[Fic - KhunWoo] Dream : Chap1

posted on 05 Nov 2010 12:55 by talingping-fiction

 

Title : Dream

Status : LongFic

Author : talingping

Fandom : 2PM

Paring : Nichkhun x Wooyoung

Genre : Romantic Suspense

Rate : NC-17

 

 

 

**เรื่องที่กำลังจะอ่านบรรทัดต่อไปเป็นฟิค-วาย ถ้าใครรับรักนอกกรอบไม่ได้ กดปิดออกไปได้เลยค่ะ

 

***เนื้อหาทั้งหมดเป็นไปตามจินตนาการของผู้แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของตัวละครในเรื่องค่ะ

 

 

 

 

====================

 

 Chap 1 : Nice to meet ‘you’

 

 

 

 

เสียงล้อบดพื้นถนนดังตามจังหวะหมุนของวงล้อจักรยานคันเล็ก สองขาเรียวกำลังทำหน้าที่ปั่นให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปตามจังหวะ มือเล็กเรียวกำแฮนด์จักรยานคอยบังคับทิศทางให้รถเลี้ยวไปตามแรงควบคุม ใบหน้าขาวใสกระทบแสงแดดยามเช้าแลดูส่องสว่างงดงาม ดวงตาเรียวเล็กเพ่งความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางในอีกไม่ช้า ริมฝีปากบางระเรื่อน่าสัมผัสผ่อนลมหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง

 

 

แผงอกราบแบนกระเพื่อมตามลมหายใจเข้าออก อูยองลดความเร็วลงก่อนเลี้ยวเข้าไปถนนใหญ่อีกเส้นด้านซ้ายมือกำเบรคมือเมื่อหันไปทางขวามือพบบ้านหลังใหญ่ที่สุดของอาณาเขตทั้งหมดที่นี่ เขาลงจากอานสีดำตัดกับตัวรถสีเหลืองสะท้อนแสงใช้มือเล็กลูบเสื้อที่ลู่ตามลมให้เรียบแล้วหันมาสนใจเสื้อเชิ๊ตลายตารางสีเทาดำที่สวมทับไว้ กางเกงยีนส์สีซีดจางตัวโคร่งถูกเขาดึงให้กระชับตัวเพิ่มขึ้น

 

 

เขาสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งก่อนจูงจักรยานของตัวเองไปจอดหน้าประตูเล็กทำจากไม้สีน้ำตาลเข้ม เอื้อมมือไปกดอินเตอร์โฟนบนกำแพงรั้วพร้อมยื่นหน้าเข้าด้านหน้าจอ เสียงสัญญาณตอบรับดังขึ้น

 

 

“ใครคะ”

“ผมจางอูยองครับ”

 

เพียงไม่นาน สาวใช้วัยสามสิบต้น ๆ ก็เดินมาเปิดประตูเล็กให้เขาเข้าไปด้านในตัวบ้าน

 

"เชิญด้านในค่ะ"

 

คำทักทายแสนสั้นแต่รับรู้จุดประสงค์ที่ผู้มาเยือนต้องขี่รถมาไกลถึงที่นี่ คงเป็นชานซองที่สั่งคนรับใช้ไว้แล้วล่ะมั้ง อูยองโค้งขอบคุณให้หญิงที่เปิดประตูต้อนรับเขาก่อนจูงจักรยานตามเข้าไป เพียงเท้าก้าวผ่านรั้วประตูบ้าน อูยองได้แต่ยืนนิ่งตะลึงงัน มันเหมือนเขาก้าวข้ามโลกคนละใบกับที่ตัวเองผ่านเข้ามายังไงยังงั้น อูยองได้แต่อ้าปากเหวอ เขาหมุนตัวมองทิวทัศน์รอบด้านแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง จนกระทั่งสาวใช้หันกลับมามองเขาจึงเดินตามเข้าไปเงียบ ๆ

 

 

ทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านถูกปูด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่สีเทาที่ถูกเรียงคดเคี้ยวอย่างมีศิลปะ อูยองกำลังเดินผ่านอุโมงค์ธรรมชาติที่ถูกสรรสร้างจากน้ำมือมนุษย์ ไม้ใบสีเขียวสดตัดกับดอกเล็กสีชมพูอ่อนห้อยลู่ไหวตามแรงลม ช่างงดงามเสียจนอดแหงนคอมองไม่ได้ เขาหลุดออกมาจากอุโมงค์ธรรมชาตินั้นมาพบสะพานไม้สีแดง ปลูกคั่นระหว่างทางเดินภายใต้สายน้ำไหลเอื่อย ๆ ฝูงปลาหลากสีที่ว่ายวนอยู่ในบ่อน้ำที่คดเคี้ยวหายไปกับพุ่มไม้ด้านข้างของตัวบ้าน ตะเกียงหินแบบญี่ปุ่นถูกจัดวางเรียงเป็นคู่ทั้งหัวท้ายสะพาน อูยองเผลอลูบไล้ตะเกียงหินสากมือ เขาเคยเห็นแต่ในหนังสือเพิ่งเคยเห็นของจริงก็วันนี้เอง  อูยองหันไปชื่นชมความงามรอบตัวอีกครั้ง เขาหลับตาพริ้มก่อนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นดอกไม้นานาพันธ์คละเคล้าไปกับกลิ่นต้นไม้ใบไม้ รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก บ้านหลังสีขาวสะอาดผนังถูกทาบทับด้วยกระจกใสที่ดูเหมือนจะเป็นสีเขียวสะท้อนแสงแดดยามเช้าช่างงดงามอย่างน่าอัศจรรย์

 

 

"เธอจอดรถของเธอไว้นี่แหละ เดี๋ยวชั้นจะให้คนขับรถเอาไปเก็บเอง"

 

เสียงคำสั่งจากปากหญิงรับใช้ทำให้อูยองต้องตื่นจากภวังค์ เขาโค้งรับคำเบา ๆ ก่อนจอดไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทางเข้าบ้าน ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมร่วงหล่นใส่หัวเขา ทำเอาอูยองสะดุ้งก่อนเงยหน้ามองเขาไม่เคยเห็นต้นไม้ชนิดนี้มาก่อนเลย ช่างงดงามอะไรอย่างนี้อูยองเผลอไผลเอื้อมมือไปสัมผัสดอกไม้กลีบบางที่อยู่ห่างตนไม่ไกลนัก สูดกลิ่นหอมซึมซับกรุ่นกลิ่นนั้น ใบสีเขียวสดกลมมนตรงปลายใบตัดกับสีของดอกขาวนวลตรงกลางดอกเป็นสีเหลืองจาง ๆ

 

ดอกอะไรนะเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย อูยองเอียงคอมองด้วยความสงสัยก่อนแตะลงกลีบบางอย่างเบามือ เขาหันหลังกลับไปมองทางเดินที่เขาเดินเข้ามา เจ้าของบ้านคงเป็นคนรักธรรมชาติน่าดู ถึงได้สร้างสวรรค์น้อย ๆ ไว้ในบ้านหลังนี้ เขาพยายามนึกถึงใบหน้าชายที่ปกครองบ้านนี้อีกคนว่าเป็นคนแบบไหนกันหนอที่เป็นพี่ชายต่างมารดาของฮวางชานซอง อูยองมัวแต่ชื่นชมกับสิ่งรอบตัวจนไม่ได้สังเกตว่ามีใครบางคนมองผ่านกระจกสีเขียวใสด้านบนก่อนเอื้อมมือลากผ้าม่านสีขาวปิดทิวทัศน์ด้านนอก

 

 

....

.....

 

บริเวณบ้านด้านนอกว่างดงามแล้ว ภายในบ้านถูกตกแต่งให้งดงามไม่แพ้กัน ผนังบ้านสีขาวประดับด้วยฉากหินสีเทาบนผนังด้านใน โฟซาสีครีมตัดกับกับวาดภาพวาดสีแดงเพลิงตรงกลางห้อง ดึงดูดความสนใจจากอูยองได้ไม่น้อย

 

"เธอรอตรงนี้ก่อนนะ ชั้นจะเป็นเรียนคุณชายใหญ่ก่อน"

 

