[Fic - KhunWoo] Dream : Chap2

posted on 05 Nov 2010 14:52 by talingping-fiction
Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

 

 

====================

 

Chap 2 : Bad Dream

 

 

 

 

 

น้ำหยดเล็ก ๆ เกาะอยู่ตามเสื้อผ้าและร่างกาย ร่วงหล่นตามพื้นมาเป็นทาง เสื้อที่เคยเปียกชุ่มในตอนแรกเริ่มหมาดน้ำผมสีดำหยกศกน้อย ๆ บัดนี้ลีบลู่ติดหนังศรีษะ อูยองจูงจักรยานเมื่อย่างเข้าสู่เขตอพาร์ตเมนท์เขาก้มลงล็อคกุญแจจักรยานแล้วคล้องด้วยโซ่เส้นใหญ่ จัดการปาดน้ำที่หลงเหลือบนอานจักรยานทิ้ง

 

อูยองได้แต่ถอนใจเฮือก เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ทำให้เขาต้องเปียกมะล่อกมะแล่กแบบนี้ แต่ก็อดจะยกยิ้มไม่ได้ เพราะเขาก็ได้แก้แค้นให้นิชคุณจนต้องเปียกปอนไม่ต่างไปจากเขาเหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งขำนี่ขนาดเจอกันวันแรกยังขนาดนี้ ถ้าต้องอยู่ด้วยกันทุกวันจะขนาดไหนเนี่ย มันจะคุ้มกับค่าจ้างมั๊ยนะ สงสัยต้องไปขอชานซองขึ้นเงินเพิ่มซะแล้วสิ อูยองก้าวขึ้นบันไดเกือบถึงขั้นสุดท้ายเขาก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหล่าไม่ต่างจากเทวรูปกรีกยืนพิงกำแพงเอามือกอดอกหน้าห้องจุนโฮก่อนถึงห้องเขาอยู่พอดี ไอ้หมอนี่ตายยากชะมัด

 

เรียวตาคมกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดน้ำ ส่ายหน้าระอา นี่คงเป็นฝีมือพี่ชายเขาแหง ๆ มือที่กำมือถือไว้กระตุกเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสายสุดท้ายที่โทรมาโวยวายลั่นว่าเจ้าเด็กแสบตรงหน้าทำอะไรกับพี่ชายเขาบ้าง แต่ก็อย่างว่าล่ะ พอเห็นอย่างนี้คงแสบพอกันทั้งคู่

 

"นี่นายพาพี่ชายชั้นว่ายน้ำเล่นตั้งแต่รู้จักกันวันแรกหรือไงฮะ"  น้ำเสียงเรื่อย ๆ ไม่จริงจังดังก่อนที่อูยองจะเดินผ่านเขาไป เจ้าตัวหันมายิ้มเผล่ตาเล็กหยีแบบที่เขาเห็นเป็นประจำสม่ำเสมอ อดที่จะหัวเราะไม่ได้

 

"พี่ชายนายโทรมาฟ้องเหรอ"

 

ชานซองยิ้มกวน ๆ กลับมาให้

 

"แล้วนายว่าไงล่ะ"

 

อูยองยักไหล่ ถึงชานซองไม่บอกเขาก็รู้อยู่แล้ว ว่าชายหนุ่มที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของตนคงโทรมาฟ้องเรื่องสงครามย่อย ๆ เมื่อเช้า ตอนนี้เขาไม่ได้กังวลว่าพี่ชายจากนรกของชานซองจะด่าทอเขาเรื่องอะไร อูยองกังวลอยู่อย่างเดียวว่าชานซองจะไม่จ้างเขาทำงานต่อไปเท่านั้นเอง ตาเรียวเล็กที่เคยสดใสหลุบต่ำลง สายตาจดจ้องพื้นที่เริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำ เท้าเล็กเขี่ยหยดน้ำเล็ก ๆ เล่น

 

"แล้วอย่างนี้นายยังจะจ้างชั้นทำงานต่อมั๊ย"

 

"ทำไมนายถึงถามอย่างนั้นล่ะ" ชานซอนก้มหน้ามองร่างเล็กกว่าที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเอาเท้าเขี่ยน้ำเล่น จนอดจะยิ้มขำท่าทางเป็นกังวลแต่แฝงความน่ารักแบบนั้นไม่ได้

 

"ก็ชั้นทำพี่ชายนายตกน้ำ"

 

"คนที่จะมีปัญหากับนายไม่ใช่ชั้นแน่"

 

"......."

