ้าก็เข้าข้างเขาให้โอกาสจุนโฮได้พบกับชานซองอย่างไม่คาดฝัน

 

จุนโฮบังเอิญเจอชานซองในสภาพสะบักสะบอมกำลังหนีคนกลุ่มหนึ่งที่ไล่ล่าทำร้ายเขา จุนโฮอดที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือไม่ได้ แต่การพบกันครั้งแรกไม่แสนหวานอย่างที่เคยฝัน ทั้งคู่ต่างต่อปากต่อคำชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่ในที่สุดคืนนั้นชานซองก็ตามจุนโฮมาถึงห้องและอยู่ด้วยกันทั้งคืน

 

ภาพร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดกันในคืนมืดมิดนั้นยังสร้างความวาบหวามให้จุนโฮไม่รู้ลืม ถึงแม้ชานซองจะจากไปทิ้งไว้แค่เพียงความทรงจำไร้คำอำลาก็ตาม ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ให้รอดจากความตายนั้นเป็นใคร ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเจ้าของร่างที่ชานซองตักตวงหาความสุขในคืนนั้น  สุดท้ายสิ่งที่จุนโฮได้รับมีเพียงความทรงจำที่ปวดร้าวไว้คอยระลึกถึงเป็นรางวัลตอบแทนเท่านั้น

 

ถึงแม้ทั้งคู่จะได้เจอกันอีกครั้งในมหาวิทยาลัยก็ตาม แต่ความเจ็บปวดที่ชานซองทิ้งไว้ให้ในคืนนั้น เป็นบาดแผลกรีดลึกที่ยากจะเยียวยาได้ จุนโฮจึงทำเป็นเมินเฉยเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจุนโฮเขาก็ดื้อแพ่งกับชานซองมาโดยตลอด วีนแตกทุกครั้งที่ได้พบหน้ากันพยายามผลักไสให้ชานซองออกไปให้พ้นจากชีวิตเขา แต่ยิ่งทำจุนโฮก็ยิ่งปวดร้าวไม่ต่างจากราดน้ำเกลือลงบาดแผลตัวเอง แต่ไม่ว่าจุนโฮจะทำยังไงชานซองก็ยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิต คอยเข้ามากวนหัวใจที่แตกร้าวนั้นอยู่ทุกวัน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จุนโฮต้องพ่ายแพ้หัวใจตัวเองยอมรับชานซองเข้ามารักษาแผลใจที่เคยบอบช้ำนั้น

 

“ชั้นขอโทษ...ชั้นก็แค่สงสัย นายไม่รู้จักว่าชั้นเป็นใครด้วยซ้ำ เราแค่บังเอิญเจอกันแล้ว...เราก็...” จุนโฮพยายามกลืนถ้อยคำมากมายที่มันจุกอยู่ในอกให้จางหายไป

 

ชานซองยืดตัวขึ้นดึงจุนโฮเข้าไปในอ้อมแขน เมื่อไหร่จุนโฮจะเลิกนึกน้อยใจกับเรื่องนี้ซักทีนะ

 

“ฟังนะจุนโฮ ชั้นจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย...อย่าเพิ่งขัด...คืนนั้นถ้าเราไม่บังเอิญเจอกัน ชั้นอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ตายไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีใครคนนึงเฝ้ามองช