เขาได้แต่โค้งรับตามคำสั่ง ก่อนหันไปสนใจภายในบ้านต่อ นี่หรือบ้านของชานซอง หมอนี่รวยไม่ใช่เล่นเลยนี่นา รู้จักกันมาตั้งนานแต่ไม่เคยคิดว่าหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่วันๆเอาสนใจแต่เครื่องยนต์สี่สูบกับสนามแข่งรถและที่สำคัญเป็นแฟนของจุนโฮจะร่ำรวยขนาดนี้ บ้านหลังนี้ใหญ่โตเกินจะอยู่กันแค่สองคน ไม่รวมแม่บ้านที่เปิดประตูรับเขาเมื่อครู่แต่ก็นั่นแหละนะมันดูยังกว้างใหญ่เกินไปที่จะอยู่กันสองคนพี่น้องด้วยซ้ำไม่ใช่สิตอนนี้บ้านหลังนี้ถูกปกครองโดยพี่ชายของฮวางชานซองคนเดียวต่างหาก เพราะชานซองมัวแต่ขลุกตัวอยู่ในอู่รถส่วนตัวหรือไม่ก็ทำตัวติดกับจุนโฮที่อพาร์ตเมนท์พวกเขาตลอดแทบทุกคืนก็ถ้าอยู่บ้านหลังนี้คงไม่จ้างเขามาดูแลพี่ชายตัวเองช่วงปิดเทอมแบบนี้หรอก

 

'นายช่วยดูแลพี่ชายชั้นจนกว่าชั้นจะหาคนดูแลคนใหม่ได้มั๊ย'

 

‘พี่ชายชั้นมีเรื่องกระทบกระเทือนทางจิตใจน่ะ ชั้นไม่อยากให้เค้าอยู่คนเดียวช่วงที่ชั้นไม่อยู่'

 

'ช่วยหน่อยนะอูยอง'

 

 

ถึงชานซองจะไม่ขอร้องเขาก็เต็มใจช่วยอยู่แล้ว ถ้าหากว่า "ผู้ชายคนนั้น" เป็นคนที่เขาต้องดูแล

 

อูยองถือวิสาสะระหว่างรอเจ้าของบ้านเดินข้ามห้องนั่งเล่นไปยังห้องโถงใหญ่ เด็กหนุ่มถึงกับตกตะลึงกับความงามตรงหน้า ทั่วทั้งห้องถูกประดับด้วยศิลปะยุคโรเนสซองค์ เขาเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึงไม่ใช่ทั้งสวรรค์หรือโลกมนุษย์ กระจกหลากสีประดับประดาตามขอบหน้าต่าง ภาพวาดบนฝาผนังรูปมนุษย์ไร้อาภรณ์ห่อหุ้มทั้งร่างมีเพียงปีกสีขาวประดับด้วยขนนกยืนหันหน้าเข้าฝาผนังอย่างสง่างาม ใบหน้าเอี้ยวมองมาทางด้านหลังดูมีชีวิตจนเขาอดใจยื่นมือออกไปสัมผัสไม่ได้แจกันดอกไม้ประดับด้วยดอกลิลลี่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายทั่วห้องแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงส่องกระทบเปียโนสีดำตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องที่เล็ดลอดเข้ามาริมประตูกระจกกรอบไม้บานสูงสีขาวระยิบระยับ อูยองมัวแต่เพลิดเพลินกับความงามที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจนไม่ทันสังเกตเห็นใครบางคนเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องช้า ๆ สายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาจากด้านหลัง อูยองเผลอยิ้มกับตัวเองจนพวงแก้มกลมเขาหมุนตัวกลับไปทางเดิมที่เข้ามาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง กำลังยืนพิงกรอบประตูไม้สีน้ำตาลมือกอดอกมองมาทางเขา

 

อูยองอ้าปากค้างเผลอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า นี่มันสรวงสวรรค์หรือยังไงกันนะถึงได้มีเทพบุตรรูปงามดั่งภาพวาดอยู่ที่นี่ด้วยอูยองได้แต่ยืนจ้องมองจนไม่อาจละสายตาออกไปได้ เขาไล่มองผมสีน้ำตาลอ่อนล้อมกรอบดวงตากลมโตสีดำขลับดั่งท้องฟ้ายามค่ำคืนจมูกโด่งได้รูปรับกับใบหน้าเรียวเล็กปากรั้นเชิด กางเกงสแล็คสีขาวกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวผ่องดั่งหิมะทำเอาเขาแสบตาได้ชั่วขณะเขาถึงกับหน้าร้อนผะผ่าวเมื่อถูกคนตรงหน้ามองกลับมา

 

"จะจ้องอีกนานมั๊ย"