 

"เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงชั้นก็จ้างนายต่อ"

 

"......."

 

"ไหวมั๊ย"

 

อูยองเงยหน้าขึ้นมองชานซองที่เอ่ยถามสีหน้าเป็นห่วง เขาคลี่ยิ้มน่ารักสดใสตามแบบฉบับของตัวเองให้ชายหนุ่มคลายกังวล มือเรียวเล็กตบบนบ่าหนาแกร่งเบา ๆ

 

"สบาย"

 

แค่คำพูดเพียงคำเดียว ทำให้ชานซองรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด แต่ไอ้ประโยคปิดท้ายเนี่ยสิ

 

"นายกลับไปถามพี่นายเหอะว่า ไหวมั๊ย"

 

นั่นสินะ นิชคุณล่ะไหวมั๊ย

 

ถ้าจะต้องผจญกับคนดูแลอย่างจางอูยอง

 

ดูเหมือนว่า

 

จางอูยองเกิดมาเพื่อพี่ชายเขาจริง ๆ

 

.....

.....

 

 

ดั่งผ้าผืนใหญ่ลอยคว้างท่ามกลางความมืดมิดยามรัตติกาล ผมยาวสยายปลิวตามสายลมหมุนวนอยู่ใต้ร่าง ดวงหน้าแหงนมองเพดานประดับด้วยดวงดาวสุกสกาวเกลื่อนท้องฟ้า ดวงตากลมโตสีนิลปรือตาจับจ้องความงดงาม มือเรียวงามยื่นออกหวังสัมผัสดวงดาวสุกสกาวดั่งเพชรเจียรไนเจิดจ้าเชิญชวนให้สัมผัส แค่เพียงนิ้วเรียวแตะความงามเบื้องหน้า ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วร่วงหล่นสู่ความมืดมิด ยาวนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้ รับรู้แค่เพียงเสียงลมหวีดหวิวปะทะร่างของตนเองก่อนจะรับรู้ถึงแรงกระแทกดังสนั่น ของเหลวข้นไหลทะลักออกจากร่างนิ่งไม่ไหวติง มีเพียงดวงตาที่กระพริบถี่ให้รับรู้ว่ายังมีชีวิตที่เหลือเพียงน้อยนิด เลือดไหลรินนองไปทั่วแผ่นโลหะสีขาวร้อนระอุ มันเริ่มไหลตกสู่พื้นด้านล่าง เขาพยายามขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับใครบางคนที่จ้องมองเขาอยู่ในรถยนต์คันหรูผ่านหน้ากระจกที่เริ่มแตกร้าวจากแรงกระแทก เสียงเพียงแผ่วเบาไม่อาจสื่อถึงชายที่อยู่ในอาการตกตะลึงให้รับรู้ถึงความหมายนั้นได้

 

ชายในรถเปิดประตูก้าวออกมาอย่างตื่นกลัว  ดวงตากลมโตสีดำสนิทแบบเดียวกับเขากำลังจ้องมองร่างแหลกเหลวที่นอนแน่นิ่งบนฝากระโปรงรถตนเอง นิ้วสั่นไหวยื่นออกมาหวังสัมผัสลมหายใจแสดงถึงความมีชีวิต แต่สิ่งที่รับรู้มีเพียงร่างกายแหลกเหลว เลือดจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาจากทางศีรษะ  แรงสั่นเทาจากปลายนิ้วสะท้านไปทั่วร่าง

 

ใครกันคือผู้โชคร้ายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณเดียวดายในค่ำคืนนี้ ความอยากรู้ปลุกกระแสความกล้าแล่นริ้วทั่วร่างกายมากกว่าความตื่นกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงจากไหนพลิกใบหน้าของคนไร้ลมหายใจหันกลับมา เพียงเห็นหน้า ชายหนุ่ม ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริก ร่างกายสั่นสะท้านขนลุกชันไปทั่วร่างเมื่อเห็นดวงหน้างดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงสด เสียงกรีดร้องฉีกทึ้งร่างกายให้ขาดวิ่น ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่ ขาสั่นเทาก้าวขยับถอยหลังอย่างช้า ๆ ก่อนจะไร้เรี่ยวแรงทิ้งตัวบนพื้นหยาบแข็ง

 

มันไม่ใช่ความจริงใช่มั๊ย มันเป็นความฝัน ร่างแหลกเหลวนอนจมกองเลือดไม่ใช่เขา

 

ไม่จริง!!!

 

นิชคุณลืมตาโพลงในความมืด ลมหายใจหอบถี่ดังแทรกความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วห้อง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เขาป่ายมือเปะปะไปตามเนื้อตัวและใบหน้า เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามใบหน้า ร่างกายเย็นชื้นไปด้วยเหงื่อแม้ทั้งห้องจะเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็ตาม ผิวขาวซีดเซียวแทบเป็นเนื้อเดียวกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ริมฝีปากสั่นระริกพยายามกักกั้นอารมณ์ตื่นตัว กลิ่นคาวเลือดชวนสะอิดสะเอียนยังตามหลอกหลอน  นิชคุณลุกพรวดส่งแรงทั้งหมดที่มีผลักประตูกระจกก่อนแทรกกายเข้าห้องน้ำสุดจะทนกับอาการผะอืดพะอมของตัวเอง

 

โอ้กกกกกก!!!

 

 

กลิ่นแอลกอฮอลล์คละคลุ้งผสมน้ำลายเหนียวหนืดไหลเลอะริมฝีปากย้อยลงลำคอ นิชคุณท้าวแขนกับผนังใบหน้าซีดขาวเริ่มหมดแรง พยายามใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่พยุงตัวเองไม่ให้ลื่นล้มลงไป ความทรงจำที่คอยตามหลอกหลอนเขาหลุดออกมาจากมโนสำนึกอีกครั้ง

 

'คุณ...ช่วยเจสด้วย.... พวกนั้นมันตามเจสมา.... ได้โปรดช่วยเจสด้วย....'

 

'คุณ...จะปล่อยให้เจสตายไม่ได้นะ...ได้โปรด..ฮึก..'

 

'มันไม่ใช่ความผิดของพี่คุณนะ ผู้หญิงคนนั้น มันหลอกพี่ หล่อนสมควรตายแล้ว เลิกโทษตัวเองซักที!!'

 

 

เสียงสะอื้นไห้ดังสะท้อนผนังหินอ่อน ร่างกายซีดขาวรูดลงพื้นช้า ๆ  ดวงตากลมโตแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์เหล้าผสมผเสกับหยาดน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย เสียงหัวใจเต้นโครมครามในอกช่วยเตือนให้นิชคุณรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ ร่างแหลกเหลวในความฝันไม่ใช่เขา แต่เป็นใครอีกคนที่เขาไม่สามารถเหนี่ยวรั้งชีวิตไว้ได้ หมัดแข็งแกร่งทุบกำแพงครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกผิดกัดกินใจเขาอยู่ทุกวัน

 

"...ฮึก...เจส ...ผมขอโทษ"

 

 

ไม่ว่าเธอจะทำผิดกับเขาไว้มากแค่ไหน หรือสิ่งที่เธอทำร้ายกาจเพียงใดแต่เธอก็ไม่สมควรต้องตายอย่างน่าอนาถแบ