 

น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งดังผ่านปากบางได้รูป อูยองอ้าปากค้างอีกรอบก่อนเม้มปากเงียบ นี่หรือคนที่เขาต้องมาดูแล ร่างกายก็ดูแข็งแรงสมชายไม่ได้ดูเป็นคนขี้โรคหรืออ่อนแอและถ้าตัดใบหน้าขาวซีดมีหนวดขึ้นแซมประปรายบนใบหน้าหล่อเหล่าปานเทพบุตรนั้นออกไปแล้วล่ะไม่เห็นจำเป็นต้องมีคนคอยดูแลเลยซักนิด

 

"นายใช่มั๊ยที่ชานซองส่งมาดูแลชั้นน่ะ"

 

"ครับ"

 

อูยองหลุบตาต่ำ หันไปสนใจพื้นหินแกรนิตสีเทาอ่อนแทน

 

"ว่าไงนะ ชั้นไม่ได้ยินเลย"

 

อูยองสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงนุ่มทุ้มดังอยู่ข้างหู เขาเงยหน้าหันกลับไปมองสายตาประสานกับดวงตาคู่สวยในระยะประชิด จมูกโด่งคมสันชนเข้ากับจมูกเรียวเล็กของอูยองอย่างจัง รอยปื้นแดงระบายเต็มหน้าอูยองแทบจะทันที เขาผงะถอยหลังจนหงายไปด้านหลัง แต่ไม่รู้ว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ อ้อมแขนแข็งแรงโอบเอวเขาไว้ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น ก้อนเนื้อในอกกระแทกโครมครามอยู่ในอกข้างซ้าย แต่ลมหายใจเจ้ากรรมทำท่าจะหมดลมเอาซะดื้อ ๆ

 

"ซุ่มซ่าม"

 

คำพูดดูแคลนเอ่ยให้คนฟังถึงกับสะอึกอูยองได้แต่ทำปากงุบงิบอยู่กับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหอมกรุ่นปนกลิ่นแอลกอฮอลล์จางๆลอยเข้าจมูกไม่รู้เพราะมึนเมาจากกลิ่นแอลกอฮอล์หรือเพราะอาการหลงใหลเจ้าของอ้อมกอดกันแน่ เขาอดที่จะสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นนั้นไม่ได้ แต่ยังไม่ทันทำตามใจคิด ชายหนุ่มก็ดันอูยองออกจ้องมองอย่างถือวิสาสะ

 

"กลับไปซะ"

 

ว่าไงนะ

 

"บอกให้กลับไปไง ซุ่มซ่ามแล้วยังหูตึงด้วยหรือไง"

 

ปากร้ายที่สุด

 

ถ้าเป็นคนอื่นอูยองคงตวาดลั่นไปแล้ว แต่สำหรับผู้ชายคนนี้เขาถือเป็นข้อยกเว้นอูยองท่องไว้ เพื่อเงิน เพื่อชานซอง เพื่อ....

 

'พี่ชายชั้นน่ะนรกดี ๆ เลยล่ะ'

 

ชานซองไม่ได้พูดเกินจริงเลยซักนิด

 

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรคนนี้

 

นรกชัด ๆ

 

"ชานซองจ่ายเงินจ้างผมมาแล้ว ยังไงวันนี้ผมก็คงต้องดูแลคุณ"และที่สำคัญเขาใช้เงินค่าจ้างงวดแรกหมดแล้วด้วย

 

ชายหนุ่มที่เอ่ยปากไล่เขาอย่างไร้มารยาทได้แต่ยืนกอดอกมอง ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาใช้ดับทุกข์มาตั้งแต่เมื่อคืนวานอาจจะรวมกับอีกหลายคืนที่ผ่านมาด้วยอดที่จะจ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่ได้ ดวงตาเรียวเล็กคู่สวยกับพวงแก้มกลมใสนั่นน่ารักชะมัด ปากสีชมพูระเรื่อดูเชิญชวนให้ลิ้มลองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ต้องการคนดูแล ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนนี้หรือใครหน้าไหนทั้งนั้นแค่บาดแผลในใจ ไม่ได้ทำให้เขาพิกลพิการจนดูแลตัวเองไม่ได้

 

นิชคุณหันหลังเดินตรงไปที่โซฟา มือโบกสะบัดไล่คนด้านหลังเหม